ข่าว

เลื่อนถก!ฟ้อง3พันล.'ล้มลต.'

เลื่อนถก!ฟ้อง3พันล.'ล้มลต.'

20 ม.ค. 2558

กกต.เลื่อนถกปมฟ้อง 3 พันล้าน ทำเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 'โมฆะ' เหตุยังรวบรวมหลักฐานไม่ครบ จี้ กมธ.ยกร่างฯ แจงเหตุผลให้ 'มท.-ศธ.' จัดลต.

 
                           20 ม.ค. 58  นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กกต.วันนี้ (20 ม.ค.) จะยังไม่มีการพิจารณากรณีฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่ทำให้การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ ที่มีค่าเสียหาย 3,000 ล้านบาท เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในคณะทำงานที่รวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องดังกล่าว ได้ขอเลื่อนการส่งข้อมูลให้ที่ประชุม กกต. เพราะยังรวบรวมพยานหลักฐานไม่แล้วเสร็จ ซึ่งตนเห็นว่า เรื่องนี้ต้องค่อยๆ ทำ และต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะมีความเกี่ยวข้องกับคนหลายฝ่าย อย่างไรก็ตาม คาดว่าคงต้องรอจนกว่าคณะทำงานจะรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน จึงจะพิจารณาได้
 
 
 
จี้ กมธ.ยกร่างฯ แจงเหตุผลให้ 'มท.-ศธ.' จัดเลือกตั้ง
 
 
                           เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สถาบันพระปกเกล้า นายศุภชัย บรรยายพิเศษ เรื่อง "คณะกรรมการการเลือกตั้งกับการทุจริตการเลือกตั้ง" ให้แก่นักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 18 ของสถาบันพระปกเกล้า ตอนหนึ่งว่า สภาพปัญหาการเลือกตั้งก่อนมี กกต.ส่วนใหญ่เกิดจากสมาชิกรัฐสภาสะท้อนผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองมากกว่าประชาชน คนมีความรู้ ความสามารถเข้าสู่ระบบการเมืองได้น้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนกลับใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้งให้แก่กลุ่มธุรกิจการเมือง และผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์และความก้าวหน้าในตำแหน่งทางการเมืองของตนเอง และสาเหตุสำคัญ คือ ประชาชนขาดการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง เพราะมีหน้าที่เพียงออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้เอง นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา จึงได้เกิดองค์กร กกต.ขึ้นมา ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง โดยแยกการทำงานเป็นอิสระออกจากหน่วยงานราชการ 
 
                           นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงปฏิรูปประเทศ และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนตัวมองว่า การปฏิรูปจะสัมฤทธิ์ผลได้ดีนั้น ต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และให้ กกต.เป็นผู้ควบคุมการจัดการเลือกตั้งนั้น มองว่า เป็นการย้อนกลับไปสมัยก่อนมีรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งอาจทำให้ กกต.ต้องทำงานลำบาก และยากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองทาง กกต.จึงได้จัดทำความเห็น และข้อเสนอแนะของ กกต.ต่อการควบคุม และการจัดการเลือกตั้ง เสนอต่อคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 8 ของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ 
 
                           นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของ กกต.นั้น มีเนื้อหาสาระสำคัญ คือ เปรียบเทียบการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งระหว่างองค์กรอิสระกับหน่วยงานราชการ ซึ่งกระบวนการทำงานพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน หากให้หน่วยงานราชการจัดการเลือกตั้ง อาจถูกแทรกแซง และตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมืองที่มีอิทธิพลอยู่ในขณะนั้น เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้สมัคร และพรรคการเมือง ก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งได้ ส่งผลให้ กกต.ไม่สามารถตรวจสอบ และควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสายการบังคับบัญชา การกำกับดูแล การบริหารจัดการเลือกตั้ง เป็นของส่วนราชการประจำ 
 
                           นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะที่ข้อเสนอสภาพปัญหา และแนวทางการจัดการเลือกตั้ง ได้พิจารณาตั้งแต่ช่วงก่อนมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้ง จนถึงหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทุกกรณี โดยขยายระยะเวลาเป็น 180 วัน จากเดิมกำหนดไว้ที่ 90 วัน ก่อนครบอายุสภา กำหนดให้โครงการของรัฐที่สุ่มเสี่ยงต่อการได้เปรียบในการเลือกตั้ง แม้ได้รับการอนุมัติก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ไม่สามารถดำเนินการได้ 
 
                           "หาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะเปลี่ยนให้กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงศึกษา จัดการเลือกตั้ง ก็ต้องชี้แจงเหตุผลด้วยว่า สาเหตุที่เปลี่ยนหน่วยงานในการจัดการเลือกตั้งนั้น เพราะเหตุใด กกต.ทำงานบกพร่อง หรือมีข้อผิดพลาดอย่างไร ซึ่งต้องชี้แจงให้ได้ เพราะหากชี้แจงไม่ได้ ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน อีกทั้งเห็นว่า การเสนอให้ยุบ กกต.จังหวัด เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่คน และผลประโยชน์มากกว่า"