ข่าว

‘บิ๊กตู่’บอกจะออกก.ม.ไซเบอร์จะทำไม

‘บิ๊กตู่’บอกจะออกก.ม.ไซเบอร์จะทำไม

20 ม.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’บอกจะออกก.ม.ไซเบอร์จะทำไม ไม่เช่นนั้นจะเป็นนายกฯไปทำไม เดินหน้าสร้างรถไฟกับจีน ‘สรรเสริญ’ชวนสังคมตรวจสอบภาวะผู้นำ‘ยิ่งลักษณ์’

                เมื่อเวลา 16.10 น.วันที่ 20 ม.ค.2858 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมครม.-คสช.โดยช่วงหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวอิศราถามถึงการจัดซื้อเรือท้องแบนของกองทัพบกเป็นเงิน 39 ล้านบาท มีกรณีที่บริษัทที่ชนะการประกวดราคาและบริษัทที่เสนอราคาทั้ง 2 บริษัทนั้นมีความเชื่อมโยงกัน และมีผู้ถือหุ้นเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเพียงสั้นๆโดยไม่หันไปมองหน้าผู้สื่อข่าวที่ถามคำถามดังกล่าวก่อนกล่าวว่า “ไปแจ้งความมา” เมื่อถูกถามย้อนกลับว่า ผู้สื่อข่าวไม่มีหน้าที่ในการฟ้องร้อง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ได้สิ ทุกคนแจ้งได้ ไปหามา”
    
                เมื่อผู้สื่อข่าวคนเดิมพยายามถามถึงกรณีที่ครม.มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมาว่ามีความจำเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “เป็นการเข้าไปหาคณะกรรมาธิการ เพราะเราเป็นผู้เริ่มต้นแล้วคณะกรรมาธิการเข้ามาเสนอต่อครม. ทุกคนต้องรู้จักกติกาบ้าง รู้ว่าทำงานกันอย่างไร สิ่งที่ผมกลัวและเป็นห่วงทุกคนมัวแต่มองอย่างเดียวว่าจะถูกจำกัดสิทธิ วันนี้จำกัดสิทธิอะไรบ้างหรือยัง จำกัดอะไรบ้างรึยังหือ”
    
                เมื่อถามอีกว่า แต่ว่ามีการให้อำนาจหน้าที่เจ้าหน้าที่ในการข้อถึงข้อมูลทุกรูปแบบ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบอย่างมีอารมณ์ขึ้นมาทันทีว่า “แล้วเขาจบหรือยังล่ะ กฎหมายออกมาหรือยัง”

                เมื่อถามว่า ประเด็นคือทำไมถึงผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบแบบขึงขังด้วยสีหน้าแดงก่ำว่า “ไม่ต้องทำไม ทำไมล่ะจะผ่าน ทำไม เฮ้ยจะเป็นทำไมวะ นายกฯจะเป็นทำไม ”จากนั้นผู้สื่อข่าวคนอื่นพยายามจะถามประเด็นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เดินเลี่ยงไปก่อนกล่าวว่า “ไม่เอา ไปแล้ว” พร้อมเดินไปบ่นเสียงดังว่า “อารมณ์เสียๆ”ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า


ยันจะหาทางออกปมสัมปทานปิโตรเลียมให้ดีที่สุด

                พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์แนวทางการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ว่า ในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจได้คุยกันแล้ว ในเรื่องการหาแนวทางปฏิบัติ ซึ่งจริงๆแล้วจะสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้ยังไม่มีใครเสนอมาเท่าไหร่ เดี๋ยวจะหาทางออกให้ดีที่สุด ทั้งนี้หากจะให้เขาเสนอมาจะได้หรือไม่ เพื่อให้รู้ว่าเขาต้องการแบบไหน เช่น ต้องการแบบสัมปทานหรือการแบ่งผลประโยชน์ (พีเอสซี) ระหว่างภาครัฐกับเอกชน ซึ่งต้องระบุมา เพื่อจะดูว่าเขาจะร่วมมือกับเราตรงไหน

                ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งาติ (สปช.) มีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็มีผลที่ให้เกิดความชัดเจน แต่อย่าเอามาปนหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง ซึ่งความมั่นคงคือความมั่นคง ยังไงก็ต้องหาพลังงาน แต่จะหาเมื่อไหร่อย่างไร ซึ่งจะต้องใช้เวลาลงทุนอีก 5-6 ปี ไม่ใช่จะขุดเจาะได้ในวันนี้ หากเขาสนใจและเสนอแนวทางมาอีก 4-5 เดือน จึงจะเริ่มกระบวนการต่างๆ ได้ ไม่ใช่ปุบปั๊บทำได้เลย ตอนนี้ยังมีเวลาที่จะทำความเข้าใจกันอีก
    
                “ผมฟังข้อมูลทุกส่วน วันนี้เรื่องสัมปทานเขาเปิดไปแล้ว โดยให้บริษัทที่สนใจสมัครเข้ามาและระบุว่าชอบแนวทางแบบไหน เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าถ้าเราเสนอแบบนี้จะมีใครสนใจหรือไม่ ระหว่างสัมปทานกับระบบแบ่งปันผลประโยชน์ (พีเอสซี) หากเขาไม่เอาระบบพีเอสซี จะขอเป็นสัมปทานก็ต้องมาเคลียร์ สัมปทานที่ว่านั้นได้รับประโยชน์อย่างพอเพียงหรือไม่ อะไรทำได้ไม่ได้ ก็ค่อยว่ากัน อย่าไปทะเลาะกันอีกเลย”นายกฯกล่าว
 


ประชุมยาวกว่า7ชม.ถกแก้ปัญหารายได้ประชาชน


                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมร่วมครม.-คสช. ครั้งที่ 1/2558 พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการเรียกประชุมครม.เศรษฐกิจต่อถึงการประชุมร่วมกันระหว่างคณะผู้แทนไทย-จีน ในการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วปานกลางในวันที่ 21 ม.ค. ว่า หากทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นที่ตรงกัน คาดว่าในเดือนกันยายนจะสร้างมาดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟได้ทันที

              ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้เตรียมหารือสร้างทางรถไฟร่วมกับประเทศญี่ปุ่นในการ เยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ด้วย ซึ่งการลงทุนสร้างทางรถไฟนี้เป็นการสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมโยง ระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายคาดว่าจะมีการหารือให้ได้ข่อ สรุปภายในเดือนกุมภาพันธ์ และยืนยันว่าการก่อสร้างครั้งนี้ไม่มีใครได้ผลประโยชน์

               โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 7 ชม. โดยเมื่อเวลา 16.20 น.พลเอกประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในประเด็นที่ยังล้าช้า ซึ่งจะเร่งรัดให้ รวมถึงชี้แจงการทำงานต่างๆ จากนั้นเข้าสู่การประชุม ครม.เป็นการหารือในงานปกติที่ต้องมีการขออนุมัติและพิจารณา โดยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมครม.แล้วได้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจวงเล็ก เพื่อดูว่าเราจะสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่มีอาชีพแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราดูแลในส่วนประชาชนที่ไม่ได้ทำการเกษตรในฤดูแล้งว่าจะมีการจ้างงานได้หรือไม่ และหาเม็ดเงินลงไปดูแล

                พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือการจัดการเรื่องข้าวในสต๊อกให้ได้ โดยที่ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อราคาข้าวในท้องตลาด โดยอาจจะมีการขายให้กับคนที่มีรายได้น้อยบ้าง แต่จะต้องไม่มีผลกระทบต่อราคาข้าวอีกทั้งมีการหารือในการแก้ไขปัญหายางพารา ซึ่งตนได้สั่งการไปแล้วจะมีส่วนหนึ่งนำไปทำถนนได้จำนวนหนึ่งเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์และดูว่าต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และสามารถนำมาทำยางรถยนต์หรือวัสดุสนามกีฬาให้โรงเรียนต่างๆ เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 ตัน โดยใช้ยางในสต็อกเป็นวัสดุต้นทุน ทั้งนี้ถ้าเราเริ่มตรงนี้ได้จะทำให้สามารถนำยางในสต๊อกออกมาใช้ได้ และจะไม่ทำให้ยางในท้องตลาดเสียหาย
    
                นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราคิดในทุกมาตรการทั้งรถไฟส่วนต่อขยาย สายสีน้ำเงินซึ่งมีการพูดคุยชัดในเดือน ก.พ. แต่ถ้าไม่ได้จะมาว่ากันในเรื่องวิธีการ โดยไม่มีใครได้ผลประโยชน์ แต่สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เกิดผลได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีการรายงานความก้าวหน้าที่จะมีการพูดคุยกับจีนในการตั้งคณะกรรมการร่วมกันของโครงการรถไฟทางคู่และพูดคุยลงรายละเอียดภายในเดือน ม.ค.นี้ สิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม หากมีการตกลงกันได้ทุกอย่างทั้งเงินทุน ระเบียบ การบริหารจัดการ คาดว่าเดือนก.ย.จะมีการเริ่มต้นลงเสาเข็มได้
    
                พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ตนต้องเตรียมการว่าจะมีการหารือกับประเทศญี่ปุ่นอย่างไร ในเรื่องความร่วมมือด้านรถไฟ ซึ่งขึ้นอยู่กับญี่ปุ่นว่าจะร่วมทุนอย่างไร เช่นเดียวกับการร่วมมือไทยกับจีน โดยเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรวมถึงการสร้างความเชื่อมโยงด้วย ทั้งนี้จะมีการดำเนินการทางรถไฟเพียง 1-2 เส้นทางก่อน ผู้ที่สนใจก็ต้องว่ากันไปในเรื่องการแข่งขันประมูล แต่เราต้องเร่งให้มีการเริ่มใน 1 - 2 เส้นทางแรกก่อน เพราะเรามีเงินแค่นี้

 

 

“สรรเสริญ”ชวนสังคมตรวจสอบภาวะผู้นำ“ยิ่งลักษณ์”

             เมื่อเวลา 16.00น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และคณะรัฐมนตรี(ครม.) และประชุมครม. ว่า ในที่ประชุมมีการรายงานในส่วนของคสช.ว่าภาพรวมโดยทั่วไปถือว่ามีความเรียบร้อย ไม่มีผลกระทบร้ายแรง นอกเหนือจากนั้นก็มีการนำเสนอว่าเรื่องที่สังคมสนใจมากคือเรื่องการถอดถอนนักการเมือง3คน ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. สั่งว่าให้คสช.และครม.ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมว่าเรื่องทั้งหลายเหล่านี้เป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองเราในอดีตที่มีข้อขัดแย้งกันอยู่ อยู่เฉยๆก็ไม่ได้ก็จะเป็นความขัดแย้งที่พร้อมประทุตลอด ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย

“ครั้งนี้จึงเป็นการตรวจสอบภาวะผู้นำจริยธรรมของนักการเมือง ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลของทุกฝ่ายให้สนช.รับทราบ รวมทั้งนำเสนออย่างกว้างขวางให้ประชาชนได้รับทราบว่าทางฝ่ายป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตเรื่องอะไรบ้าง เรื่องของการมีภาวะผู้นำที่รับรู้รับทราบถึงนโยบายการบริหารราชการที่ผ่านมาว่ามีความเสียหายแล้วท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ใช้ภาวะผู้นำ ภาวะผู้เป็นกำหนดนโยบายของรัฐได้ระงับยับยั้งความเสียหายเหล่านั้นหรือเปล่า ส่วนการตอบข้อสงสัยหรือข้อสงสัยของท่านยิ่งลักษณ์ก็ไม่ได้มาตอบคำถามด้วยตนเอง ก็มีการมอบหมายให้ทีมของท่านตอบผ่านยูทูบซึ่งตรงนี้สังคมต้องลองพิจารณาดูว่าเรื่องของการตรวจสอบจริยธรรมคุณธรรมสามารถมอบหมายให้ใครตอบแทนได้หรือไม่ แต่ขอยืนยันให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่ารัฐบาล คสช. และหน่วยงานแม่น้ำ5สายได้ดำเนินการที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างเป็นระบบ โดยยึดถือข้อกฎหมายและคุณธรรมจริยธรรม ไม่ได้มุ่งหมายที่จะทำลายล้างใคร”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เท่าที่ตรวจสอบพบว่าศูนย์ปรองดองฯได้พยายามจัดกิจกรรมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และมีประชาชนไปร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ก็ถือได้ว่าเรื่องการแบ่งสีแบ่งฝ่ายก็ค่อนข้างจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ วันนี้ก็มีเพียงกลุ่มการเมืองอีกเล็กน้อยที่พยายามจะพูดชักจูงกระแสให้มีความรู้สึกเป็นสีเป็นกลุ่มเป็นส่วนเป็นฝ่าย เพราะฉะนั้นก็ขอความร่วมมือว่าขอให้มั่นใจในแม่น้ำ5สายของคสช.ที่ตั้งมาว่าเราจะดำเนินการด้วยความยุติธรรมไม่ได้แบ่งฝ่ายแต่อย่างใด