ข่าว

จดหมายจากนักโทษประหาร‘แอนดรูว์ ชาน’

จดหมายจากนักโทษประหาร‘แอนดรูว์ ชาน’

24 ม.ค. 2558

เวิลด์วาไรตี้ : จดหมายจากนักโทษประหาร ‘แอนดรูว์ ชาน’ : โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 
              แอนดรูว์ ชาน เป็นหนึ่งในนักโทษชาวออสเตรเลียสองคน ที่อยู่ในคิวถูกยิงเป้าอย่างหมดทางอุทธรณ์ หลังจากประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย ไม่เปลี่ยนใจละเว้นชีวิตหัวหน้ากลุ่มที่เรียกกันว่า "บาหลี ไนน์" จากความผิดพยายามขนเฮโรอีน 8.3 กิโลกรัมเข้าออสเตรเลียผ่านทางบาหลี เมื่อปี 2548 รัฐบาลออสเตรเลียได้พยายามทุกวิถีทางในการช่วยชีวิตพลเมือง แต่ก็ไม่อาจทำมากกว่านี้จนเสี่ยงกระเทือนความสัมพันธ์ทางการทูต
 
              หากเป็นไปตามคาดการณ์ แอนดรูว์ ชาน วัย 31 ปี และเพื่อน มิวราน สุกุมาราน วัย 33 ปี อาจจากโลกนี้ไปพร้อมกันหลังเที่ยงคืนในวันเสาร์ (24 ม.ค.)
 
              แต่ก่อนเสียชีวิต ชานได้เขียนจดหมายความยาว 6 หน้ากระดาษถึงตัวของเขาเองในวัย 15 ปี ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในสารคดีชื่อ "Dear Me: The Dangers of Drugs" มุ่งเผยแพร่ในโรงเรียนมัธยม เพื่อใช้เป็นอุทาหรณ์แก่เยาวชนรุ่นหลังว่าไม่ควรเลือกเดินทางสายนี้ วัย 15 เป็นวัยที่ชานเริ่มเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด และนำพาสู่จุดจบที่แดนประหารบนเกาะบาหลี ทำให้ครอบครัวและเพื่อนต้องหัวใจสลายอย่างไร
 
              ในสารคดีเรื่องนี้ ชาน กล่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าแต่ละคนเลือกทางเดินชีวิตอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นทางไหน ขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า มันคุ้มหรือไม่ พวกเธอยังเด็ก ยังมีการตัดสินใจเรื่องใหญ่อีกมากที่จะต้องทำในชีวิต เลือกเป็นอะไรในวันนี้ จะเป็นอย่างนั้นในวันรุ่งขึ้น หากอยากเป็นอันธพาล และเป็นคนเลว คงได้เจอกันภายในนี้(ในเรือนจำ) แต่สำหรับคนที่อยากจะทำอะไรบางอย่างในชีวิต อยากขอให้ทุกคนคิดว่ามันสำคัญแค่ไหนที่จะต้องก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือ"
 
              นับตั้งแต่ต้องเข้าไปอยู่ในคุกเคโรโบคันบนเกาะบาหลีเมื่อ 17 เมษายน 2548 ชานกล่าวว่า เขาพลาดงานแต่งงาน งานศพ และแม้แต่การได้เห็นหน้าครอบครัว ไม่ใช่ตัวเองเท่านั้นที่ต้องเจ็บปวด แต่ครอบครัวของเขาก็กำลังทุกข์ทรมาน การสัมผัสแค่กอด ยังเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนอย่างเขา มีแต่ซี่กรงให้กอดแทนได้รับการโอบกอดจากคนที่รักและคิดถึง
 
              ชีวิตของเขาคือตัวอย่างที่ดีที่สุดของความสูญเปล่าสิ้นดี ไม่ควรต้องมีใครเป็นแบบนี้อีก พร้อมกับกระตุ้นให้เยาวชนขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจากครูที่โรงเรียน ศูนย์เยาวชน หรือโบสถ์ เพื่อเลี่ยงการพบจุดจบแบบตัวเอง
 
              มาลินดา รัตเทอร์ ผู้กำกับสารคดีเรื่อง เดียร์ มีฯ ได้พบกับชาน ในเรือนจำเคโรโคบัน บนเกาะบาหลีเมื่อสองปีที่แล้ว เธอกล่าวว่า ชานซึ่งถูกจับตั้งแต่อายุ 21 ปี เปลี่ยนเป็นคนใหม่ ไม่ใช่ชานคนที่ถูกจับกุมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชานเป็นคนคุยสนุก พูดจาคมคาย มีบุคลิกภาพที่คนอื่นอาจนึกไม่ถึงว่านี่คือนักค้ายาเสพติดในแดนประหาร เธอสร้างสารคดีนี้ขึ้นมาด้วยหวังจะเห็นอีกด้านหนึ่งกับเห็นใจชานและเพื่อนของเขาอีกคน เพราะทั้งสองสำนึกผิดและกลับตัวกลับใจ แต่ก็ยอมรับว่าออสเตรเลียต้องเคารพกฎหมายของอินโดนีเซีย
 
              ชานศึกษาคัมภีร์ไบเบิล เปิดโรงเรียนสอนทำอาหารแก่เพื่อนนักโทษ และสอนทักษะบางอย่างเผื่อจะเป็นประโยชน์ในการหางานทำหลังได้รับอิสรภาพ และปลอบประโลมเพื่อนนักโทษที่ถูกประหารไปก่อนหน้า ในสารคดีนี้ รัตเทอร์ ยังได้คุยกับอดีตนักโทษหลายคนที่ชานเคยช่วยให้เลิกยาเสพติด หนึ่งในนั้นคือ อาริฟ มาทีอุส ที่กล่าวพร้อมน้ำตานองหน้าว่าอยากจะเป็นคนถูกยิงเป้าแทน
 
              รัตเทอร์ กล่าวว่า พฤติกรรมนอกลู่นอกทางของชาน เริ่มขึ้นจากการถูกกลั่นแกล้งรังแกและเหยียดผิวในโรงเรียน ชานเป็นเด็กมีปัญหา ที่อยากจะเก่งและกร้าวกว่าเด็กคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ
 
              ในออสเตรเลีย มีความเห็นหลากหลายว่า ชานและสุกุมาราน ควรถูกประหารหรือไม่ ฝ่ายหนึ่งพยายามรณรงค์ขอความเมตตา ผ่านคำร้อง ออนไลน์ และสื่อสังคมออนไลน์ แต่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเมื่อทำผิดก็ควรรับโทษนั้น เป็นการถกเถียงไม่มีวันจบสำหรับโทษประหาร ผู้กำกับสารคดีเข้าใจทุกความเห็น เพราะเธอมีประสบการณ์กับตัวเอง สูญเสียน้องสาว(หรือพี่สาว) เพราะเสพยาเกินขนาด แต่เธอกล่าวอย่างน่าคิดว่า ในฐานะมนุษย์ เราควรแสดงความเห็นใจและเปิดใจฟังเรื่องราวของคนอื่น และกรณีของชาน เธอคิดว่าการประหารชีวิตคือความสูญเปล่า เป็นเรื่องน่าเศร้าของการจบชีวิตคนคนหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว
 
 
 
---------------------------------------
 
 
 
(เครดิต FB : Friends of Andrew Chan)