
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ผู้ชนะ
27 ม.ค. 2558
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ผู้ชนะ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
คราวที่แล้วผมเล่าถึงเรื่องของการประกวดว่า แทนที่จะให้บุคลากรของแต่ละโรงเรียนได้ฝึกฝน และสอนให้เด็กรู้จักการแพ้และชนะด้วยความมีน้ำใจ การประกวดสมัยใหม่สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้บริหารโรงเรียน กลับไปว่าจ้างบุคลากรภายนอกที่คิดว่าเป็น “มืออาชีพ” มาบริหารจัดการเด็กและทีมประกวด โดยมุ่งหวังที่จะต้องคว้าชัยชนะให้ได้เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดหลักการและเหตุผลของการเรียนการสอนไปมาก
ในขณะที่การประกวดระดับอาชีพก็มีความเบี่ยงเบนไม่แพ้กัน เพราะจากเดิมที่กรรมการจะต้องเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถมากที่สุดในด้านนั้นๆ เช่น การประกวดร้องเพลงก็ควรต้องหาคนที่ร้องเพลงได้ดีที่สุด แต่การประกวดในยุคปัจจุบันนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการประกวดร้องเพลงในสมัยปัจจุบันนี้ต้องการ “หาคนไปปั้นเพื่อขายในเชิงธุรกิจ” คนที่ร้องเพลงเก่งอย่างเดียวจึงอาจจะไม่ใช่ผู้ชนะเลิศ แต่ชัยชนะส่วนใหญ่ไปตกอยู่กับคนที่ “ผู้จัดคิดว่านำไปปั้นเพื่อขายได้ง่ายกว่า”
วิธีการตัดสินที่ลอกเลียนแบบมาจากต่างประเทศ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การประกวดอ้างอิงชัยชนะได้ เพราะทุกการประกวดในสมัยนี้ต่างใช้คะแนนจากการโหวตของ “ผู้ชมทางบ้าน” เข้ามาร่วมตัดสินด้วย ซึ่งคะแนนจากส่วนนี้ยากที่จะอ้างอิงหลักฐานได้ว่าใครได้มากหรือน้อยกว่ากันเท่าใด อีกทั้งหากผู้เข้าประกวดรายใดรายหนึ่งมีเงินทุนและพรรคพวกพี่น้องมากกว่า ก็สามารถหาคะแนนจากการตัดสินในส่วนนี้มาเพิ่มให้ตนเองได้ไม่ยาก
สมัยก่อนเวทีประกวด โดยเฉพาะนักร้อง มีไม่มากนัก เด็กบ้านนอกที่คิดว่าตัวเองเสียงดีร้องเพลงได้เก่ง ก็จะพยายามไปประกวดตามเวทีหน้าสถานีวิทยุในเขตบ้านของตนเอง รางวัลที่ได้ก็มีเพียงแค่ขันน้ำพานรองและของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น กรรมการก็ตัดสินกันที่เสียงร้องและอักขระที่เปล่งออกมา หากมีนักแต่งเพลงหรือวงดนตรีมาเห็นแววก็จะยอมรับให้เข้าไปอยู่ร่วมวงด้วย โดยที่ผู้ชนะการประกวดต้อง “ไปสมัคร” หรือ “ขอเข้าร่วมวง” ในขณะที่สมัยนี้ผู้เข้าประกวดจะต้องเซ็นสัญญาล่วงหน้าก่อนว่า หากชนะการประกวดในอันดับเท่านั้นเท่านี้ ต้องเข้าสังกัดที่ผู้จัดการประกวดจัดหาให้เท่านั้น
นักร้องสมัยก่อนเมื่อได้เข้าไปอยู่กับวงดนตรีแล้ว ยังต้องทำงานทุกอย่างไม่ต่างไปจากเด็กลูกมือประจำวง กว่าจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นนักร้องหน้าเวทีจริงๆ ได้ก็กินเวลานานนับปี ในขณะที่นักร้องที่ชนะการประกวดสมัยนี้ที่ชนะหรือมีอันดับในการแข่งขัน ต้นสังกัดพร้อมที่จะป้อนเพลงให้ร้องและเผยแพร่ทันที แค่ขัดเกลาเพิ่มลีลากันนิดหน่อย
เพราะนักร้องหรือศิลปินสมัยนี้หากจะ “ขายได้” เสียงดีร้องเพลงเก่งเพียงอย่างเดียวไม่พอ นอกจากจะต้องมีหน้าตารูปร่างที่ขายได้แล้ว ยังต้องมีลีลาหน้าเวทีดึงดูดผู้คนได้ด้วย หากไม่มีก็ต้อง “สร้างจุดขาย” ของตัวเองขึ้นมาให้ได้
จากที่บอกมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การที่จะเป็น “ผู้ชนะการประกวด” ในวันนี้ กับคนที่ชนะการประกวดในยุคก่อนหน้า ต้องมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือ เพราะการประกวดสมัยนี้ถูกชี้นำโดยธุรกิจเพื่อธุรกิจอย่างแท้จริง ผู้ชนะจึงไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่ “ต้องขายได้”
----------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ผู้ชนะ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



