
จีนขู่ประหารตัวการก่อจลาจลซินเจียง
อุรุมชี-จีนเตือนจะประหารตัวการก่อจลาจลนองเลือดที่ซินเจียง ซึ่งชาวอุยกูร์อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 800 คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ว่าสถานการณ์ในเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงในจีน กลับคืนสู่ภาวะเกือบปกติแล้ว ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนออกโรงเตือนว่า รัฐบาลจะลงโทษประหารชีวิตผู้ก่อเหตุจลาจลที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฆาตกรรม และก่ออาชญากรรมความรุนแรงอื่นๆ
นายเมิ่ง เจียงสู รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมเมืองอุรุมชีว่าตัวการก่อจลาจลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาควรจะถูกลงโทษสถานหนัก ส่วนคนที่ถูกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนปลุกระดม และหลอกให้มาร่วมก่อจลาจลควรจะต้องได้รับการชี้แนะ และให้ความรู้
ก่อนหน้านี้ นายอัสการ์ คาน รองประธานสภาอุยกูร์โลกซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเยอรมนี กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตสูงถึง 600-800 รายในเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นในเมืองอุรุมชี โดยตัวเลขคาดการณ์นี้ได้จากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งแตกต่างจากยอดที่ทางการจีนระบุว่ามียอดผู้เสียชีวิตเพียง 156 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 1,000 คน และไม่ได้ระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมกี่คน และเป็นชาวฮั่นหรือชาวจีนซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศกี่คน
เจ้าหน้าที่จีนเปิดเผยในวันเดียวกันด้วยว่าขณะนี้สถานการณ์ในเมืองอุรุมชีอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว หลังจากทหารหลายพันนายได้ตบเท้าเข้าเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุไม่สงบขยายวงกว้างขึ้น ร้านรวงต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดให้บริการ ขณะที่มีผู้คนสัญจรไปมาบนท้องถนนกันมากขึ้น โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการจีนได้แพร่ภาพคนจำนวนมากเดินจับจ่ายซื้อของกันอยู่ แต่พยายามไม่ถ่ายให้เห็นภาพทหารและตำรวจที่ลาดตระเวนอยู่บนท้องถนน
อย่างไรก็ตาม สื่อของทางการไม่ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับประธานาธิบดีหู จินเทา ที่รีบเดินทางกลับจากอิตาลีหลังเกิดเหตุประท้วงนองเลือดขึ้นจนไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดจี 8 แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ชนเผ่าอุยกูร์ซึ่งพูดภาษาตุรกี มีจำนวนประมาณ 8 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในภูมิภาคอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยทะเลทรายกับภูเขาที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ พวกเขาบ่นมานานแล้วว่า ถูกกดขี่และถูกเลือกปฏิบัติภายใต้การปกครองของจีน แต่ทางการจีนยืนยันว่าตนได้นำความรุ่งเรืองมาสู่ภูมิภาคนี้



