
'ตรวจสอบ'กับสิทธิบุคคล
'ตรวจสอบ'กับสิทธิบุคคล : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
บางครั้งการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้นมีเส้นบางๆ กั้นอยู่เพียงนิดเดียวเท่านั้น และบางครั้งเส้นที่ว่าก็มักจะเบลอๆ จนหลายครั้งการอาศัยข้ออ้างเรื่องความดีก็ก้าวข้ามไปละเมิดสิทธิบุคคลอยู่ไม่น้อย
เพราะการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐก็มีความจำเป็นที่จะต้องสอบข้ามไปถึง "ผู้ใกล้ชิด" อย่าง บุตร หรือ คู่สมรส ซึ่งบางทีอาจต้องสมดุลเรื่องราวเหล่านี้ให้ดีๆ
ต้องชื่นชม "กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ" ที่คราวนี้ยังตั้งหลักได้ เพราะเมื่อพิจารณามาถึงบทบัญญัติที่ว่าด้วยการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน มีผู้ที่เสนอว่าการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น ควรเพิ่มให้ "ผู้ที่อยู่กินฉันสามีภรรยา" และ "บุตรทุกช่วงอายุ" อยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วย
รัฐธรรมนูญฉบับเดิมนั้นกำหนดไว้สำหรับครอบครัวของ "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ว่าเป็น "คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ"
จริงอยู่ว่าที่ผ่านมามีนักการเมืองหลายคนเลี่ยงกฎหมายด้วยการนำทรัพย์สินไปโอนให้สามีหรือภรรยาที่ไม่ได้สมรส หรือโอนไปยังบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และที่เห็นหลายคนทำในช่วงปลายรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วคือการทยอย "หย่า" กับคู่สมรส ซึ่งทำให้ไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สิน
แต่เอาเข้าจริงแล้วก็ยังเป็นส่วนน้อย อีกทั้งตามหลักเราต้องคุ้มครองและตั้งสมมุติฐานบุคคลว่ามีความบริสุทธิ์หรือสุจริตไว้ก่อน "บุตร" หลายคนก็ไม่ได้สืบวิธีคิด หรือสืบทุกอย่างจากบุพการี หลายสิ่งที่สร้างก็อาจเป็นการสร้างจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเขาเอง อีกทั้งเขาเองก็ถือเป็นอีกบุคคลหนึ่งตามกฎหมายเมื่อบรรลุนิติภาวะไปแล้ว
เมื่อเขาไม่ได้เป็น "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ก็ย่อมไม่ต้องแสดงหรือเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน
เช่นเดียวกับ "สามีหรือภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียน" ซึ่งหลักการอาจจะฟังดูดี แต่เอาเข้าจริงจะเอาอะไรมาพิสูจน์ทราบว่า เขาทั้งคู่นั้น "อยู่กินฉันสามีภรรยา"
การที่รัฐธรรมนูญเดิมกำหนดให้เป็น "คู่สมรส" ก็เนื่องจากโดยนิตินัยนั้น "คู่สมรส" นั้นถือเป็นบุคคลคนเดียวกัน หากไม่ได้จดทะเบียนย่อมไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน นี่คือหลักการสากล
เหล่านี้คือสิทธิบุคคลส่วนพื้นฐานที่ต้องเคารพ แต่ไม่ใช่การเปิดช่องให้เข้าไปละเมิดสิทธิ เพียงเพื่อป้องกันการกระทำของคนบางคน เพราะหากเป็นเช่นนั้นผลเสียจะมากกว่าผลดียิ่งนัก เพราะหมายถึงหลักการพื้นฐานจะถูกทำให้เสียไป
ส่วนที่หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดจริง ก็ค่อยไปหาหลักฐานที่เอาผิด แม้จะยากแต่ก็ต้องทำ



