
ยกฟ้อง!'อนุดิษฐ์-จิรายุ'หมิ่น'กรณ์'
22 ม.ค. 2558
พิพากษายกฟ้อง 'อนุดิษฐ์ - จิรายุ' ไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น 'กรณ์' ใช้อภิสิทธิ์อัพเกรดตั๋วการบินไทย ชี้แสดงความเห็นสุจริต
22 ม.ค. 58 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.868 /2553 ที่ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และนางวรกร จาติกวณิช มอบอำนาจให้ นายวัฒนา งอกขาว ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พรรคเพื่อไทย , นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี , น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1 - 4 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 และขอให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ด้วย รวม 100 ล้านบาท
ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 26 - 27 ธ.ค. 2552 ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ และนายจิรายุ จำเลยที่ 3 - 4 กับพวก ได้แจกเอกสารแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสอง และครอบครัว ว่า ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานการบินไทย และผู้ถือหุ้นว่าโจทก์อาจมีการใช้อภิสิทธิ์ให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำการอัพเกรดบัตรโดยสารในการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง
โดยชั้นตรวจคำฟ้อง ศาลได้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 - 2 และรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่ 3 - 4
ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 และ 4 ร่วมกันแจกเอกสาร และแถลงข่าวว่า นายกรณ์ โจทก์ที่ 1 ใช้อภิสิทธ์ทำการอัพเกรดบัตรโดยสารของตัวเองและครอบครัวในการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง ซึ่งในการเบิกความตอบคำซักค้านต่อทนายจำเลย ฝ่ายโจทก์ก็ยอมรับว่า โจทก์ทั้งสองมีการอัพเกรดบัตรโดยสาร หรือการปรับชั้นที่นั่งโดยสารจริง แม้จะอ้างว่าเป็นการอัพเกรดโดยชอบตามระเบียบของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ก็ตาม แต่ก็ยอมรับว่า เมื่อช่วงเดือน พ.ค. - ก.ย. 2552 โจทก์มีการอัพเกรดบัตรโดยสารจากชั้นประหยัดไปชั้นธุรกิจ และชั้น 1 รวม 14 ครั้ง โดยมีการเดินทางไปกรุงลอนดอน 11 ครั้ง เกาะบาหลี 2 ครั้ง กรุงปารีส 1 ครั้ง ตรงกับคำแถลงของจำเลย เห็นว่าจำเลยที่ 3 และ 4 แถลงข่าวในฐานะคณะทำงานสำนักงานปราบโกงของพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานการบินไทย และผู้ถือหุ้นว่า โจทก์ที่ 1 อาจมีการใช้อภิสิทธิ์ให้บริษัทการบินไทยทำการอัพเกรดบัตรโดยสาร เชื่อว่าน่าจะมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดใน 2 ลักษณะ คือ
1. โจทก์ที่ 1 อาจใช้อำนาจ และอภิสิทธิ์ของ รมว.คลัง สั่งให้พนักงานที่มีอำนาจในการเลื่อนชั้นการเดินทาง ทำการอัพเกรดบัตรโดยสารโดยไม่มีการจ่ายค่าโดยสารเพิ่มเติม หรือ 2. ผู้มีอำนาจในการอัพเกรดบัตรโดยสารทำการเลื่อนชั้นการเดินทางให้โจทก์ที่ 1 และครอบครัว อาจเป็นเพราะเพื่อแลกกับผลประโยชน์บางอย่าง หรือเพื่อความก้าวหน้า หรืออาจผู้มีอำนาจเหนือกว่าเป็นผู้สั่งการ
การที่จำเลยใช้คำว่า "อาจมีอภิสิทธิ์สั่งการ" นั้นเชื่อว่าน่าจะมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ชี้ให้เห็นว่า จำเลยมิได้ยืนยันว่าโจทก์ที่ 1 ใช้อำนาจสั่งการให้กระทำการดังกล่าว อีกทั้งจำเลยยังมีการระบุถึงวัตถุประสงค์ในการแถลงข่าวไว้ว่า ทางพรรคเพื่อไทยขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว และรียกร้องให้โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะแสดงความรับผิดชอบ หรือออกมาชี้แจงต่อสังคมโดยเร็ว การกระทำของจำเลย จึงเป็นแสดงความคิดเห็น หรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถกระทำได้ พิพากษายกฟ้องส่วนคดีอาญา และไม่รับฟ้องคดีส่วนแพ่ง
ภายหลัง น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้ศาลวินิจฉัยยกฟ้อง ยืนยันว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจสอบรัฐบาล ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ทำการตรวจสอบเรื่องพฤติกรรม และการดำเนินการของคุณกรณ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นฝ่ายบริหาร ถือเป็นการการทำหน้าที่ตามปกติ
ด้านนายจิรายุ กล่าวว่า เราเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น ซึ่งได้นำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอัพเกรดตั๋วเครื่องบิน และน่าจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็ต้องระมัดระวังในการอัพเกรดตั๋วเครื่องบิน เพราะถือว่ามีมูลค่าเช่นกัน



