ข่าว

ผู้การฯบุรีรัมย์สั่งตั้งชุดสืบแล้วคดีรุมตืบหนุ่มวัย25ปีดับ

ผู้การฯบุรีรัมย์สั่งตั้งชุดสืบแล้วคดีรุมตืบหนุ่มวัย25ปีดับ

26 ม.ค. 2558

ผู้การฯบุรีรัมย์สั่งตั้งชุดสืบแล้วคดีรุมตืบหนุ่มวัย25ปีดับ หลังพ่อแม่พร้อมภรรยาและญาติพี่น้องถือรูปถ่ายผู้ตายบุกจี้เร่งจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ

� � � � � � � � เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 26 ม.ค.2558� นายสุด�� การะเกศ� อายุ 49 ปี� และนางทองหล่อ�� กะระเกศ� อายุ 47 ปี พ่อแม่� พร้อม น.ส.จิราภร�� ประทินรัมย์� อายุ 21 ปี ภรรยา� และญาติพี่น้องของนายวรรณพงษ์�� การะเกศ� หรือนก อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 ม.5� ต.สะแกโพรง� อ.เมือง� จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อเหตุศาลาวัดและสร้างบ้าน ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายเสียชีวิต� หลังเดินทางกลับจากไปร่วมงานบุญกฐินที่ ต.ลุมปุ๊ก�� เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.2557 ที่ผ่านมา �

��������������� ได้นำรูปถ่ายของนายวรรณพงษ์ขณะที่ยังมีชีวิตและรูปถ่ายตอนที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตแล้ว� เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.สุวรรณ�� เอกโพธิ์�� ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์� ให้ช่วยเร่งรัดคดีและติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายนายวรรณพงษ์� จนเสียชีวิตมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว�� หลังเวลาผ่านไปนานถึง 3 เดือนแล้วแต่คดียังไม่มีความคืบหน้า�� โดยเหตุดังกล่าวเกิดในท้องที่ของ สภ.หนองสองห้อง��

��������������� ขณะที่ญาติกำลังยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจอยู่นั้น ก็เห็น ด.ช.นพรัตน์�� การะเกศ� วัย 4 ขวบ ลูกชายของผู้เสียชีวิตก็กอดหอมรูปถ่ายของพ่อ�� ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความสลดใจแก่ญาติและชาวบ้าน� ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างพ่อลูก

��������������� นางทองหล่อ�� กล่าวว่า วันเกิดเหตุลูกชายพร้อมเพื่อนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปร่วมงานบุญกฐินที่ ต.ลุมปุ๊ก� กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 25 ต.ค.2557� ลูกก็เดินทางกลับมาบ้านพร้อมเล่าให้ฟังว่า ระหว่างทางบริเวณหน้าวัดเจตมินวนารามสมสนุก(บุลาว) ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านรุมทำร้าย� แต่ลูกกับเพื่อนก็หนีเอาตัวรอดมาได้�� กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ลูกชายกับเพื่อนก็กลับไปที่งานกฐินอีก��� แต่ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านก็มีกลุ่มวัยรุ่นมาดักทำร้ายอีก�� ขณะที่เพื่อนสามารถหนีมาได้� แต่ลูกชายหนีไม่ทันได้ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิตอย่างโหดร้าย

��������������� หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองสองห้อง� แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปนาน 3 เดือนแล้ว� ก็ยังไม่มีความคืบหน้า�� จึงได้มายื่นร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์� ให้ช่วยเหลือเร่งรัดคดีและติดตามจับกุมตัวกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับครอบครัวและผู้เสียชีวิตด้วย

��������������� ด้าน พล.ต.ต.สุวรรณ์ได้ระบุภายหลังมารับเรื่องร้องกับพ่อแม่และญาติผู้เสียชีวิตด้วยตัวเองว่า�� จะตั้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด� เข้าไปร่วมสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวกับตำรวจท้องที่�� เพื่อเร่งคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็ว� ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเชื่อว่าคดีดังกล่าวไม่มีความซับซ้อนอะไร�� มั่นใจว่าใช้เวลาไม่นานจะได้ความคืบหน้าอย่างแน่นอน

�

ร้องศูนย์ดำรงธรรมลูกชายอายุ17ปีถูกยิงคดีไม่คืบ
�
� � � � � � � � ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นางรัชนีกร สุขราช อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 298 ม.6 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมญาติพี่น้อง และนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมใน อ.ช้างกลาง ซึ่งเป็นเพื่อนของนายชุตินันท์ ศศิธร อายุ 17 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ม.ค.58 ที่ผ่านมา รวม �100 คน ได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
�
� � � � � � � � นางรัชนีกร ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการตายของนายชุตินันท์บุตรชาย ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ช้างกลาง ถูกยิงเสียชีวิตในคืนดังกล่าวซึ่งเชื่อว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นตำรวจคนหนึ่ง สาเหตุมาจากเรื่องที่ลูกชายไปติดพันลูกสาวของตำรวจรายนี้ และถูกข่มขู่มาแล้วครั้งหนึ่ง �ซึ่งกรณีถูกยิงเสียชีวิต เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการตรวจสอบชันสูตรศพ ได้ตั้งประเด็นว่าบุตรชายไปขโมยใบพืชกระท่อมแล้วถูกเจ้าของตามยิง ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อไปสอบถามความคืบหน้าคดีนี้ ทางตำรวจก็บ่ายเบี่ยง
�
� � � � � � � � “การขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ เพื่อมีการให้เร่งรัดดำเนินการทางกฏหมายกับคนร้ายที่ยิงลูกชายซึ่งมีคนยืนยันว่าเป็นตำรวจแน่นอน ส่วนการตายสาเหตุอื่นๆ นั้นไม่น่าจะมีเพราะลูกไม่เคยไปมีเรื่องขัดแย้งหรือทะเลาะกับใครถึงขั้นต้องฆ่าและขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของตำรวจ สภ.ช้างกลาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ครอบครัวด้วย” นางรัชนีกร ระบุในหนังสือร้องเรียน
�
� � � � � � � � ต่อมานายณรงค์ กาฬวัจนะ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับหนังสือจากนางรัชนีกร พร้อมเชิญผู้มาร้องเรียนเข้าไปพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมรับปากว่าจะเรื่องนี้จะทำหนังสือถึงตำรวจ สภ.ช้างกลาง เจ้าของคดีมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมรายงานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจงหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้กำชับในคดีนี้และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย �ผู้มาร้องเรียนจึงเดินทางกลับ
�