ข่าว

เปิด10ประเด็นกกต.เสนอแก้ไขจัดเลือกตั้ง

เปิด10ประเด็นกกต.เสนอแก้ไขจัดเลือกตั้ง

21 ม.ค. 2558

เปิด10ประเด็นกกต.เสนอแก้ไขจัดเลือกตั้ง

            ข้อเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อการควบคุมและการจัดการเลือกตั้ง เกี่ยวกับสภาพปัญหาแนวทางแก้ไขการจัดการเลือกตั้งของประเทศไทย ที่จะเสนอต่อคณะกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 8 ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน ในวันที่ 22 มกราคมนี้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ มีรายละเอียดดังนี้

            1.ก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง พบปัญหา 3 ข้อ คือ การทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในช่วงก่อน 90 วันก่อนครบอายุสภา การใช้อำนาจรัฐเพื่อทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในช่วงก่อนมีพระราชกฤษฎีกา และการโฆษณาของรัฐเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่ง กกต.เสนอแนวทางแก้ไข คือ ระยะเวลาห้ามทำผิดกฎหมายเลือกตั้งขยายเป็น 180 วันทุกกรณี กำหนดให้โครงการของรัฐที่สุ่มเสี่ยงต่อการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง แม้ได้รับอนุมัติก่อนมีพระราชกฤษฎีกาไม่สามารถดำเนินการได้หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาแล้ว และให้อำนาจ กกต.ในการพิจารณาสั่งแก้ไขไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

            2.ประกาศพระราชกฤษฎีกา พบปัญหา 3 ข้อ คือ กรณีมีปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง กกต.ไม่สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งได้ ระยะเวลาจัดการเลือกตั้งไม่เพียงพอ (สมาชิกวุฒิสภา 30 วัน) และการให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรักษาการ อาจเป็นปัญหาในเรื่องความไม่เป็นธรรม และความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง โดยเสนอแนวทางแก้ไขว่า ต้องแยกพระราชกฤษฎีกายุบสภาโดยคณะรัฐมนตรีและพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง โดย กกต.เพิ่มระยะเวลาเป็น 45 วัน เท่ากับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

            3.ประกาศรับสมัคร พบปัญหา 2 ข้อ คือ รับสมัครเลือกตั้งไม่ได้ เช่น การชุมนุมปิดล้อม และพรรคการเมืองไม่ได้ดำเนินการ เพื่อให้ได้ตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครอย่างจริงจังและไม่มีบทลงโทษ โดยเสนอแนวทางแก้ไข ให้กำหนดวิธีการรับสมัครเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งหรือทางไปรษณีย์ หรืออินเทอร์เน็ต และยกเลิกมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และให้พรรคการเมืองตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ถูกต้องทุกราย

            4.ค่าใช้จ่ายและวิธีการหาเสียง พบปัญหา 5 ข้อ คือ ผู้สมัครต้องใช้จ่ายในการหาเสียงมาก ผู้มีทุนมีความได้เปรียบ ข้อห้ามยังไม่ครอบคลุมพฤติกรรมการทุจริตเลือกตั้ง การใช้นโยบายเชิงประชานิยมในการหาเสียงก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศ พรรคการเมืองไม่มีส่วนร่วมป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง และผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเข้ามายุ่งเกี่ยวในการหาเสียงเลือกตั้ง

            กกต.เสนอแนวทางแก้ไข ให้จำกัดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเท่าที่จำเป็นและรัฐให้การสนับสนุนในการหาเสียงอย่างเต็มที่ กำหนดข้อห้ามให้ครอบคลุมในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา นโยบายการหาเสียงที่แสดงประโยชน์ต่อประชาชนที่เป็นตัวเงินชัดเจนไม่สามารถกระทำได้ กำหนดให้พรรคการเมืองมีหน้าที่ป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งภายในพรรค และห้ามผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเข้ายุ่งเกี่ยวกิจกรรมการเมืองทุกประเภท ถึงจะไม่มีตำแหน่งในพรรคการเมือง

            5.การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า พบปัญหา 3 ข้อ คือ มีการขนคนมาใช้สิทธิ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งยังไม่ได้รับความสะดวกในการมาใช้สิทธิเท่าที่ควร และเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้การลงทะเบียนมีผลตลอดไปจนกว่าจะมีการลงทะเบียนเปลี่ยนแปลง ทำให้รายชื่อผู้ลงทะเบียนลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดไม่เป็นปัจจุบัน โดยเสนอแนวทางแก้ไข ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและให้มีหน่วยเก็บข้อมูล เพื่อดำเนินคดีอย่างจริงจัง กำหนดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า 2 วัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. และให้การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดมีผลเฉพาะการเลือกตั้งคราวนั้น

            6.การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร พบปัญหา 4 ข้อ คือ ค่าใช้จ่ายต่อหัวในการเลือกตั้งสูง ผู้มาใช้สิทธิน้อย ไม่คุ้มค่าต่อการจัดการ การควบคุมให้การลงคะแนนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กรณีการลงคะแนนทางไปรษณีย์เป็นไปโดยลับ ไม่สามารถทำได้ พบมีการถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต และที่ผ่านมาผลจากการลงคะแนนนอกราชอาณาจักรไม่มีผลเปลี่ยนแปลงผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้ง

            ทั้งนี้ เสนอแนวทางแก้ไข เห็นว่า กรณีที่ยังคงให้มีการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไว้ ต้องดำเนินการแก้ไขเรื่องต่างๆ ให้การลงทะเบียนมีผลเฉพาะการเลือกตั้งคราวนั้น เน้นรูปแบบการเลือกตั้งทางไปรษณีย์เป็นรูปแบบหลัก การพัฒนารูปแบบการเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ตเป็นรูปแบบใหม่ รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศให้มากขึ้น และให้มีการนับคะแนนที่สถานทูต สถานกงสุล และส่งผลการนับคะแนนกลับประเทศไทย

            7.การส่งมอบและเก็บรักษาวัสดุอุปกรณ์ประจำหน่วยและบัตรเลือกตั้ง พบปัญหา 2 ข้อ คือ กรณีการชุมนุมปิดล้อมสถานที่แจกวัสดุอุปกรณ์ และการจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์หลังจากได้รับการแจกจ่าย โดยแนวทางแก้ไข เห็นว่า ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หรือประกาศเลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะหน่วย และให้จัดเก็บในที่สาธารณะโดยมีเวรยามเฝ้าอย่างเคร่งครัด

            8.การลงคะแนน พบปัญหา 3 ข้อ คือ ยังไม่สะดวกเพียงพอ ผู้พิการและผู้สูงอายุไม่ได้รับความสะดวกในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และในกรณีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นคนของนักการเมือง อาจทำให้เปิดโอกาสทุจริตการเลือกตั้งได้ โดยแนวทางแก้ไขเห็นว่า ขยายเวลา 08.00-16.00 น. โดยเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมง เปิดทางเลือกในการใช้เครื่องลงคะแนนอัตโนมัติในพื้นที่มีความพร้อม ให้ผลตอบแทนเพื่อจูงใจผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เช่น ลดหย่อนภาษี ฯลฯ ด้านส่วนราชการ จัดรถรับ-ส่ง หรือหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการลงคะแนนแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ต้องเปิดโอกาสให้มีการร้องคัดค้านการแต่งตั้งกรรมการประจำหน่วยในกรณีที่เห็นว่าไม่เป็นกลาง การสร้างกลไกเพื่อตรวจสอบการใช้สิทธิของประชาชนเพื่อป้องกันการใช้สิทธิซ้ำซ้อน และให้มีตัวแทนองค์กรเอกชนหรือตัวแทนพรรคการเมืองเป็นผู้สังเกตการณ์ในหน่วยเลือกตั้งอย่างจริงจัง

            9.การดำเนินการกรณีเลือกตั้งไม่สุจริต พบปัญหา 3 ข้อ คือ ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการสืบสวนสอบสวน เช่น สถานภาพของพนักงานไม่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่มีอำนาจในการตรวจค้น ไม่มีอำนาจเรียกพยาน ระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนหลังเลือกตั้งจนถึงประกาศผลน้อยเกินไปจนไม่สามารถทำให้การสืบสวนสอบเป็นไปอย่างได้ผล และกฎหมายกำหนดให้การลงมติของ กกต.ก่อนประกาศผลและหลังการประกาศผลการเลือกตั้งใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกัน

            สำหรับแนวทางแก้ไข เห็นว่า ต้องแก้ไขกฎหมายให้พนักงานมีสถานภาพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจในการตรวจค้นและเรียกพยาน มีมาตรการในการคุ้มครองพยาน ให้ใช้สำนวนของ กกต.เป็นสำนวนหลักในการดำเนินคดีเลือกตั้ง และให้เพิ่มมาตรการเกี่ยวกับการให้เงินสินบนนำจับแก่ผู้ที่ชี้ช่องเบาะแสจนสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง นอกจากนี้เห็นว่า ต้องขยายระยะเวลาประกาศผลจาก 30 วัน เป็น 60 วัน เพื่อเพิ่มศักยภาพการสืบสวน โดยการแต่งตั้งกองงานข่าวเชิงรุกเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงการกระทำความผิด และแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้การสั่งเลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ใช้มติเสียงข้างมากทุกกรณี

            10.กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน พบปัญหา 1 ข้อ คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนยังมีค่อนข้างน้อยและมีลักษณะเป็นพิธีกรรม โดยแนวทางแก้ไขเห็นว่า ต้องเปิดโอกาสให้องค์กรเอกชนที่มีความเข้มแข็งเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง สร้างมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรเอกชนกับ กกต.อย่างมีประสิทธิผล สร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างงานด้านสืบสวนสอบสวนกับงานด้านการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมให้มีมาตรการคุ้มครองประชาชนที่ให้การสนับสนุนการทำงานของ กกต. ซึ่งวางรากฐานการสร้างพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย และการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.)