
'ข้อมูลหาย'ฝันร้าย...กู้คืนได้
'ข้อมูลหาย'ฝันร้าย...กู้คืนได้ : ปฏิญญา เอี่ยมตาล โดยทีมข่าวรายงานพิเศษ
อุปกรณ์เก็บข้อมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ทัมบ์ไดรฟ์ เมมโมรี่การ์ด ฯลฯ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานของมนุษย์ยุคไฮเทค...แต่ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก ทำให้พวกมันไม่สามารถทนทานต่อแรงกระแทก การตกหล่น ไฟช็อต หรือจมน้ำ รวมถึงปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ฝันร้ายจะเกิดขึ้นทันที เมื่อไม่สามารถเปิดข้อมูลออกมาได้ !?!
"ข้อมูลหาย" เกิดจาก 2 ปัจจัย คือ "ซอฟต์แวร์" และ "ฮาร์ดแวร์" เช่น ไวรัสคอมพิวเตอร์ เป็นปัญหาซอฟต์แวร์ สามารถแก้ได้หรือกู้ข้อมูลกลับมาได้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Hiren Boot, Recuva และโปรแกรมเฉพาะของวินโดว์ (Windows License) ซึ่งคนทั่วไปอาจทำได้ด้วยตัวเอง เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่จะมีการติดตั้งโปรแกรมนี้ไว้ รวมถึงระบบการเก็บข้อมูลสำรองด้วย
ส่วน "ฮาร์ดแวร์" เป็นปัญหาเกิดจากส่วนประกอบภายในฮาร์ดดิสก์ หรือที่เรียกว่า "อิเล็กทรอนิกส์" ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ จานบันทึกข้อมูล หัวอ่านและตัวข้อมูลในจานแม่เหล็ก ซึ่งทั้ง 3 ส่วนทำงานสัมพันธ์กัน หากส่วนใดเสียหรือเสื่อมสภาพไม่สามารถส่งผ่านข้อมูลไปมาระหว่างคอมพิวเตอร์และฮาร์ดดิสก์ได้ ก็คือความหมายที่เรียกว่า ”ข้อมูลหาย” นั่นเอง
กว่า 10 ปีที่ผ่านมา การกู้ข้อมูลที่หายไปจาก "ฮาร์ดดิสก์" นั้น ไม่สามารถทำได้ในเมืองไทย ต้องส่งไปต่างประเทศเท่านั้น เช่น อเมริกา หรือส่งไปที่รัสเซีย ญี่ปุ่น จีน โดยค่าใช้จ่ายสูงถึง 5 หมื่น-2 แสนบาท คนส่วนมากจึงท้อแท้ไม่ส่งไปกู้ข้อมูล...ยอมโยนทิ้งขยะแล้วซื้ออันใหม่เพราะราคาถูกกว่า
จากปัญหาดังกล่าวทำให้เกิด ศูนย์กู้ข้อมูลแห่งแรกขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 7 ปีก่อน โดย "ไพโรจน์ เตี่ยมังกรพันธ์" ผู้เชื่อว่า ข้อมูลที่หายไปนั้น เป็นสิ่งมีค่ามีความสำคัญ ซึ่งสามารถกู้กลับคืนมาได้ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บ เขาอาศัยประสบการณ์การทำงานด้านไอทีมานานกว่า 25 ปี ทำให้รู้เทคนิคสำคัญอยู่ที่ "การเปิดฝาครอบฮาร์ดดิสก์ในห้องที่ต้องปลอดฝุ่นละออง" เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ต่างๆ จึงเป็นที่มาของการสร้าง "ห้องแล็บจำลองจากโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์"
ทีมข่าว ”คมชัดลึก” ลงพื้นที่สำรวจห้องแล็บ "คลีนรูมคลาส 100” ของศูนย์กู้ข้อมูลบริษัท “IDR” หรือ บริษัทอินเตอร์ ดาต้ารีคัฟเวอรี จำกัด ย่านถนนบางนา ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 ห้องนี้ควบคุมบรรยากาศให้มีฝุ่นละอองเล็กมากขนาด 0.5 ไมครอนขึ้นไปไม่เกิน 100 อนุภาคต่อมวลอากาศ 1 ลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยต่อการเปิดฝาฮาร์ดดิสก์ ซึ่งอากาศปกติจะมีฝุ่นแตกต่างกันได้มากถึง 1 หมื่นอนุภาคต่อลูกบาศก์ฟุต ดังนั้นก่อนเข้าไปทุกคนต้องสวมใส่เครื่องแต่งกายมิดชิดรัดกุม ตั้งแต่หัวจรดเท้าป้องกันไม่ให้มีฝุ่นละอองติดตัวเข้าไป
เนื่องจากฝุ่นเพียงนิดเดียวจากภายนอก ที่ติดเข้าไปในห้องคลีนรูมอาจทำให้หัวอ่านและจานบันทึกข้อมูลเสียหายได้ "จานข้อมูล" เป็นหัวใจสำคัญของ "ฮาร์ดดิสก์" มีการทำงานที่ละเอียดอ่อนหมุนด้วยความเร็วสูงถึง 5,400 รอบต่อนาที บนจานอ่านจะมีหัวอ่านลอยสูงอยู่เหนือจานที่มีความหนาเท่าเส้นผมมนุษย์ ดังนั้นการจะเปิดฝา ”ฮาร์ดดิสก์” ต้องทำในห้องสะอาดปลอดฝุ่นเท่านั้น เพราะถ้าผู้ใช้เปิดเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้ว จะทำให้ฝุ่นเข้าไปจนไม่สามารถกู้ข้อมูลคืนมาได้
“ช่วงน้ำท่วมปี 2554 ศูนย์ช่วยกู้ข้อมูลให้โรงงานอุตสาหกรรมอยุธยา เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกน้ำท่วมทำให้ฮาร์ดดิสก์แช่จมในน้ำสกปรกเป็นเวลานาน ผู้บริหารบางคนต้องลงไปใต้น้ำเพื่องมหาฮาร์ดดิสก์ด้วยตัวเอง เพราะอยากเอามาให้เราช่วยกู้ เราทำให้ฟรีด้วยใจไม่คิดเงิน บางครั้งกู้ดาต้ากลับคืนมาได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ มีหลายครั้งที่กู้ให้ลูกค้าแล้วประทับใจไม่รู้ลืม เช่น หลายปีก่อนศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เอาการ์ดกล้องมาให้กู้ข้อมูลเป็น ”ลายผ้าไหมไทยโบราณ” หาไม่ได้แล้ว พอกู้เสร็จค่อยรู้ว่า มันมีคุณค่าจริงๆ จนหาอะไรเปรียบไม่ได้"
ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า หน่วยงานหลายแห่ง เช่น จุฬาฯ ธนาคาร และหน่วยงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เคยนำข้อมูลสำคัญมากมาให้กู้ บ้างครั้งถึงกับส่งคนมาเฝ้าดูการทำงานทุกขั้นตอน เพราะกลัวว่าข้อมูลจะรั่วไหล มาเฝ้าอยู่ 2 วัน จองโรงแรมใกล้ๆ รอจนกู้เสร็จ เพราะต้องการความมั่นใจว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหลไปไหน ซึ่งการปกปิดความลับของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ จะมีการทำสัญญาไว้ทุกราย บริษัทไอดีอาร์รับประกันสามารถฟ้องร้องได้ การบริการเน้นความพอใจลูกค้าเป็นหลัก ทุกครั้งจะแจ้งข้อมูลก่อนว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง เป็นค่าใช้จ่ายเท่าไร และเมื่อทำการกู้ข้อมูลเสร็จและมอบหมายให้ลูกค้าแล้ว ทางบริษัทจะลบข้อมูลทิ้งทันทีภายใน 3 วัน
ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้ "ข้อมูลหาย" ไม่ใช่ "ฝันร้าย" อีกต่อไป ผู้เดือดร้อนเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำงานหรือธุรกิจเท่านั้น แต่ข้อมูลภาพถ่ายในอดีตก็เป็นความประทับใจ ที่ไม่สามารถกลับไปทำซ้ำได้
เช่น กรณีของคนรักสุนัขรายหนึ่ง ได้เก็บรูปหมาตัวโปรดไว้ใน "ฮาร์ดดิสก์" โดยเฉพาะภาพตอนหมาตาย เพื่อไว้ดูยามคิดถึง แต่มีวันหนึ่งข้อมูลใน "ฮาร์ดดิสก์" เสีย ไม่สามารถเปิดดูได้ รู้สึกเศร้าใจมาก แต่หลังจากกู้ภาพคืนมาได้ เจ้าของที่เห็นภาพหมาของตัวเอง ถึงกับร้องไห้น้ำตาไหลพราก...บอกว่าเป็นภาพที่มีคุณค่าทางจิตใจมาก ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ก็หาซื้อภาพเหล่านี้ไม่ได้อีกแล้ว



