
ผบ.ทบ.ยันสนช.อิสระพิจารณาถอดถอน
21 ม.ค. 2558
ผบ.ทบ. เผยให้ทหารในพื้นที่ทำความเข้าใจงานและนโยบายของรัฐบาล-คสช. ชี้กลุ่มเคลื่อนไหวต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ยัน สนช.อิสระพิจารณาถอดถอน
21 ม.ค.58 เมื่อเวลา 07.45 น. ที่ฝูงเครื่องบิน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มผู้สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอาจออกมาเคลื่อนไหวกดดันสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการลงมติถอดถอนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า ไม่เป็นห่วง ฝ่ายความมั่นคงติดตามสถานการณ์อยู่ คงเป็นความคิดเห็นแต่ละส่วน แต่การเคลื่อนไหวอย่าให้เกินไปกว่ากรอบกฎหมายที่ได้ประกาศอยู่ และคงจะต้องดูความถูกต้องตามเหตุผลข้อมูลที่จะชี้แจงกันไป ขอร้องว่าทุกคนต้องอยู่ในกรอบกติกาและฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน เหตุผลใครผิดหรือถูกก็คงจะต้องว่ากันไปตามนั้นและคงเป็นอิสระของสนช.จะเป็นผู้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องเตือนกลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่ให้ออกมาหรือไม่ เพราะเป็นช่วงของการประกาศกฎอัยการศึก พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทุกคนคงจะรับทราบอยู่แล้ว คงเรียบร้อยไม่มีอะไร กลุ่มและฝ่ายต่าง ๆ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ในกรอบ แต่อย่าให้อยู่นอกกรอบกฎหมาย การสัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าเกินกว่ากรอบ ถ้าเกินกว่ากรอบก็คงไม่ปล่อยให้ทำเช่นนั้น
ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะให้ทหารออกไปชี้แจงทำความเข้าใจหลังมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า อยู่ที่เหตุผลและความเป็นจริงที่ผ่านมา การทำความเข้าใจคงเป็นการทำตามหน้าที่ที่ทำอยู่ปัจจุบัน และ ในเรื่องที่รัฐบาลดำเนินการต่างๆ อยู่ ทั้งเรื่องสังคม เศรษฐกิจ กฎหมาย เมื่อ คสช.รับทราบ หน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง และทางทหาร ซึ่งเรามีกำลังพลกระจายอยู่ในพื้นที่ทั่วไป ก็ไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนงาน โครงการ และ นโยบายที่ดีๆ ให้ประชาชนรับทราบ สิ่งใดที่เป็นเรื่องที่รัฐบาลปฏิบัติและเป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็จะพยายามทำความเข้าใจในทุกด้าน ในเรื่องการเมืองก็คงเป็นการทำความเข้าใจให้ทุกคนต้องเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการให้ทหารที่อยู่กับชาวบ้านทำความเข้าใจหรือส่งทีมเข้าไป พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นการทำความเข้าใจอย่างที่ตนพูด แต่เรื่องความผิดถูกของกฎหมายเราไม่ได้ไปยุ่งตรงนั้น ทำความเข้าใจเรื่องงานของคสช.และรัฐบาล ที่จะปฏิบัติอะไรบ้างที่ปฏิบัติต่อประชาชน ซึ่งต้องบอกให้ได้รับทราบบ้างหรือหากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาอะไร ประชาชนก็สามารถเข้าไปที่ศูนย์ดำรงธรรมได้และทหารที่ลงไปในพื้นที่เรามีชุดปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือน (ชป.กร.) ลงไปทำหน้าที่ตรงนี้
ผบ.ทบ.เยือนกัมพูชาหารือความร่วมมือชายแดน-กระชับสัมพันธ์ทางทหาร
เมื่อเวลา 07.45 น. ที่ฝูงเครื่องบิน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ ก่อนเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม ว่า เป็นการเดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ พล.อ.เมี๊ยะ โซ เพียะ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.สส) และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กัมพูชา พร้อมเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.เตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และ พล.อ.โปล ซะ เรือน ผบ.สส. กัมพูชาด้วย โดยคณะของไทยประกอบด้วย พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.ธวัช สุกปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งรับผิดชอบชายแดนประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ เน้นการยกระดับความสัมพันธ์ทางด้านการทหารให้มีความแนบแน่นมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนั้นจะมีการหารือถึงการปฏิบัติงานร่วมกันของกองกำลังทหารสองประเทศให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลาดตระเวนเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาการลับลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบนำเข้ายาเสพติด รวมถึงการพัฒนาให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยการสานต่อโครงการหมู่บ้านชายแดนคู่ขนาน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ซึ่งตนมีแนวความคิดในการขยายพื้นที่ในส่วนของอำเภอที่มีโครงการดังกล่าวมากพอสมควร ยกระดับเป็นอำเภอเข้มแข็งคู่ขนานต่อไป ส่งผลให้เป็นตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริมซึ่งกันและกันในการแลกเปลี่ยนการสร้างพื้นฐานความเป็นอยู่ให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือในการดูแลสิ่งที่ผิดกฎหมายร่วมกันด้วย
“นอกจากนั้น ยังเป็นเรื่องการสนองนโยบายของรัฐบาลในการเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งรัฐบาลได้เปิดพื้นที่บริเวณจังหวัดสระแก้ว ก็จะได้เชิญชวนให้ทางกัมพูชาสนับสนุน ร่วมมือกัน เพื่อให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในสองประเทศ ที่ผ่านมาคณะกรรมการระดับต่างๆ ก็มีการหารือกันอยู่แล้ว ทั้งในกรอบของคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย -กัมพูชา รวมถึงคณะกรรมาธิการส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมา มีการพูดคุยเพื่อหยุดยั้งปัญหาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย“ ผบ.ทบ.ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่กัมพูชาได้สร้างถนนที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ในบริเวณสันปันน้ำนั้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงานร่วมกัน หลังจากมีความไม่เข้าใจในระดับล่าง แต่ก็แก้ไขปัญหากันด้วยดี ตรงนี้ถือเป็นพื้นที่ที่ต้องรอ และได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู กันไว้แล้ว เมื่อเกิดปัญหาการรายงานขึ้นมาตามลำดับ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ได้รายงานขึ้นมาให้ทราบและตนก็ได้รายงานให้หน่วยเหนือทราบซึ่งมีการประสานงานกันระดับสูง และ ก็สามารถคลี่คลายปัญหาไปได้ ไม่มีการปฏิบัติการทหารทหาร อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่ยังไม่มีความชัดเจนทางฝั่งกัมพูชาก็ปฏิบัติตามด้วยดี แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และความร่วมมืออย่างดีในระดับสูง ทั้งนี้ ไม่มีหัวข้อการหารือเรื่องการปักปันเขตแดนเพราะเรามีคณะกรรมการโดยเฉพาะที่ทำงานเรื่องนี้อยู่แล้ว



