ข่าว

'รายได้' ลอยไม่ได้

'รายได้' ลอยไม่ได้

23 ม.ค. 2558

เงินทองต้องรู้ : 'รายได้' ลอยไม่ได้ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

 
                            มีละคร 2 เรื่องที่น่าพูดถึง เรื่องแรกกำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ นำแสดงโดยพระนางถึง 2 คู่ นั่นคือ “แอบรักออนไลน์” คู่แรกนำแสดงโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และแอน ทองประสม ซึ่งเรื่องนี้เธอรับหน้าที่เป็นผู้จัดละครด้วย และคู่ที่สอง หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และคิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ 
 
                            ที่น่าพูดถึง เพราะแม้ละครเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ก ในปฏิบัติการรักแบบ “แอบรัก” ของนางเอกรุ่นพี่ “แอน” กับพระเอกรุ่นน้อง “หมาก” แต่เพราะ
 
                            “การงาน” ของพระนางทั้ง 4 คนเกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้นโดยตรง ทำให้ช่วงต้นของละครเรื่องนี้มีหลายฉากหลายตอนที่อธิบายถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดหรือที่เรียกว่า มาร์เก็ตติ้ง และการติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
 
                            ปฏิบัติการ “แอบรักออนไลน์” ก็เลยได้รับการตอบรับในวงกว้างจากผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ (ในชีวิตจริง) หลายแห่งที่ไม่ปกติไม่เคยดูละคร ยังต้องลองหันมาดูละครเรื่องนี้
 
                            ส่วนละครอีกเรื่องลาจอไปเรียบร้อยแล้ว เป็นละครที่ว่าด้วยการส่งเสริมการหาเงิน การใช้เงิน การออม และการขยายดอกผลจากการออม ซึ่งจริงๆ แล้ว เชื่อว่า ผู้จัดละคร ผู้เขียนบทหรือแม้แต่ผู้กำกับ รวมทั้งผู้สนับสนุนหลัก คงมีวัตถุประสงค์ส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้กับเด็กๆ (เพราะเป็นละครวันหยุดในช่วงเช้ามาก) เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของ “เงิน” และต้องการให้เด็กรู้หา รู้ใช้ รู้เก็บ แต่ในฐานะ “คอละคร” ที่ติดตามอย่างเหนียวแน่น พบว่า มีหลายฉากหลายตอนที่สุ่มเสี่ยงกับความเข้าใจผิดๆ จนคล้ายๆ กับเป้าประสงค์ของละครคือ “ทำอย่างไรก็ได้ ให้ได้เงิน”
 
                            เช่น การที่พระเอกพยายามหารายได้ด้วยการหลอกขโมยสูตรยาจีนจากเพื่อนบ้าน โดยใช้หลานสาวตัวน้อยของตัวเองและลูกชายตัวนิดของเพื่อนบ้านคอยหลอกล่อ “หม่าม้า” แล้วก็ฉวยจังหวะขโมยส่วนผสมของสูตรลับมา พอเอามาต้มเป็นยาจีน ก็ทำแบบขาดความรู้ ไม่ได้มาตรฐาน เอามากรอกขวดวางขายหน้าบ้าน แล้วใช้วาทศิลป์พูดโอ้โลมลูกค้าจนขายหมดเกลี้ยง ก่อนจะปิดฉากด้วยความดีใจที่หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ตอนท้ายละครยังคำนวณให้เห็นอีกว่า วันนี้มี “รายได้” เท่าไหร่ กับปิดท้ายด้วยว่า “รวย รวยและรวย”
 
                            เป็นความร่ำรวยที่กระบวนการทางความคิด วิธีการและการลงมือทำ เพื่อให้ได้มาซึ่ง “เงิน” ตั้งแต่ต้นจนจบนั้น “ผิดหมด”
 
                            ถ้าเราตั้งต้นคิดถึงแต่ “ปลายทาง” ว่า “ต้องหาเงินให้ได้” โดยไม่สนใจจุดเริ่มต้นหรือระหว่างทางว่า วิธีการที่ถูกต้องเหมาะสมคืออะไร โลกนี้ก็คงมีแต่การเอารัดเอาเปรียบกัน คงมีแต่สิ่งผิดกฎหมาย คงมีแต่ความมืดบอดที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นแสงสว่างใดๆ เลย เพราะคำว่า “โลภ” พาเราเดินทางไปไกลเสียแล้ว
 
                            เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีโอกาสสนทนากับ คุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรรมการและที่ปรึกษา สมาคมวางแผนการเงินไทย ถามคุณวิวรรณว่า ในฐานะที่ใกล้ชิดกับคนที่วางแผนทางการเงิน เห็นตัวอย่างมาก็มาก พอจะบอกได้หรือไม่ว่า อะไรที่เป็น “จุดร่วม” ของคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน คำตอบแรกของคำถามนี้ คือ “ต้องทำงานหนัก”
 
                            “ทุกคนต้องทำงาน แล้วก็ทำงานหนัก ต้องหารายได้ให้เป็น เพราะรายได้มันไม่ลอยมา เราต้องรู้จักหาให้ได้ หาให้เป็น พอหารายได้แล้ว ก็ต้องมีวินัยในการเก็บออมเงิน ต้องนำเงินที่ออมไปลงทุนอย่างมีหลักการ แล้วก็ต้องทบทวนพอร์ตการลงทุนของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตอนอายุน้อย อาจจะลงทุนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอย่างหุ้นมากหน่อย พออายุมากขึ้น ก็ต้องลดน้ำหนักหุ้นลง หรือถ้ามองว่าช่วงนี้เศรษฐกิจดี ก็เพิ่มน้ำหนักหุ้น ถ้าช่วงไหนเศรษฐกิจไม่ดี ก็ลดน้ำหนัก ตรงนี้สำคัญมาก ทั้งการมีวินัยและการหมั่นตรวจสอบการลงทุนเสมอๆ” 
 
                            ส่วนปัญหาที่คุณวิวรรณบอกว่า “พบบ่อย” สำหรับคนที่กำลังวางแผนทางการเงิน ถ้าแบ่งเป็นกลุ่มปัญหาตามความมั่งคั่ง จะพบว่า ปัญหาของคนที่มีความมั่งคั่งน้อยที่พบมากที่สุด คือ การบริหารจัดการหนี้สิน จะทำอย่างไรให้พ้นวังวนของหนี้ พอที่จะมีเงินเหลือให้เก็บออมและลงทุนเพื่อความมั่นคงของชีวิต
 
                            ขณะที่ปัญหาของคนที่มีความมั่งคั่งปานกลาง หรือเป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือน คือ การบริหารจัดการรายจ่าย จะทำอย่างไรให้มีเงินเหลือเก็บ ไม่ไปจับจ่ายใช้สอยจนหมด ถัดมา คือ กลุ่มคนที่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็มีปัญหาว่า จะทำอย่างไรให้การลงทุนงอกเงย ถัดมาคือ ปัญหาการวางแผนวัยเกษียณ 
 
                            “อันนี้เป็นปัญหามาก เพราะคนไทยจะคิดเรื่องเกษียณตอนอายุ 42 ซึ่งมันเหลือเวลาอีกนิดเดียว มันไม่พอ ระยะเวลาเก็บเงินหรือลงทุน 18 ปี มันเกินไปน้อย จริงๆ อยากให้คิดเรื่องเกษียณตั้งแต่วันแรก เพราะต้องไม่ลืมว่า เรามีช่วงเวลาทำงานเฉลี่ย 35-38 ปี แต่ระหว่างนั้นที่ทำงาน เราต้องหาเลี้ยงตัวเองและดูแลครอบครัว ไม่ใช่เก็บอย่างเดียว เราต้องใช้จ่ายในระหว่างนั้น ดังนั้น ต้องคิดเผื่อตอนที่เราไม่ได้ทำงานแล้ว ซึ่งเป็นเวลาอีก 20 ปีนับจากนั้น เรื่องเริ่มช้านี่เป็นปัญหามาก”
 
                            ถ้าไม่นับรวมละครเรื่องแรก และคิดต่อเฉพาะละครเรื่องที่สอง กับสิ่งที่คุณวิวรรณ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในแวดวงวางแผนทางการเงินกล่าวไว้ ความสุขสบายทางการเงินในชีวิตวันหน้าก็ต้องเริ่มมาจากการทำงาน หารายได้อย่างถูกต้อง และเราต้องขวนขวาย ลงทุนลงแรง เพราะรายได้ มันลอยมาหาไม่ได้ ต้องทำให้เต็มศักภาพ เหมือนกับส่วนหนึ่งของหนังสือ “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก” เขียนโดย ผศ.ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ ที่ในหน้า 17 ของหนังสือเล่มนี้เขียนถึง “เรย์ ดาลิโอ” ผู้บริหารกองทุนระดับโลกที่ติดอันดับร่ำรวยที่สุดในโลกอันดับ 30 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ ในปี 2557 ว่า กฎของสำคัญของ “ดาลิโอ” คือ อย่ากลัวความผิดพลาด
 
                            “อย่ากลัวที่จะทำเกินศักยภาพในตัวคุณ ทว่าสิ่งที่ต้องรู้เพื่อผ่าทะลุลิมิตดังกล่าว คือ ต้องรู้ว่าอะไรเป็นจุดอ่อนของคุณ และไม่ต้องอายที่จะรู้ปมด้อยของตัวเองจากความผิดพลาด” เรย์ ดาลิโอ ได้กล่าวไว้
 
 
 
 
 
 
--------------------
 
(เงินทองต้องรู้ : 'รายได้' ลอยไม่ได้ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])