ข่าว

'203'ปัดทำร้าย'เด็ก'ยันถูกผลักลงรถ

'203'ปัดทำร้าย'เด็ก'ยันถูกผลักลงรถ

20 ม.ค. 2558

'กระเป๋า' 203 ยันไม่ได้ทำร้าย-ผลักลงรถ วอนขอความเป็นธรรม ด้านเด็กแฉมีเรื่องกระทบกระทั่ง โดนกระบอกตั๋วตี เจ็บตัว เสียใจ นั่งร้องไห้ ก่อนถูกถ่ายคลิปแชร์ว่อนเน็ต

 
                           20 ม.ค. 58  เมื่อเวลา 09.00 น.  กระเป๋ารถเมล์ อายุ 50 ปี และคนขับ อายุ 46 ปี รถโดยสารร่วมบริการ ขสมก. ปรับอากาศ สาย 203 หมายเลขข้างรถ 35 เดินทางมาที่สำนักงานใหญ่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. พร้อมกับเจ้าของรถคันดังกล่าว อายุ 42 ปี เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดินรถเอกชนร่วมบริการ หลังมีคลิปถูกเผยแพร่ และมีการแชร์อย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ กล่าวหากระเป๋ารถโดยสารคันนี้ ทำร้ายร่างกาย และผลักเด็ก ซึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าตั๋ว ลงจากรถได้รับบาดเจ็บ จนถูกสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ถึงความไม่เหมาะสม ทำเกินกว่าเหตุ และไม่มีน้ำใจ โดยมี น.ส.บังอร แตงหอม เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5 ฝ่ายเดินรถเอกชนร่วมบริการ ขสมก. เป็นผู้สอบสวนข้อเท็จจริง
 
                           ภายหลังการสอบสวนลงบันทึกข้อความบุคคลทั้งสอง เจ้าหน้าที่ได้ให้เซ็นชื่อยืนยันในใบบันทึกคำให้การไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งระหว่างสอบข้อเท็จจริง กระเป๋ารถเมล์ อธิบายว่า จากคลิปที่ปรากฏขึ้นบนโลกออนไลน์ "ไม่เป็นความจริง" ถูกกล่าวหาอยู่ฝ่ายเดียว และเด็กผู้ชายคนนี้ที่จริงอายุ 19 ปี แต่เป็นที่ทราบกันว่า เป็นเด็กพิเศษ มีอาการทางสมอง จะขึ้นรถสายนี้เป็นประจำ ซึ่งรถจะวิ่งระหว่างท่าน้ำนนท์ - สนามหลวง เด็กผู้ชายคนนี้มักจะขึ้นรถเมล์ป้ายหน้าห้างโลตัสบางพลัด ถ.จรัญสนิทวงค์ หรือหน้าโรงเรียน เป็นประจำ และจะไปลงย่านบางกรวย แถวสะพานพระราม 7 ที่ผ่านมา ไม่เคยเก็บค่าโดยสาร เมื่อขึ้นรถมาเสมือนเป็นผู้โดยสารวีไอพี มีคนลุกให้นั่ง ตนมักจะพูดหยอกเสมอว่า หนีเที่ยวอีกแล้ว ไปเที่ยวไหนมา และเหตุการณ์ที่กลับกลายมาเป็นคลิปดังในโลกออนไลน์ครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น. เด็กผู้ชายคนนี้ขึ้นรถมาปกติที่ป้ายเดิมตรงหน้าโรงเรียน เวลานั้นมีผู้โดยสารเกือบเต็มรถ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน-นักศึกษา จึงพูดแหย่ว่า วันนี้จ่ายค่าโดยสารด้วยนะ 
 
                           กระเป๋ารถเมล์ กล่าวอีกว่า เป็นการพูดแหย่ปกติ แต่เข้าใจว่า เขาเป็นเด็กพิเศษ ที่ผ่านมาเขาก็ตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน โดยไม่เคยได้เก็บค่าโดยสารเด็กคนนี้แม้แต่ครั้งเดียว แต่วันนั้น เขาน่าจะอารมณ์บูด หลังจากที่พูดแหย่เล่นเรื่องจ่ายค่าโดยสารด้วยนะ เขาก็มีอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่พอใจ เหวี่ยงกระเป๋าสีดำที่สะพายมา ฟาดลงกับพื้นรถ และทำท่าจะปรี่เข้ามาหาตน ตนก็ถอยหลังพร้อมกับห้ามปรามว่าอย่าทำแบบนี้ เดี๋ยวแจ้งตำรวจจับนะ แต่เขายังไม่หยุด ยังเดินเข้ามาหา ตนจึงยกกระบอกเก็บค่าโดยสารขึ้น ทำท่าเหมือนจะตี แต่ไม่ได้ตี พร้อมกับชี้หน้าบอกว่า อย่าเข้ามานะ เขาจึงหยุด ตนพร้อมกับคนขับรถ จึงบอกว่า ทำแบบนี้รบกวนผู้อื่น คงไปด้วยกันไม่ได้ เมื่อรถวิ่งมาถึงป้ายตรงหน้าวัดบางพลัด คนขับก็จอดเปิดประตูให้ผู้โดยสารลง เขาเองก็ลงไปพร้อมกับผู้โดยสาร ซึ่งเขาเพิ่งขึ้นรถมาได้แค่ป้ายเดียว
 
                           "ตอนที่เขาลงพร้อมกับผู้โดยสาร ก็ลงปกติ ไม่ได้มีการทำร้าย ไม่ได้ผลักอย่างที่ถูกกล่าวหาในคลิป เมื่อผู้โดยสารลงไปหมดแล้ว ขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออก ก็เห็นเขานั่งร้องไห้อยู่ที่ขอบฟุตปาธ ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจะสะดุดล้ม หรืออะไร ฉันก็ไม่ทราบ รถก็เคลื่อนออกไปรับผู้โดยสารต่อไป และยังวิ่งรถอีก 3 รอบ กระทั่งมาเป็นข่าวปรากฏคลิปดังกล่าวว่าฉันทำร้าย และผลักเขาลงจากรถ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าโดยสาร อันนี้ฉันรู้สึกเสียใจมาก เพราะไม่เป็นความจริงเลย คนที่ถ่ายคลิป และลงคลิป ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์บนรถ อยากให้คนที่เสพสื่อช่วยตรวจสอบ ก่อนจะมาด่าให้ฉันเสียหาย ทั้งที่ไม่รู้ความจริง ฉันยืนยันว่า ฉันไม่ได้ทำร้าย ไม่ได้ผลัก ขอความเป็นธรรมจากสังคมตรงนี้ด้วย"
 
                           กระเป๋ารถเมล์ ยังกล่าวอีกว่า ตัวเองมีวุฒิภาวะพอ รู้อะไรควรทำ ไม่ควรทำ เด็กคนนั้นตัวใหญ่มาก ตนจะไปทำอะไรได้ ไม่มีทางทำอย่างที่คนในสังคมออนไลน์ด่า และกล่าวหาแน่นอน เพราะก่อนมาทำงานตรงนี้ ตนเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง สอนอยู่นาน 18 ปี โดยสอนการโรงแรม และการบริหารธุรกิจ จากนั้นโรงเรียนก็ยุบไป ก็มาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ได้ปีกว่า ถ้าทำผิดจริง ยอมรับผิด แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำจริงๆ พยานบนรถที่เป็นผู้โดยสารมีเยอะแยะ ถ้ามีเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหาจริง ทำไมไม่มีคลิปเหตุการณ์บนรถ ลึกๆ แล้วอยากคุยกับคนถ่าย และลงคลิป ว่ารู้ความจริงมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช้มาโพสต์เอาสนุก แต่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
 
                           ภายหลังการสอบข้อเท็จจริง กระเป๋ารถเมล์ และคนขับ ได้เข้าไปพูดคุยกับ นางปราณี ศุกระศร บอร์ดบริหาร ขสมก. รักษาการในฐานะผู้อำนวยการ ขสมก. ก่อนที่ นางปราณี จะเปิดเผยว่า หลังจากรับทราบเรื่องคลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ ก็สั่งให้ทาง ขสมก.รวมทั้งรถร่วมบริการ ตรวจสอบว่าเป็นรถคันไหน ใครเป็นกระเป๋า ใครเป็นคนขับ กระทั่งทราบรถ และตัวบุคคล จึงได้เรียกมาสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งกระเป๋ารถเมล์ และคนขับ ก็ให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้เป็นดั่งที่คลิปกล่าวอ้าง ขณะเดียวกันทาง ขสมก.เองก็ไม่ได้ปักใจเชื่อในคำให้การ โดยจะต้องตามหาตัวเด็กผู้ชายในคลิป รวมทั้งพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ สอบถามตรวจสอบจนได้ข้อสรุป ข้อเท็จจริงทั้งหมดครบถ้วน
 
                           นางปราณี กล่าวอีกว่า ระหว่างการตรวจสอบยังไม่มีข้อสรุป ได้สั่งให้รถประจำทางคันนี้ หยุดให้บริการ รวมทั้งคนขับรถ และกระเป๋ารถ ก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะได้ข้อสรุป โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งการเยียวยา เบื้องต้นกำหนดในการตรวจสอบเรื่องนี้ไว้ที่ 7 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ก็จะต่อออกไปอีก หากการตรวจสอบสรุปว่าผิดจริง ก็จะยกเลิกเพิกถอนไม่ให้ทำหน้าที่ขับรถ และกระเป๋ารถตลอดไป หากไม่ผิด ก็สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่เดิมได้ปกติ และเยียวยากันต่อไป
 
 
 
เด็กแฉมีเรื่องบนรถเมล์ โดนกระบอกตั๋วตีก่อนผลักตกรถ
 
 
                           ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ย่านป้ายรถประจำทางหน้าโรงเรียนกระทั่งไปถึงบริเวณหน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 77/2 ซึ่งพ่อค้า ระบุว่า วันเกิดเหตุช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนขายของอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นรถประจำทางปรับอากาศ สาย 203 จอดอยู่ มีการยื้อยุดเด็กผู้ชาย กระทั่งเด็กตกลงมาจากรถ จากนั้นเด็กก็นั่งร้องไห้ โดยมีเลือดออกมาจากบริเวณระหว่างโหนกแก้ม และหางคิ้วด้านซ้าย คนระแวกนั้นรวมทั้งตน จึงวิ่งเข้าไปดู และช่วยเหลือ ก่อนมีการแชร์คลิปเรื่องนี้จนโด่งดังไปทั่ว
 
                           จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ตามไปพูดคุยกับเด็กที่อยู่ในคลิป โดยเด็กชายคนดังกล่าว เล่าว่า ปัจจุบันอายุ 19 ย่าง 20 ปี เป็นบุคคลพิการ เนื่องจากผ่าตัดสมองตั้งแต่อายุ 12 ปี ร่างกายเจริญเติบโตผิดปกติ ทำให้ยังดูเหมือนเด็ก แต่ความจำยังดี วันที่เกิดเหตุ เป็นช่วงเย็น ตนไปเดินเล่นที่โลตัสบางพลัด โดยไปเพียงลำพัง ซึ่งตนไปบ่อย และจะโดยสารรถประจำทางสาย 203 เป็นประจำ โดยไม่ได้จ่ายเงินค่าโดยสาร เนื่องจากเป็นผู้พิการ และวันเกิดเหตุ เมื่อตนขึ้นรถตรงป้ายหน้าโรงเรียน กระเป๋ารถเมล์ที่เป็นผู้หญิง ก็จะมาเก็บค่าโดยสาร ตนบอกไม่มี เขาจึงมีท่าทางโมโห
 
                           "ปกติผมขึ้นรถเมล์ ไม่ต้องจ่ายค่าโดยสาร และขึ้นสายนี้ประจำ กระเป๋ารถเมล์ทำเสียงดุใส่ผมว่าเอาค่าโดยสารมา ผมบอกไม่มี เขาก็บอกในกระเป๋าไม่มีเงินเหรอ ผมจึงเอากระเป๋าที่มีเงินอยู่ 20 บาท ยื่นให้เขา เขากลับขว้างกระเป๋าผมลงพื้น ผมโมโหที่เขาทำแบบนั้น จึงเอากระเป๋าเป้อีกใบที่สะพายอยู่ ทุ่มลงพื้นรถ ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาขว้างใส่เขา แล้วปรี่จะเข้าไปต่อย ผมต่อยโดนเขา แต่ไม่แรง เพราะสภาพร่างกายไม่สมประกอบ เขาก็เอากระบอกเก็บเงินที่เป็นเหล็กฟาดมาที่หน้าผมอย่างแรง และยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่ง และตอนที่ผมจะลงรถป้ายหน้า โดยมายืนอยู่ตรงประตู พอรถจอด ประตูเปิด เขาก็มาผลักที่หลังผมลงจากรถ จนทำให้ผมเสียหลักล้ม เพราะเดินปกติผมยังเดินกะเผลก พอโดนผลัก จึงล้มหัวเข่าถลอก ผมทั้งเจ็บ ทั้งเสียใจ เลยนั่งร้องไห้ จากนั้นก็มีคนมาช่วยผม และถ่ายคลิปผมไว้"
 
                           ด้านผู้ปกครองของเด็กชายคนดังกล่าว อายุ 60 ปี กล่าวว่า ตนทำเรื่องรับเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เล็ก ส่วนพ่อแม่แท้ๆ เสียชีวิตไปหมดแล้ว ตอนเด็กยังเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป เรียนหนังสือถึงชั้น ป.6 ก่อนพบว่าป่วยมีก้อนเนื้อที่สมองซีกขวา ต้องผ่าตัดสมอง ฉายรังสี 25 ครั้ง จนก้อนเนื้อหาย จึงทำให้ร่างกายเขาพิการแบบนี้ แต่สมองความจำยังดี พูดรู้เรื่อง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่วันเกิดเหตุ บุตรบุญธรรมตนกลับมาถึงบ้านร้องไห้เลือดอาบหน้ามา พอได้ดูคลิป ก็รู้สึกเสียใจ ทำไมทำกับเด็กพิการได้ขนาดนี้
 
                           "ผมไม่เอาเรื่องเอาราวกับเขาหรอก แค่ให้มาขอโทษก็พอแล้ว และขอให้เขาทำงานหน้าที่ผู้ให้บริการให้ดีกว่านี้ มีใจรักบริการกว่านี้ มีน้ำใจกว่านี้ ไม่อยากให้เขาทำแบบนี้กับใครอีก ไม่ว่าจะพิการหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าทำกับคนปกติ ผมยังจะพอรับได้ นี่มาทำกับเด็กพิการ ทำได้อย่างไร ผมแค่อยากถามเขาว่ามาทำกับเด็กพิการแบบนี้ทำไม"