ข่าว

รวบ‘หนุ่มเฝ้าบ่อปลา’คาด่านซุกยาไอซ์-ปืน

รวบ‘หนุ่มเฝ้าบ่อปลา’คาด่านซุกยาไอซ์-ปืน

22 ม.ค. 2558

รวบ‘หนุ่มเฝ้าบ่อปลา’คาด่านตรวจยึดยาไอซ์-ปืน

 
 
          วันที่ 22 ม.ค.58 เมื่อเวลา 05.30 น.  พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ตรีทิเพศสุวรรณ สวป.สน.ธรรมศาลา พร้อมด้วย ร.ต.ท.พิสิษฐ์ อยู่สีมารักษ์ รอง สวป.สน.ธรรมศาลา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม สน.ธรรมศาลา ร่วมกันจับกุม นายธิวา แสนท้วม อายุ 21 ปี อาชีพเพาะเลี้ยงปลาดุก อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 7 ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม นายภูษิต สุขจินดา อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน (ขอสงวนชื่อบริษัท) อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 2 ต.มาบแค อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม พร้อมของกลาง รถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดราก้อนอาย สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผก 7379 จังหวัดนครปฐม ยาไอซ์สีน้ำเงิน บรรจุในซองใส 1 ซอง น้ำหนักประมาณ 4 กรัม อาวุธปืน ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และอาวุธปืน ยี่ห้อ รูบี้ ขนาด .38 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 6 นัด โดยสามารถจับกุมได้ขณะเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายที่บริเวณริมถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาออก ตัดถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. 
 
          พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ตั้งแต่เวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดและอาวุธ รวมถึง สิ่งของผิดกฎหมายอื่น กระทั่ง รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับมาตามถนนบรมราชชนนี เมื่อใกล้เข้าจุดตรวจคนขับกลับชะงักเป็นพิรุธอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจสอบพบนายภูษิตเป็นคนขับ โดยมีแฟนสาวของนายภูษิตนั่งอยู่ข้างๆ และนายธิวานั่งอยู่เบาะหลัง ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และขนาด .38 มม. อีก 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้เบาะที่นั่งคนขับ นอกจากนี้ ยังพบซองใส 1 ซอง ภายในบรรจุยาไอซ์สีน้ำเงิน น้ำหนักประมาณ 4 กรัม ซุกซ่อนอยู่บริเวณเบาะหลังที่นายธิวานั่งอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
 
          สอบสวนเบื้องต้นนายธิวาให้การรับสารภาพว่า ตนกับนายภูษิตเป็นเพื่อนบ้านกัน โดยก่อนหน้านี้ นายภูษิตได้ชวนนั่งรถไปรับแฟนสาวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อรับเสร็จก็ขับรถวิ่งมาตามถนนบรมราชชนนี เพื่อไปบ้านพักย่านทุ่งสองห้อง แต่เกิดหลงทางจนมาพบด่านของเจ้าหน้าที่และถูกจับกุม ส่วนยาไอซ์นั้น ตนซื้อมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ในราคา 10,000 บาท เพื่อเอาไว้เสพย์เอง จากเอเย่นต์ทราบเพียงชื่อเล่นบอยที่ จ.นนทบุรี โดยนายบอยจะนัดจุดรับยาไอซ์ตามข้างทาง สำหรับอาวุธปืนทั้งสองกระบอกตนซื้อมาได้ 1 ปี จากคนที่รู้จักกัน เพื่อเอาไว้ช่วยพ่อเฝ้าบ่อปลาดุกที่บ้านย่านวัดตาก้อง เนื่องจากเคยมีคนขโมยอยู่หลายครั้ง 
 
          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายธิวา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พกอาวุธปืนไปในเมือง หรือชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมนำตัวทั้งสองไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย หากพบก็จะแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และนำยาไอซ์สีน้ำเงินไปตรวจสอบต่อไป





รวบเครือข่ายค้ายาในเรือนจำคลองเปรม
 
          เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 22 ม.ค.58  พ.ต.ท.ปัญญา กุลไทย รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน ร.ต.อ.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน ร.ต.อ.เอกราช โอมาก รอง สว.สส.สน.พหลโยธิน พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายเอกพจน์ ภมร อายุ 28 ปี นายอนุศักดิ์ ฤทธิยา อายุ 34 ปี นายสมเกียรติ ฤทธิยา อายุ 39ปี น.ส.วาสนา เขียวขำ อายุ 24 ปี นายณรงค์ศักดิ์ บันทอน อายุ 40 ปี นายกลยุทธ สมบุญ อายุ 36ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,168 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุงจำนวน 23.89กรัม อุปกรณ์การเสพยาบ้า 1 ชุด และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง 
 
          ร.ต.อ.ชลากร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมาฝ่ายสืบได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าบริเวณบ้านเลขที่ 1109 ซ.พหลโยธิน34 แยก 11-8 (ซ.ประชาสามัคคี) ถ.พหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดกัน เจ้าหน้าที่จึงเดินทางเข้าตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพบวัยรุ่นชายหญิงจำนวน 4 คน อยู่ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะพบ น.ส.วาสนา นายเอกพจน์ นายอนุศักดิ์ นายสมเกียรติ มีสารเสพติดในร่างกาย และจากการสอบสวนนายสมเกียรติเจ้าของห้องยอมรับสารภาพว่ายังมียาเสพติดซุกซ่อนไว้ภายในห้องดังกล่าวอีก จากการตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 29 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 0.95 กรัม ซุกซ่อนไว้ภายในกระเป๋าสะพายบริเวณกลางห้อง 
 
          ต่อมาจากการสอบสวนขยายผลนายสมเกียรติ ทราบว่าได้รับยาบ้าและยาไอซ์มาจากนายณรงค์ศักดิ์ ซึ่งมีห้องพักอยู่ภายในห้องเลขที่ 103 ชั้น 1 สวัสดีแมนชั่น เสนานิคม 1 ซ.11แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าจับกุมพบนายณรงค์ศักดิ์ อยู่ภายในห้องดังกล่าว และจากการตรวจสอบภายในห้องพบยาไอซ์ จำนวน 10.4 กรัม ยาบ้าจำนวน 1,139 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย สีน้ำตาล ต่อมาได้ทำการสอบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมตัวนายกลยุทธ นายเอกชัย ได้ในเวลาต่อมาพร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 12.54 กรัม 
 
          ร.ต.อ.ชลากร กล่าวต่อว่าจากการสอบสวนนายเอกชัย รับว่าได้สั่งยาบ้าและยาไอซ์มาจากนายอู๊ด ไม่ทราบชื่อนามสกุล ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ภายในเรือนจำคลองเปรม โดยจะมีการสั่งผ่านโทรศัพท์มือถือแล้วจะนัดให้ไปรับของตามสถานที่ต่างๆที่มีคนมาวางไว้ เมื่อรับของเสร็จก็จะมีการโอนผ่านบัญชีธนาคารต่างๆให้กับนายอู๊ด ซึ่งจะไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้ง ในแต่ละครั้งจะมีการสั่งยาไอซ์มา 10-20 กรัมต่อครั้งโดยจะรับมาที่ราคากรัมละ 1,100 บาท ก่อนจะนำไปส่งต่อให้พ่อค้ารายย่อยกรัมละ 1,300 บาท
 
          อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย กับนายเอกพจน์ นายอนุศักดิ์ น.ส.วาสนา แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมายและมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย กับนายสมเกียรติ แจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย กับนายณรงค์ศักดิ์ แจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายนายกลยุทธ และนายเอกชัย ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธินดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป