ข่าว

เล็งส่ง'ดิเรก ถึงฝั่ง'แถลงเปิดคดีแก้รธน.

เล็งส่ง'ดิเรก ถึงฝั่ง'แถลงเปิดคดีแก้รธน.

25 ม.ค. 2558

อดีต38ส.ว.เล็งส่ง'ดิเรก ถึงฝั่ง' แถลงเปิดคดีแก้รธน.มั่นใจไร้ผิด 'สิงห์ชัย'ชี้สำนวนเบากว่าอดีต2ปธ.

                 25ม.ค.2558 นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ในฐานะ 1 ใน 38 อดีตส.ว.ที่ถูกยื่นถอดถอนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.โดยมิชอบต่อสนช. ว่า แนวทางการต่อสู้คดีในการแถลงเปิดคดีวันที่ 25ก.พ.นั้น อดีตส.ว.ทุกคนคงจะมอบให้ตนเป็นผู้แถลงเปิดคดีชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อที่ประชุมสนช.ในวันที่ 25ก.พ. ซึ่งจะชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด ขอยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาดำเนินการแก้ไขได้

                 อีกทั้งการลงมติตามในมาตราใดๆ ยังได้รับเอกสิทธิคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอีก จึงมั่นใจว่า ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นการทำตามหน้าที่ ซึ่งกรณีที่สนช.มีมติไม่ถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาส.ว.โดยมิชอบนั้น ก็ทำให้อดีต 38 ส.ว.มีความสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง


'สิงห์ชัย'ชี้สำนวนเบากว่าอดีต2ปธ.

                 นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีตส.ว.อุทัยธานี 1 ใน 38 ส.ว. ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลถอดถอดถอน กล่าวว่า จากการลงมติถอดถอนของ สนช. ที่ผ่านมา ก็ทำให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจสูงสุดต้องการจัดสมดุลคู่ขัดแย้งทางการเมือง ด้วยการมีผลออกมาทั้งให้ถอดถอนและไม่ถอดถอน ซึ่งในสำนวนถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ที่ สมาชิกสนช.มีมติไม่ถอดถอนนั้น มีส่วนที่เหมือนกับสำนวน ของ 38 ส.ว. คือ รัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นสุดไปแล้ว

                 แต่ก็มีส่วนที่แตกต่างคือ สำนวนของ 38 ส.ว.นั้นเบากว่า 2 อดีตประธาน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอุดมการณ์ ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้น เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนากระทำผิดอย่างร้ายแรง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเมื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้ว พวกตนก็ต้องได้รับเสียงไว้วางใจจากประชาชนก่อนอยู่ดี ทั้งนี้จึงเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากสนช.

 

ป.ป.ชชี้พฤติกรรมความผิดต่างกับกรณี'นิคม-สมศักดิ์' 
 
 
               นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ในฐานะได้รับมอบหมายจากป.ป.ช.ให้เป็นตัวแทนไปแถลงเปิดคดีอดีต 38 ส.ว. แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.โดยมิชอบต่อที่ประชุมสนช.ในเดือนก.พ. กล่าวถึงการพิจารณาคดีถอดถอนอดีต 38 ส.ว.ว่า ไม่สามารถนำผลการลงมติการไม่ถอดถอนคดีถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา มาเทียบเป็นบรรทัดฐานในคดี 38 อดีตส.ว.ได้ว่า จะไม่มีความผิดเหมือนกัน แม้ว่ามีฐานความผิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกันก็ตาม เพราะการกระทำความผิดของอดีต 38 ส.ว. มีพฤติการณ์ในการกระทำผิดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นผลการลงมติในคดีนี้อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกับคดีนายนิคมหรือนายสมศักดิ์ก็ได้ 
 
               ขณะที่นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.มั่นใจในข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนคดี 38 อดีตส.ว.ที่ส่งไปให้สนช.พิจารณาถอดถอน แต่จะเอาผิดได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสนช. อย่างไรก็ตาม คดีนายนิคมและนายสมศักดิ์ กับ คดีอดีต 38 ส.ว.มีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน เพราะคดีนายนิคมและนายสมศักดิ์เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานที่ประชุม แต่คดีอดีต 38 ส.ว.เป็นเรื่องการลงมติ ซึ่งใน 38 คน ก็มีพฤติการณ์กระทำผิดแตกต่างกันไป ไม่เหมือนกันทุกคนเช่น บางคนเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว บางคนไปลงมติโหวตในมาตราที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ให้อดีตส.ว.ลงสมัครเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องเว้นวรรค หรือบางคนทั้งเข้าชื่อเสนอกฎหมายและลงมติในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย ดังนั้นฐานความผิดทั้ง 38 คนจึงไม่เหมือนกัน จึงขึ้นอยู่กับที่ประชุมสนช.จะมีมติอย่างไร