
'นิคม'มั่นใจรอด'ถอดถอน'
19 ม.ค. 2558
'นิคม' ไม่รู้สึกกังวล มั่นใจในพยานหลักฐาน ทั้งข้อกฎหมาย-ข้อเท็จจริง เชื่อว่าความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมยังมีอยู่ 21 ม.ค.แถลงปิดคดีถอดถอนด้วยตัวเอง
19 ม.ค. 58 นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ จะเดินทางมาแถลงปิดคดีต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วยตนเอง ในฐานะผู้ถูกกล่าวหากรณีปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ซึ่งตนได้ส่งหนังสือคำแถลงปิดคดีส่งไปยัง สนช.แล้ว โดยระบุว่า ประสงค์จะเดินทางมาด้วยตนเอง ทั้งนี้ในการแถลงปิดคดี ตนได้ประเมินจากข้อกล่าวหาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงการหักล้างข้อกล่าวหาในวันที่ตอบข้อซักถามของ สนช.ด้วย ซึ่งสังเกตได้ว่า การซักถามของ กมธ.ซักถาม ในประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนนั้นไม่มีมูล ซึ่งตนไม่อยู่ในประเด็นดังกล่าวเลย
"ผมไม่รู้สึกกังวล เพราะมั่นใจในพยานหลักฐาน ทั้งข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริง ที่ได้นำมาหักล้างหมดแล้ว ส่วนการลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ สนช. ซึ่งผมเชื่อว่าความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมยังมีอยู่ และเชื่อมั่นว่าจะไม่ใช้ความรู้สึกโกรธแค้นมาตัดสิน"
วิปสนช.เตรียมวางกรอบแถลงปิดคดี 20 ม.ค.นี้
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. ในฐานะวิปสนช. กล่าวถึงขั้นตอนการแถลงปิดคดี ว่า คงต้องหารือกันในวิปสนช.ว่าจะมีการกำหนดเวลาในการแถลงปิดคดี หรือไม่จำกัดเวลา คงต้องดูว่าผู้ถูกกล่าวหาจะมาด้วยตัวเอง หรือส่งตัวแทนมา เพราะกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเดินทางมาด้วยตัวเองหรือไม่ ทั้งนี้การแถลงปิดคดี จะไม่มีการซักถามผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาอีกแล้ว ซึ่งปกติจะให้พูดแค่เพียงคนเดียวเหมือนตอนแถลงเปิดคดี ส่วนกรณีที่อดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ชี้แจงตอบคำถาม 35 ข้อ ของคณะกรรมาธิการซักถามผ่านยูทูบแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น ตนไม่ได้ติดตาม เพราะไม่ใช่การชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพราะการตั้งคำถาม คณะกรรมาธิการต้องการถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ คนอื่นจะมาชี้แจงแทนไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา การชี้แจงผ่านยูทูบไม่น่าจะมีผลอะไร
นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการร้องเรียน สนช.บางส่วน ว่า เป็นคู่กรณีมีส่วนได้เสียในคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากเป็นผู้ร้องให้ ป.ป.ช.ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่คู่กรณีที่แท้จริง คือ ป.ป.ช. ในฐานะผู้กล่าวหา ซึ่งทำหน้าที่แทนสังคม สนช.จึงไม่ใช่คู่กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะมามองว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีถอดถอน ส่วนกรณีที่ไม่ให้ตัวแทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบข้อซักถามแทนนั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้ยื่นญัตติคำถามที่ต้องการถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงคนเดียว ดังนั้นที่ประชุมจะดำเนินการเป็นอย่างอื่นไม่ได้ อีกทั้งนายพรเพชร เคยแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายทราบว่า ผู้แถลงเปิดคดี หากไม่มาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง แล้วให้คนอื่นมาแทน จะขาดน้ำหนัก ซึ่งเป็นหลักการในศาลปกติ ขณะนี้ถือว่าข้อมูล ข้อเท็จจริงในคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงพอในการตัดสินใจของ สนช.แล้วถึง 99.99% เว้นแต่วันแถลงปิดสำนวนจะมีข้อมูลอย่างอื่นหรือไม่ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลอบบี้การลงมติแต่อย่างใด ส่วนที่มองว่ามีการลอบบี้ สนช.สายทหารแล้วนั้น เชื่อว่า ทหารเป็นองค์กรที่รักชาติ และรับผิดชอบต่อสังคม
นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สนช. กล่าวว่า ส่วนตัวคงต้องรอฟังการแถลงปิดคดีถอดถอนก่อน จึงจะตัดสินใจว่าจะลงมติทางใด ส่วนคนที่มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว คงไม่จำเป็นต้องฟังการแถลงปิดคดี ตนยืนยันว่า ตั้งแต่เป็น สนช. ไม่เคยมีใครมาลอบบี้ตนให้ลงคะแนนไปในทางใด เพราะแต่ละคนมีความรู้ ความสามารถ และวิจารณญาณของตัวเอง
นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สนช. กล่าวว่า การที่อดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ชี้แจง 35 คำถาม โครงการจำนำข้าวแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านทางยูทูบ คงไม่มีความหมายอะไร เพราะถึงอย่างไร ไม่ใช่คำตอบที่ออกมาจากปากของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากในวันตอบข้อซักถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาตอบคำถามเอง จะมีความหมายมากกว่า ไม่ว่าจะตอบได้หรือไม่ได้ และแม้จะมาแถลงปิดคดีในวันที่ 22 ม.ค.ด้วยตัวเอง ก็ไม่มีผลแล้ว เพราะทุกคนมีคำตอบในใจเรียบร้อยแล้ว ส่วนผลลงมติจะออกมาเป็นอย่างไร ให้ดูผลการลงมติที่นายสมชาย แสวงการ สนช. เสนอให้มีการประชุมลับ เพื่อหารือกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมมาตอบคำถามด้วยตัวเอง ซึ่งผลคะแนนออกมาถึง 153 ต่อ 1 งดออกเสียง 21 ทั้งที่นายพรเพชร บอกต่อที่ประชุมในวันดังกล่าวว่า ข้อบังคับการประชุมไม่ได้ห้ามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องมาชี้แจงด้วยตัวเอง ขอให้ดูผลการลงคะแนนนี้เป็นหลัก



