ข่าว

ใช้กฎหมายใหญ่ไปแก้เรื่องเล็ก

ใช้กฎหมายใหญ่ไปแก้เรื่องเล็ก

22 ม.ค. 2558

ใช้กฎหมายใหญ่ไปแก้เรื่องเล็ก : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

               การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในครั้งนี้ดูเหมือนจะพยายามแก้ปัญหาที่เป็นช่องว่างในหลายเรื่องที่เคยเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านๆ มา เช่นเรื่อง มาตรา 7 ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยว่ากรณีใดทำได้หรือไม่ได้ หรือการที่เตรียมกำหนดให้นายกฯ ไม่ต้องมาจากผู้ที่เป็น ส.ส.

               นั่นคือเรื่องใหญ่ๆ ที่พยายามอุด ช่องว่าง แต่ใช่ว่าเรื่องเล็กก็ไม่เว้น เช่นล่าสุด การได้บัญญัติเพิ่มเข้าไปในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญว่า ประธานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในตำแหน่งได้ 3 ปี

               โดยมีการให้เหตุผลว่า "เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไปดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้นอยู่นานเกินไป จนกลายเป็นคนบ้าอำนาจไปในที่สุด"

               เรื่องนี้ต้องเท้าความว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยบัญญัติว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญจะอยู่ในตำแหน่งกี่ปี และใช้ธรรมเนียมปฏิบัติเหมือนองค์กรอื่นทั่วไปว่าจะอยู่จนกว่าตัวเองจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งในอดีตก็ไม่เคยมีปัญหา 

               จนกระทั่งคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มาตามรัฐธรรมนูญ 2550 เข้ามาก็ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะให้ใครดำรงตำแหน่ง ซึ่งสุดท้ายก็เป็น "ชัช ชลวร" ที่ได้เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีสัญญาใจว่าจะอยู่ในตำแหน่งเพียง 3 ปีเท่านั้น

               ต่อมา "ชัช" ก็ยอมลาออก และ "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์" ก็ดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งเขาก็อยู่ในตำแหน่งเพียง 2 ปี ก็ลาออกจากทั้งตำแหน่งประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก่อนครบวาระ โดยให้เหตุผลว่าตั้งใจที่จะอยู่ไม่ครบเทอมตั้งแต่แรก เพราะตั้งใจแค่ทำหน้าที่จัดการเรื่องราวภายในศาลรัฐธรรมนูญให้เสร็จ

               จากนั้น "จรูญ อินทจาร" ที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง และดำรงตำแหน่งได้ 1 ปี เพราะก่อนที่เขาจะอายุครบ 70 ปี เพียงไม่กี่วัน ก็ได้ลาออกจากตำแหน่ง "ประธานศาลรัฐธรรมนูญ" เหลือเพียงตำแหน่ง "ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" และได้ร่วมลงเสียงในการเลือกประธานคนต่อไป ซึ่งก็ปรากฏว่า "นุรักษ์ มาประณีต" ได้ขึ้นมารับตำแหน่งนี้แทน

               อดีตที่ผ่านมาเราไม่ได้เห็นว่ามีประธานคนไหนที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานเพราะมักเลือกคนที่อาวุโสสูงสุด และเมื่ออายุครบ 70 ปี ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งตุลาการไป 

               ยิ่งข้ออ้างว่าอยู่ในตำแหน่งนานจะกลายเป็นคน "บ้าอำนาจ" ก็ดูจะขัดแย้งกับการกำหนดวาระดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ให้อยู่ถึง 9 ปี โดยให้เหตุผลว่าเพื่อต้องการ "ความต่อเนื่อง" และยาวนาน

               เพราะตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญเองก็ไม่ได้มีความพิเศษกว่าตุลาการคนอื่นเท่าไรนัก นอกจากเป็นหัวหน้าสำนักงานไปในตัว ส่วนการตัดสินคดีก็มีหนึ่งเสียงเท่ากับผู้อื่น หากกลัวอยู่ยาวแล้ว "บ้าอำนาจ" ก็ต้องกลัวกับตุลาการคนอื่นด้วยเช่นกัน

               ตรรกะในเรื่องนี้จึงถือว่าขัดกันเอง เรื่องนี้จึงมองเป็นอย่างอื่นยากว่าเป็นการเขียนกฎหมายระดับรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาในองค์กร