
คดีอาญา'ยิ่งลักษณ์'รู้ผลปีนี้.. ยกเว้นหนี...?
คดีอาญา'ยิ่งลักษณ์'รู้ผลปีนี้.. ยกเว้นหนี...? : โอภาส บุญล้อมรายงาน
อัยการสูงสุดสั่งฟ้องเป็นคดีอาญาไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1
ขั้นตอนต่อไป อัยการสูงสุดจะตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นมาเพื่อร่างคำฟ้องและตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่มีกว่า 4,000 หน้า ให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ไม่เกินเดือนมีนาคมนี้ อัยการสูงสุดก็น่าจะยื่นฟ้องต่อศาลได้
ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2543 ข้อ 8 ระบุว่า หากโจทก์นำตัวจำเลยมาศาลในวันฟ้อง ให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาในการขังหรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว หากไม่ได้นำตัวจำเลยมาศาลให้โจทก์ระบุที่อยู่จริงของจำเลยมาในคำฟ้อง
จะเห็นได้ว่า ตามข้อกำหนดฯ สำหรับคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้ "ซีเรียส" ว่า อัยการจะต้องได้ตัวจำเลยมาส่งศาลในวันยื่นฟ้อง เพียงแต่ว่า ถ้าได้ตัวจำเลยมาในวันยื่นฟ้อง จำเลยก็ต้องยื่นประกันตัว มิเช่นนั้นจะถูกควบคุมตัว แต่ถ้าอัยการไม่ได้ตัวจำเลยมาในวันยื่นฟ้องก็ไม่เป็นไร แต่ต้องระบุที่อยู่จริงของจำเลยมาในคำฟ้อง เพื่อว่าเมื่อถึงตอนที่ศาลสั่งประทับรับฟ้องคดี ศาลจะได้ออกหมายเรียกจำเลยมาศาลในวันพิจารณาคดีนัดแรกได้
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ระบุว่า เมื่อมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ประธานศาลฎีกาจะเรียกประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมดภายใน 14 วันนับแต่วันยื่นฟ้อง เพื่อเลือกผู้พิพากษา 9 คน เป็นองค์คณะผู้พิพากษารับผิดชอบคดี และเลือกผู้พิพากษา 1 คนในองค์คณะเป็นเจ้าของสำนวนคดี จากนั้นศาลจะนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษาหรือไม่ โดยศาลจะพิจารณาจากรายละเอียดของการบรรยายฟ้องของอัยการสูงสุด
ทั้งนี้ หากศาลมีคำสั่งรับฟ้อง ศาลก็จะออกหมายเรียกจำเลยให้มาศาลในการพิจารณาคดีนัดแรก ซึ่งโดยวิธีปฏิบัติที่ผ่านมาจะกำหนดพิจารณาคดีนัดแรกภายใน 45 วันนับจากวันที่รับฟ้อง โดยในวันพิจารณาคดีนัดแรก จำเลยจะต้องเดินทางมาศาล เพราะศาลจะต้องอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟังและถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง ในวันดังกล่าวจำเลยต้องยื่นประกันตัว มิเช่นนั้นจะถูกควบคุมตัว เพราะมีสถานะเป็นจำเลยแล้ว ศาลก็จะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ และจะกำหนดเงื่อนไข เช่น การห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาล จากนั้นศาลก็จะกำหนดวันตรวจพยานหลักฐานในคดีและให้โจทก์และจำเลยยื่นบัญชีระบุพยานซึ่งเมื่อถึงวันตรวจพยานหลักฐานก็ให้โจทก์และจำเลยส่งพยานเอกสารและพยานวัตถุต่อศาลเพื่อให้อีกฝ่ายตรวจสอบ
สำหรับการพิจารณาคดีให้ศาลยึดรายงานสำนวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจารณาคดี นั่นก็หมายความว่า เป็นภาระของจำเลยในคดีที่จะต้องนำสืบหักล้าง ข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานของ ป.ป.ช. และตามวิธีพิจารณาคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดว่า ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานต่อเนื่องติดต่อกันไปทุกวันทำการจนกว่าจะเสร็จการพิจารณาและเมื่อไต่สวนพยานหลักฐานเสร็จสิ้น โจทก์และจำเลยมีสิทธิแถลงปิดคดีของตนภายในเวลาที่ศาลกำหนด
นอกจากนี้ยังกำหนดว่า ให้องค์คณะผู้พิพากษามีคำพิพากษาภายใน 7 วันนับแต่เสร็จการพิจารณาคดี แต่ถ้ามีเหตุสมควรจะเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 14 วัน
เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา หากจำเลยไม่มาฟังคำพิพากษา ให้ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปและออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษา แต่เมื่อออกหมายจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลภายใน 1 เดือนนับแต่วันออกหมายจับ ให้ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้และให้ถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาแล้ว
ทั้งนี้ การพิพากษาคดี ให้ผู้พิพากษาในองค์คณะผู้พิพากษาทุกคนทำความเห็นในการวินิจฉัยคดีเป็นหนังสือ พร้อมทั้งต้องแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนการลงมติ คำพิพากษาถือตามมติเสียงข้างมาก และความเห็นในการวินิจฉัยคดีของผู้พิพากษาในองค์คณะผู้พิพากษาทุกคนให้เปิดเผย
สำหรับคดีที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะรวดเร็วกว่าคดีที่ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมปกติ เพราะใช้ระบบไต่สวนและพิจารณาคดีทุกวันทำการ อีกทั้งไม่ต้องผ่านการพิจารณาคดีถึง 3 ศาล ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวกับนักการเมือง ซึ่งประชาชนให้ความสนใจ ความรวดเร็วของคดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปกติจะใช้เวลาไต่สวนคดีไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันฟ้อง ก็จะพิพากษาคดีได้
นั่นหมายความว่า ภายในสิ้นปีนี้ก็น่าจะเห็นคำพิพากษาในคดีนี้กัน เว้นเสียแต่ว่า จำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาคดีนัดแรก ศาลก็ต้องจำหน่ายคดีชั่วคราว และออกหมายจับเพื่อนำตัวจำเลยมาขึ้นศาล ซึ่งตราบใดที่จำเลยยังหนีคดีอยู่และตามจับตัวจำเลยมาขึ้นศาลไม่ได้ คดีก็ต้องพักไว้ชั่วคราว เดินหน้าไม่ได้อยู่อย่างนั้น ..!
ยกตัวอย่าง คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลายคดีต้องจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเป็นเวลาหลายปีแล้ว และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังพิจารณาคดีไม่ได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก อย่างเช่น คดีเอ็กซิมแบงก์ ปล่อยกู้ให้แก่รัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท, คดีหวยบนดิน, คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต และคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัท กฤษดามหานคร จะมีก็แต่เพียงคดีที่รัชดาฯ ที่ศาลฎีกาฯ สามารถอ่านคำพิพากษาคดีได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ขอให้ศาลพิจารณาคดีลับหลังจำเลย
สำหรับกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 157 ระบุผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ “เพื่อให้เกิดความเสียหาย” แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ “โดยทุจริต” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 123/1 ระบุ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่ง หรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ส่วนผลคดีของนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย จะออกมาอย่างไร ต้องรอลุ้นกัน "รอด-ไม่รอด" ไม่นานเกินรอ..!



