ข่าว

‘เก๋ง’ซิ่งชนท้าย18ล้อดับ2สาหัส 2

‘เก๋ง’ซิ่งชนท้าย18ล้อดับ2สาหัส 2

25 ม.ค. 2558

เก๋งพุ่งชนท้ายรถพ่วง18ล้อด้านหน้าห้างแม็คโคเชียงราย คาดคนขับไม่เห็นตัวพ่วงของรถ18ล้อ มีผู้เสียชีวิต2รายบาดเจ็บสาหัส2คนจนท.นำตัวส่งรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

 
 
          วันที่ 25 ม.ค.58 เวลาประมาณ 03.00 น.  สมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถบรรทุก18ล้อ บนถนนพหลโยธิน สายแม่จัน-เชียงราย เส้นทางขาเข้าเมืองเชียงราย หน้าห้างแม็คโคเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีผู้บาดเจ็บและติดในรถยนต์เก๋ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยศิริกรณ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต15 และเทศบาลนครเชียงราย  ได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างไปยังจุดเกิดเหตุ 
 
          เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กท 416 เชียงราย ชนท้ายรถบรรทุกสิบแปดล้อ หมายเลขทะเบียน 70-6007 ลำปาง ผู้บาดเจ็บในรถเก๋งร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา ใช้เวลานานกว่า 20 นาที ถึงนำร่างผู้บาดเจ็บบริเวณเบาะหลัง 1 คนและเบาะหน้าที่คู่กับคนขับ 1 คนออกมาได้เป็นชายทั้ง 2 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้รีบนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพราะบาดเจ็บอาการสาหัส ส่วนคนขับและผู้โดยสารอีก 1 คนเสียชีวิตคาที่ขณะเกิดเหตุ  ซึ่งก็ต้องใช้เครื่องตัดถ่างออกมาจากรถทราบชื่อผู้เสียชีวิตเป็นคนขับชื่อ นายชาตรี ยานะทวี อายุ28ปี อยู่บ้านเลขที่ 563 ม. 17 ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย และอีกรายนั่งด้านเบาะหลังทราบชื่อ นายเทวฤทธิ์ ยะวัง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 322 ม.17 ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย 
 
          ส่วนคนขับรถบรรทุกสิบแปดล้อยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจย่อยบ้านดู่ โดยได้ให้การว่าขณะที่รถบรรทุกสิปแปดล้อได้ตีวงเลี้ยวเข้าไปส่งสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าแม็คโค โดยตัวรถด้านหน้าได้เข้าไปแล้วแต่ตัวพ่วงยังอยู่ช่วงเลี้ยวบนถนนช่องทางด้านขวา จู่ ๆ รถยนต์เก๋งก็พุ่งเข้าชนท้ายอย่างแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งคาดว่าคนขับไม่เห็นตัวพ่วงของรถบรรทุกอยู่บนถนนช่วงเลี้ยว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการรวบรวมหลักฐาน พร้อมกับติดต่อญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มาได้มีการสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังอยู่ในอาการสาหัสไม่ได้สามารถให้การได้




 รถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำทำชาวบ้านบาดเจ็บ

          เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 ม.ค.58  พ.ต.ต.พิเชษฐ์ ซูซัน สารวัตรเวรสภ.โคกยาง รับแจ้งเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำบริเวณหน้าสถานีอนามัยตำบลโคกยาง ซึ่งอยู่ในเขตชุมชน หมู่ที่ 1  ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง   จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมสายตรวจประจำตำบล
            
          ที่เกิดเหตุหน้าสถานีอนามัยตำบลโคกยาง ชาวบ้านจำนวนมากออกมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตกใจ  พบหัวรถพ่วง 18 ล้อ  หมายเลขทะเบียน80-8379 ตรัง เป็นของบริษัทศรีสมบัติ ล้มคว่ำอยู่ ได้รับความเสียหายทั้งหมด และมีกองไม้ยางพาราจำนวนมากร่วงหล่นกองเต็มถนนเป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร  ขาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปิดเส้นทางการจราจรไป 1 ช่องจราจร ทำให้เกิดความยากลำบากในการสัญจรไปมา และกองไม้ยางพาราได้ร่วงหล่นมาปิดทับหน้าร้านและหน้าบ้านชาวบ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 1 ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะตรงส่วนร้านกาแฟต้นไหมคาเฟ่  ข้าวของเสียหาย มีรถจักรยานยนต์ของเจ้าของร้านและลูกค้าเสียหายทั้งหมด จำนวน 3 คัน และมีรถยนต์ของลูกค้าที่มาซื้อของเสียหายเล็กน้อย 1คัน นอกจากนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว 2 ราย ทราบเพียงชื่อเล่นว่านางสาวผึ้ง อายุ 29 ปี และน้องโม อายุ 14 ปี ซึ่งญาตินำส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตรังแล้ว ส่วนคบขับทราบเพียงชื่อเล่นเช่นกันคือนายพล อายุ 30 ปีเศษ พร้อมลูกสาวที่นั่งมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บ เจ้าของบริษัทได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วเช่นกัน
            
          จากการสอบถามนายวัฒนชัย  พยงค์กุล  อายุ 27 ปี เจ้าของร้านต้นไหมคาเฟ่ ที่ได้รับความเสียหาย และเห็นเหตุการณ์  เล่าว่า  เกิดเหตุในช่วงเช้าจะมีชาวบ้านและลูกค้าขับรถไปมาและเดินทางมากินกาแฟจำนวนมาก โดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อคันดังกล่าว ซึ่งเป็นของบริษัท ศรีสมบัติ ขับมาด้วยความเร็วสูง บรรทุกไม้ยางพารามาเต็มคันรถประมาณ 30 ตัน  เพื่อเร่งนำส่งโรงงานที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อมาถึงบริเวณหน้าวัดโคกยาง รถพ่วงได้เสียหลักพลิกคว่ำเสียงดัง และได้ลื่นไถลมาตามถนนระยะทางประมาณ 120 เมตร ทำให้ไม้ยางพาราร่วงหล่นจากท้ายรถบรรทุกมากองบนถนนและร่วงทับหน้าบ้านและรถจักรยานยนต์เสียหายดังกล่าว  โชคดีที่ตนเองวิ่งหลบหนีเข้าไปในร้านได้ทัน  ซึ่งขณะเกิดเหตุมีนางสาวผึ้งและน้องโม ยืนหน้าร้านค้า ทำให้ไม้ยางพาราล้มทับขาได้รับบาดเจ็บ ส่วนลูกสาวคนขับที่นั่งมาด้วยกระเด็นออกนอกรถได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน
            
          อย่างไรก็ตาม  เบื้องต้นเจ้าของบริษัทซึ่งทราบว่ามีผู้บริหารท้องถิ่นในตำบลโคกยางและภรรยาเป็นหุ้นส่วน  ได้เข้ามาตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น  และรับปากชาวบ้านว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนคนขับรถและชาวบ้าน หาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





3นทท.รัสเซียขับจยย.ซ้อน3แหกโค้งคว่ำเจ็บระนาว
 
          เมื่อเวลา 03.00 น .วันที่ 25 ม.ค. 58 ร.ต.ต.สุนทร วงสา รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี  พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา ร่วมกันไปตรวจสอบและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติขับรถแหกโค้งล้มคว่ำเองด้รับบาดเจ็บ อยู่บริเวณหน้าปากซอยพระตำหนัก2 ถนนพระตำหนัก ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง 
 
          ที่เกิดเหตุเป็นถนนทางโค้งพบร่างผู้บาดเจ็บเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติรัสเซียจำนวน 3 ราย แยกเป็นชาย 2 คนและหญิง 1 คน (ไม่เปิดเผยชื่อ) ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น นูโว ดำ หมายเลขทะเบียน ฉกง-440 ชลบุรี ซ้อนท้ายมาคันเดียวกัน ได้ขับขี่เสียหลักแคกโค้งพุ่งลงป่าข้างทางจนกับเสาป้ายจนทำให้ทั้ง 3 คน ได้รับบาดเจ็บนอนกองรวมกันอยู่ในป่าส่วนรถจักรยานยนต์นั้นก็ล้มตะแคงอยู่ในป่าเช่นกัน

        ซึ่งผู้บาดเจ็บนั้นแยกเป็นชาย 1 ราย มีอาการทางกระดูกที่ขาซ้าย และตามร่างกายเป็นแผลถลอก และชายอีก 1 คน มีบาดแผลถลอกทั่วร่างกายและมีอาการเมาสุรา ส่วนหญิงสาวนั้นก็มีอาการถลอกที่ใบหน้า เปลือกตาขวาช้ำและมีแผลถลอกทั่วร่างกายยังอยู่ในอาการคล้ายกับมุนเมาสุราเช่นกัน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯได้ทำการปฐมพยาบาลบาดแผลให้กับผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ก่อนเคลื่อนย้ายพาตัวทั้งหมดส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล  ส่วนรถจักรยานยต์นั้นตำรวจได้ตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ก่อน
 
          จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน นั้นขับรถซ้อนท้ายมาคันเดียวกันโดยขับมุ่งหน้ากำลังจะลงเขาพระตำหนักเพื่อกลับที่พักหลังจากเที่ยวดื่มกันมา ระหว่างที่ขับรถมาด้วยความเร็วมาถึงบริเวณเกิดเหตุเป็นทางโค้งเกิดขับรถเสียหลักจนแหกโค้งรถพุ่งลงป่าข้างทางล้มคว่ำ และร่างทั้ง 3 คน ก็กระแทกอัดกับเสาป้ายจนได้รับบาดเจ็บกันทั้ง 3 คนดังกล่าว