
ไม่รอด!สนช.สอย'ปู'190:18
23 ม.ค. 2558
สนช.ไม่ทำ 'เสียของ' สร้างประวัติศาสตร์ถอดถอน 'ยิ่งลักษณ์' คะแนนท่วมท้น 190 เสียง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ขณะที่ 'นิคม-สมศักดิ์' รอด
23 ม.ค. 58 เมื่อเวลา 10.20 น. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน 3 เรื่อง คือ การลงมติถอดถอน หรือไม่ถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประกอบด้วย นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งหรือไม่ ตามมาตรา 6 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ประกอบมาตรา 64 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยนายนิคม และนายสมศักดิ์ ถูกกกล่าวหาจากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบ ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในข้อหาการปล่อยปละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว โดยจะเป็นการลงคะแนนลับ โดยเสียงถอดถอนได้จะต้องใช้คะแนนเสียง 3 ใน 5 ของสมาชิก สนช.ทั้งหมด หรือ 132 เสียง จากจำนวน สนช.ทั้งสิ้น 220 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการลงมตินายสมชาย แสวงการ สนช. ได้เสนอให้ลงมติถอดถอด หรือไม่ถอดถอน ในคราวเดียวทั้ง 3 คน โดยแยกบัตรลงคะแนนเป็น 3 ใบ เพื่อความโปร่งใส และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการลงคะแนนในรายหลัง ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่นายสมชายเสนอ สำหรับบัตรลงคะแนนนั้น ที่ประชุมได้กำหนดให้บัตรลงคะแนนนายนิคม เป็นสีชมพู บัตรลงคะแนนสีขาว เป็นของนายสมศักดิ์ และบัตรสีเหลืองเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้บัตรลงคะแนนแต่ละสี มีช่องลงคะแนนเพียง 2 ช่อง คือ ช่องถอดถอน และช่องไม่ถอดถอน โดยให้สมาชิกลงคะแนนโดยการกาเครื่องหมายกากบาท และห้ามเขียนข้อความ หรือเครื่องหมายอื่นใด จะถือเป็นบัตรเสีย ซึ่งทำให้สมาชิกถกเถียงกันว่า หากไม่กากบาททั้ง 2 ช่อง จะถือเป็นบัตรเสีย หรือถือเป็นการงดออกเสียง หลังใช้เวลาพอสมควรท้ายที่สุด นายพรเพชร ได้วินิจฉัยว่า หากไม่ลงคะแนนทั้ง 2 ช่อง จะถือเป็นการงดออกเสียง แต่ไม่ถือเป็นบัตรเสีย
จากนั้นเข้าสู่การลงคะแนนโดยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจนับการคะแนน 3 ชุดๆ ละ 10 คน และตรวจนับองค์ประชุม ปรากฏว่ามีสมาชิกเข้าร่วมประชุมเกือบทั้งหมด คือ จำนวน 219 คน ขาดเพียง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่แจ้งลาป่วย จากนั้นได้มีการประกาศรายชื่อครั้งละ 5 คน เพื่อให้ สนช.เดินเข้าคูหากาบัตร โดยนายสถิตย์ สวินทร สนช. ซึ่งมีอาการป่วยได้ขออนุญาตลงคะแนนเป็นคนแรก เพื่อกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อ จากนั้นสมาชิกที่ถูกเรียกชื่อตามลำดับจนครบ 219 คน โดยที่ประชุมได้ใช้เวลาลงคะแนนเพียง 45 นาที
ภายหลังการลงคะแนน และตรวจนับการลงคะแนน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ได้แจ้งผลการลงคะแนน ปรากฏว่า ที่ประชุมได้ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยคะแนน 190 ต่อ 18 ไม่ออกเสียง 8 เสียง บัตรเสีย 3 ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกถอดถอนเนื่องจากมีคะแนนถอดถอนถึง 3 ใน 5 ของสมาชิก สนช.ทั้งหมด หรือ 132 เสียง และมีมติไม่ถอดถอน นายนิคม ด้วยคะแนน 120 ต่อ 95 ไม่ออกเสียง 4 เสียง และมีมติไม่ถอดถอนนายสมศักดิ์ 115 ต่อ 100 ไม่ออกเสียง 4 เสียง ทั้งนี้ประธาน สนช.จะดำเนินการแจ้งมติที่ประชุมให้ ป.ป.ช. ในฐานะผู้กล่าวหา และนายนิคม นายสมศักดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ทราบต่อไป สำหรับบัตรลงคะแนนลับ จะได้เจ้าหน้าที่นำไปทำลายตามข้อบังคับการประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ถูก สนช.ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง ถือเป็นนักการเมือง และนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่ถูกถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลจากการถอดถอนในครั้งนี้ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่มีมติ



