ข่าว

ป.ป.ช.ซัดพท.ฟ้องปม'ภักดี'หวังผลการเมือง

ป.ป.ช.ซัดพท.ฟ้องปม'ภักดี'หวังผลการเมือง

19 ม.ค. 2558

ป.ป.ช. อัด อดีต ส.ส.เพื่อไทย หวังผลทางการเมือง ปม ฟ้องคุณสมบัติ 'ภักดี' ต่อศาลอาญา ซัด ใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต ไร้ศักดิ์ศรี ไม่เคารพยำเกรงอำนาจศาล

 
                           19 ม.ค. 58  เมื่อเวลา 12.00 น.  นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงข้อมูลกรณีที่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะนำคดีเรื่องคุณสมบัติของนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. ไปฟ้องที่ศาลอาญา ว่า โดยหลักแล้ว ผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานหนึ่งฐานใด หากเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ย่อมมีสิทธิ์ที่จะนำคดีไปฟ้องยังศาลที่มีอำนาจชำระคดีอาญาได้
 
                           " หลักนี้เป็นหลักเบื้องต้นที่แม้นักศึกษากฎหมายก็รู้กันดี แต่ขอให้ข้อคิดแก่นักกฎหมายที่ช่วยเหลือโจทก์คดีนี้ว่า การใช้สิทธิ์ทางศาลนี้ จะต้องกระทำโดยสุจริตดังสุภาษิตกฎหมายที่นักกฎหมายคุ้นเคยกันดีว่า 'He who comes to equity must have clean hand.' "
 
                           นายวิชัย กล่าวอีกว่า ในช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศอยู่นี้ การฟ้องคดีต่อศาลอาญาของโจทก์ มีอยู่หลายกรณีที่โจทก์มิได้มีความมุ่งหวังจะให้ศาลลงโทษจำเลยจริงๆ โดยโจทก์รู้อยู่แก่ใจดีว่า คดีเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง และรู้อยู่แก่ใจดีอีกว่า โจทก์เองไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย แต่โจทก์ฟ้องเพียงเพื่อหวังผลทางการเมือง โดยโจทก์รู้ดีว่า เมื่อยื่นฟ้องไปแล้ว ก่อนจะตัดสินยกฟ้อง ศาลต้องมีระเบียบพิธีตามที่กำหนดไว้ ระเบียบพิธีนี้ทำให้ดูเหมือนว่า ผู้ถูกฟ้องคดีถูกกระบวนยุติธรรมทางอาญาเล่นงานเข้าแล้ว ยิ่งการถูกฟ้องคดีของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ สื่อมวลชนจะให้ความสนใจกระพือข่าว คือ โจทก์ต้องการสร้างความวุ่นวายใจให้แก่ผู้ถูกฟ้องเท่านั้น การใช้สิทธิ์ของโจทก์ในลักษณะนี้ ถือเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต และไร้ศักดิ์ศรี เป็นการไม่เคารพยำเกรงอำนาจศาล
 
                           " นอกจากนี้ การใช้ศาลเป็นเครื่องมืออย่างนี้ ในวงการกฎหมายถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจ และนักกฎหมายที่มีจริยธรรมไม่ทำกัน เป็นการสร้างภาพให้นักกฎหมายเป็นคนฉลาดแกมโกง อันมีผลให้วิชาชีพกฎหมายถูกดูแคลน ในประเทศที่เจริญแล้ว นักกฎหมายประเภทนี้จะถูกชุมชนทางวิชาชีพกดดันจนทำมาหากินไม่ได้ แต่การบังคับใช้มาตรฐานทางจริยธรรมทางวิชาชีพในประเทศไทยอ่อน นักกฎหมายประเภทนี้ จึงมีอยู่มาก การกระทำอย่างนี้ยังถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญแก่ศาล ซึ่งอาจมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้อีกด้วย "