ข่าว

ผบ.ทบ.พอใจหลังเยือนกัมพูชา

ผบ.ทบ.พอใจหลังเยือนกัมพูชา

22 ม.ค. 2558

‘พล.อ.อุดมเดช’ พอใจหลังเยือนกัมพูชา เดินหน้าหมู่บ้านชายแดนคู่ขนาน จัดลาดตระเวนร่วมป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย

 
             22 ม.ค.58 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเดินทางเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21-22 ม.ค.58 ว่า การเดินทางไปครั้งนี้ถือว่าได้รับความสำเร็จ โดยทางกัมพูชาให้การต้อนรับและให้เกียรติคณะของกองทัพบกไทยเป็นอย่างดี ทั้งนี้ตนได้พบกับพล.อ.เมี๊ยะ โซ เพียะ รองผบ.สส. และผบ.ทบ.กัมพูชา พร้อมทั้งได้เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา และพล.อ.โปล ซะ เรือน ผบ.สส.กัมพูชาด้วย โดยได้มีการหารือถึงเรื่องความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านต่างๆ เพื่อยกระดับการให้ความร่วมมือ รวมถึงการปฏิบัติงานตามพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งถือว่าที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่อาจมีบางประการที่มีปัญหาบางเรื่องความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ทั้งนี้ได้ตกลงกันว่าจะให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะตามที่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยูต่างๆ
 
             พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้หารือเรื่องความร่วมมืออื่นๆ เช่น ความร่วมมือเรื่องหมู่บ้านชายแดนคู่ขนานที่ทางผบ.ทบ.กัมพูชาเห็นด้วยว่าจะต้องเสริมสร้างเรื่องดังกล่าว โดยขณะนี้มีจำนวน 60 หมู่บ้าน หากมีหลายหมู่บ้านก็จะยกระดับเป็นอำเภอคู่ขนานและจังหวัดคู่ขนานต่อไป ทั้งนี้ผบ.ทบ.กัมพูชาได้ร้องขอเรื่องการปลูกป่าตามแนวชายแดนที่ไทยเองก็มีโครงการปลูกป่าตามแนวชายแดนอาเซียนอยู่แล้ว โดยได้เห็นพ้องต้องกันและกำหนดพื้นที่ปลูกป่าตามแนวชายแดนขึ้นทั้งในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพื่อเพิ่มจำนวนผืนป่า อีกทั้งยังมีเรื่องความร่วมมือทางทหารที่ในช่วงพ.ย. นี้จะมีการประชุมผบ.ทบ.กลุ่มประเทศเซียนและการแข่งขันยิงปืนกองทัพบกในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย ซึ่งทางผบ.ทบ.กัมพูชาจะส่งทีมเข้าร่วม ทั้งนี้ไทยก็มีความพร้อมและยินดี เพื่อให้กองทัพบกในอาเซียนมีความแน่นแฟ้น ส่วนการลาดตระเวนร่วมกันนั้นตนได้บอกกับทางกัมพูชา ซึ่งก็มีความเห็นตรงกันว่าจะดำเนินการร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ส่วนเรื่องการสัญจรข้ามแดนต้องถูกต้องตามกฎหมาย และเคารพถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย สำหรับพื้นที่ช่องอานม้าและเขาพระวิหารนั้นไม่ได้มีการพูดคุยกันเฉพาะเรื่อง แต่พล.อ.เตีย บันห์ ได้พูดว่าเป็นเรื่องของความไม่เข้าใจ เมื่อมีการแก้ไขปัญหากันระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูงแล้วปัญหาต่างๆก็คลี่คลาย ส่วนเรื่องพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่ติดกับกัมพูชานั้น ทางกัมพูชาก็พร้อมส่งเสริมเพราะเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประชาชนสองประเทศได้ยกระดับการติดต่อค้าขาย