ข่าว

'บิ๊กตู่'ปัดสั่งถอดถอน'ปู'

'บิ๊กตู่'ปัดสั่งถอดถอน'ปู'

19 ม.ค. 2558

'ประยุทธ์' โวยอย่ามาถามอะไรงี่เง่า ย้ำ ไม่มีใบสั่งถอดถอน 'ยิ่งลักษณ์' วอนคนไทยแยกแยะเงินบริจาค UNHCR ไม่เกี่ยว 'ตั้ง อาชีวะ'

 
                           19 ม.ค. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ว่า คสช.ส่งสัญญาณไปให้กับทางสภานนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในกรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า "ให้ไปถามหมอดูสิ" เมื่อถามว่า แต่นายกรัฐมนตรี ควรจะชี้แจงให้มีความชัดเจน จะได้หายสงสัย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า "ใครสั่งล่ะ ใครสั่ง ก็ไม่มี ไม่เห็นมีใครไปสั่ง ใครพูด ก็ไปถามคนนั้น อย่ามาถามอะไรงี่เง่า" 
 
                           เมื่อถามย้ำว่า แต่ฝ่ายการเมืองก็ออกมาวิจารณ์ว่า คสช.มีการส่งสัญญาณไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ไปถามนักการเมืองสิ ไม่มีการส่งสัญญาณอะไรทั้งนั้น ใครพูดก็ให้ไปถามคนนั้น ไม่มีอะไรทั้งสิ้น
 
 
 
เปิด 'ตลาดนัดกล้วยไม้' ข้างทำเนียบฯ
 
 
                           เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ด้านข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงาน "โครงการพัฒนาตลาดกล้วยไม้คุณภาพ" เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายกล้วยไม้ให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาผลผลิตกล้วยไม้ตกต่ำ และสถานที่จำหน่ายมีจำนวนจำกัด โดยเปิดจำหน่ายในวันจันทร์ - พุธ ของทุกสัปดาห์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 18.00 น. เริ่มวันที่ 19 - 21 ม.ค. ตลอดระยะเวลา 3 เดือน
 
                           โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่า ประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตกล้วยไม้ที่มีความสำคัญของโลก โดยมียอดส่งออกถึงปีละ 3,000 ล้านบาท โดยมีข้อมูลว่า ปัจจุบันตลาดกล้วยไม้มีการแข่งขันสูง เราจึงต้องปรับตัว และเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น และขณะนี้สถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกกล้วยไม้ เนื่องจากผู้นำเข้าหลักประสบปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ในประเทศแถบยุโรป จึงต้องเพิ่มช่องทางการตลาด และต้องทำให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค ต้องได้รับการดูแล และควรสร้างตลาดกล้วยไม้ให้มากขึ้น เพื่อหารายได้เข้าสู่ประเทศ โดยจะแบ่งเป็น 2 ทาง โดยการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และการหาตลาดส่งออกใหม่ๆ รวมทั้งการแปรรูปกล้วยไม้ เพื่อการเพิ่มมูลค่า ตามวิสัยทัศน์ 5 ปี ของรัฐบาล "ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน"
 
                           นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกกล้วยไม้อันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เป็นประเทศส่งกล้วยไม้เมืองหนาว ดังนั้นไทยต้องเพิ่มสัดส่วนกล้วยไม้เขตร้อนในตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น ซึ่งวันนี้ถือเป็นการเปิดช่องทางให้เกษตรกรสร้างความเข้าใจถึงคุณภาพกล้วยไม้ไทยให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นการริเริ่มที่ดี และยังจะสอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยของประเทศที่อาจนำไปสู่การท่องเที่ยวและเยี่ยมชมสวนกล้วยไม้และการเกษตรชนิดอื่น และขอความร่วมมือในส่วนของผู้ผลิต และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการตลาด โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลาง ต้องช่วยกันดูแลผู้บริโภคให้ได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
 
                           ทั้งนี้ในช่วงท้ายการเปิดงานนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้มีการพัฒนาคลองผดุงกรุงเกษมที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ ให้จัดการค้าขายสำหรับประชาชน ข้าราชการ ในทำเนียบรัฐบาล เช่น การพายเรือขายของ ขายก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น
 
                           นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เรามีปัญหาทั้งเรื่องข้าว ยาง และมันสำปะหลัง โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา ตนดูข่าว ระบุว่า ตอนนี้ราคายางพาราอยู่ที่ 3 กิโลกรัม 100 บาท ตนจึงได้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าทำไมถึงเป็นราคานี้ เพราะได้รับรายงานมาว่า ยางพาราอยู่ที่ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งปรากฏว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคาน้ำยาง ฉะนั้นสื่อมวลชนต้องมีความเข้าใจ อย่าเขียนให้คนตื่นตระหนกแล้วกลับมาเล่นงานรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลได้ดูแลทุกเรื่อง จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้เข้าใจ และแยกแยะว่าอะไรดีและไม่ดี
 
                           นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขณะนี้สิ่งที่ห่วงอีกเรื่องหนึ่ง คือ ปัญหาน้ำเค็มรุกเข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้น้ำทะเลหนุนสูงทำให้น้ำใต้ดินเค็ม ส่งผลให้ตอนนี้ไม่สามารถนำน้ำมารดกล้วยไม้ได้ ต้องไปหาซื้อน้ำมารด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัญหาที่ต้องเรียนรู้ว่ารัฐบาลได้แก้ไขทุกวัน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลพูดทุกวันศุกร์ก็เพื่อให้ประชาชนได้ฟัง ไม่ใช่ไม่ฟังแล้วต่อต้านทุกอย่างที่รัฐบาลกำลังทำ วันนี้รัฐบาลและข้าราชการทุกคนกำลังทำทุกอย่าง อาจมีข้อโต้แย้งแต่ขอให้ฟังด้วยเหตุผล เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อประเทศไทยมีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มีรายได้ และดูแลประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนช่วยกันหารายได้เข้าประเทศ เพราะหลายอย่างแย่ลง ในเรื่องของการหารายได้เข้าประเทศปี 58 - 59 ที่จำเป็นต้องเพิ่มการจัดสรรงบประมาณ เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ฉะนั้นอะไรก็ตามที่เป็นรายได้เข้าประเทศ จึงอยากให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ให้มีการบริโภค ค้าขายโดยตรงในประเทศมากขึ้น และเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
 
 
 
ผุดไอเดีย ฟื้นคลองเปรมประชากร เปิดตลาดน้ำ
 
 
                           เมื่อเวลา 10.10 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการเป็นประธานเปิดงาน ตลาดนัดกล้วยไม้คุณภาพ ข้างคลองผดุงกรุงเกษม ระหว่างเดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ภายในทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยและหารือเป็นระยะกับ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งว่าให้เปิดตลาดน้ำ ที่คลองเปรมประชากร บริเวณด้านหน้าทำเนียบ ติดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพาณิชพระนคร เพื่อให้ประชาชนเข้ามา ชิม ช็อป ใช้ อีกทั้งผู้ค้าจะได้มีที่ขายของ แต่ขอให้จัดระเบียบให้ดี จัดระเบียบใหม่ ดูถึงที่จอดรถเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ร่วมทั้งกรณีที่ประชาชนผ่านเข้ามาซื้อกล้วยไม้ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่ง พล.อ.วิลาศ ได้รายงานว่า ขณะนี้ทางทำเนียบฯ ได้เตรียมการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยอยู่ระหว่างการหารือกับทางกรมศิลปากรถึงความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีแนวคิดที่จะขยายรั้วตลอดแนวบริเวณประตู 1 ซึ่งจะมีการจัดที่จอดรถของทำเนียบฯ ใหม่ ระหว่างนี้กำลังดูรูปแบบให้เหมาะสมรวมทั้งการพิจารณาเรื่องของงบประมาณ
 
                           นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆ ต้องพิจารณาให้รอบคอบ อย่าให้เกิดปัญหา หรือความเดือดร้อน ซึ่งก็ต้องดูในเรื่องของงบประมาณ "แต่พอจะสร้างอะไรขึ้น เดี๋ยวจะมีวิพากษ์วิจารณ์ผมอีก ว่าอยากจะอยู่นาน พูดอะไรไป ก็เป็นเรื่องไปหมด" เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่า ถ้าทำดี และถูกต้อง ก็คงไม่มีใครว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อก็ต้องเป็นพยาน ถ้าทำดีแล้วจะไม่ว่ากันนะ
 

 

วอนคนไทยแยกแยะเงินบริจาค UNHCR ไม่เกี่ยว 'ตั้ง อาชีวะ'

 
 
                           เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ใครอยากวิจารณ์ก็วิจารณ์ไป เป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ทำงาน ต้องเข้าใจว่า สนช. ตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร ตั้งมาเพื่อทำงานแทนสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อไปลงโทษใครเป็นหลัก ส่วนที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขู่ว่าจะมีการฟ้อง สนช. หากถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น ก็ขู่ไป ฟ้องได้ก็ฟ้องมา เมื่อถามว่า การพูดเช่นนี้เป็นการข่มขู่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่กลัว 
 
                           ผู้สื่อข่าวถามว่า วันลงมติถอดถอนในวันที่ 23 ม.ค.นี้ เป็นห่วงจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีไม่ได้ จะมีด้วยเหตุผลอะไร ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเคารพกฎกติกา กฎหมายบ้านเมืองกันเลยหรืออย่างไร ถ้าประชาชนส่วนใหญ่อยากทำอย่างนั้น ก็โอเค แต่ตนไม่ให้ทำ ถ้าทุกคนจะทำตามใจชอบ ก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ทุกอย่างต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ข้อเท็จจริง เราจะไม่เคารพกันเลยหรืออย่างไร เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งตามมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ รอให้เขาตัดสินมาก่อน ส่วนที่มีการนำไปโยงกับการปรองดองนั้น ตนพูดมาหลายรอบแล้ว การทำผิดกฎหมายจะปรองดองได้หรือไม่ ทุกคนก็รู้ดี ถ้าอย่างนั้นคนฆ่าคนตาย คดโกง ทุจริต ก็ต้องปรองดองหมดอย่างนั้นหรือ ลองไปคิดดูว่าจะเอาความรุนแรงมาต่อต้านการทำงานของรัฐบาลได้ไหม จะเอามวลชน เอาอาวุธออกมา หรือจะใช้การเรียกร้องต่างชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาในประเทศเรา อย่างนี้มันสมควรไหม สื่อเห็นด้วยหรือไม่ ผิดหรือถูกทุกคนรู้ดี 
 
                           นายกฯ กล่าวด้วยว่า การสร้างความปรองดองรัฐบาลทำมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีแนวคิด ทุกคนต้องเข้าใจว่าปรองดองคืออะไร ต้องทำให้เกิดความปรองดองก่อน ซึ่งก็คือการพูดคุยกัน ไม่ทะเลาะกัน กฎหมายก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถ้ารับโทษทางกฎหมายแล้ว ติดคุกแล้ว ก็มาสู่ขั้นตอนการขออภัยโทษ หรือการนิรโทษ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า การนิรโทษในเรื่องที่มีการทุจริต ก็เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะคดีการเมือง เพราะถือเป็นคดีอาญา 
 
                           เมื่อถามว่า กรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความสงสารส่วนตัวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สงสารใคร สงสารได้ไหม คนทำความผิด ถ้าทำผิดแล้วสงสารได้ไหม ซึ่งหมายรวมถึงทุกคน ไม่ได้เจาะจงใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าทำผิดก็สงสาร แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย อย่าไปทำผิดกฎหมายแล้วกัน
 
                           เมื่อถามว่า ถ้า สนช.มีมติออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นบรรทัดฐานในกระบวนการกฎหมายต่อไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คนละเรื่อง คนละประเด็น กฎหมายเขาพิจารณาโดยนักกฎหมาย ผู้พิพากษา ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาหลายกระบวนการ ซึ่งการตัดสินจะถูกหรือผิดอยู่ที่ สนช.ในฐานะที่ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เมื่อถามว่า ไม่ได้โยงไปถึงคดีอาญาที่อัยการสูงสุดกำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันคนละกระบวนการ การถอดถอนของ สนช.เป็นกระบวนการในสภาฯ แต่อีกเรื่องที่มีการแจ้งความในคดีอาญา หรือแพ่ง ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีการเมือง 
 
                           เมื่อถามถึงกรณีที่พระสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. แนะนำให้นายกฯ ใช้อำนาจให้เด็ดขาด นายกฯ กล่าวว่า ก็ขอนมัสการ เมื่อถามว่า จะฝากอะไรถึงหลวงลุงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กราบนมัสการปีใหม่ ตนคิดว่าทุกคนเป็นคนไทย ก็ต้องให้กำลังใจกัน แม้แต่สื่อมวลชนตนเอง ก็อาจจะหงุดหงิดไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะคุ้นเคยกัน ไม่มีอะไรหรอก เมื่อถามว่า ที่หงุดหงิดนี่ เป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ปกติหรอก เพราะปกติตนเป็นคนอารมณ์ดี แต่เรื่องมันเยอะ ผู้สื่อข่าวถามถึงกำไรข้อมือที่ใส่เป็นเคล็ดอะไร นายกฯ กล่าวว่า กำไรหินสี ลูกสาวซื้อให้ใส่ เขาเชื่อว่าหินมันเย็น ใส่แล้วอารมณ์จะเย็นลง แต่ไม่เห็นจะเย็น อารมณ์เสียแต่เช้า 
 
                           เมื่อถามต่อกรณีนายตั้ง อาชีวะ หรือนายเอกภพ เหลือลา ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ได้ลี้ภัยไปอยู่นิวซีแลนด์ โดยการช่วยเหลือของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) นายกฯ กล่าวว่า เราทำเรื่องไปแล้ว แต่เขาก็ยังเฉยๆ อยู่ โดยเขาอ้างว่า เป็นการดูแลทางด้านสิทธิมนุษยชน เราจะทำอย่างไรได้ ส่วนที่คนไทยแห่ถอนเงินบริจาคให้กับยูเอ็นเอชซีอาร์นั้น นายกฯ กล่าวว่า อยากให้สื่อช่วยอธิบายว่าไม่เกี่ยวกัน ต้องแยกแยะกันคนละเรื่อง ซึ่งกรณีของนิวซีแลนด์เชื่อว่าเขาคงจะมีการพิจารณา มีการต่อต้านแบบนี้เขาก็คงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ และกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ทำหนังสือไปแล้วทุกประเทศ ทำไปหมดแล้ว 7 - 8 ประเทศที่มีคนเหล่านี้หลบไปอยู่ แต่เขาก็ยังไม่ตอบกลับมา ซึ่งเราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราเองก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะไปต่อสู้กับทั้งโลก รอให้เราเป็นมหาอำนาจก่อนค่อยคิดแบบนั้น ซึ่งยูเอ็นเอชซีอาร์ที่รับเงินบริจาคไปก็ไปช่วยคนทั้งโลก ไม่ใช่ไปช่วยนายตั้ง ต้องแยกแยะ
 
 
 
แจงนำเข้าปาล์มน้ำมัน 5 หมื่นตัน ไม่มีผลประโยชน์แฝง
 
 
                           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันคัดค้านการนำเข้าปาล์มน้ำมันว่า มีการนำเข้าปาล์มน้ำมันเพียง 5 หมื่นตัน เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น เนื่องจากรัฐบาลรู้ว่าปาล์มน้ำมันจะต้องขาดตลาด และพยายามจะไม่นำเข้าปาล์มดิบ แต่ปัญหาคือ ขณะนี้ปาล์มน้ำมันหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อย จึงไม่เพียงพอแน่นอน รัฐบาลจึงต้องมีการปรับ ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันกำลังลดลง จึงนำเอาปาล์มที่ผลิตอยู่ในประเทศในสัดส่วนที่จะนำไปแปรรูปเป็นพลังงานลดลง ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้ไบโอดีเซลน้อยลง จึงดึงเอาส่วนนี้เพื่อผลิตเป็นน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค ซึ่งการนำเข้าเพียง 5 หมื่นตันจากประเทศรอบบ้านเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นเท่านั้น โดยมีการพูดคุยกับบริษัทนำเข้าแล้ว ว่าจะมีการนำเข้าเป็นระยะๆ หากเพียงพอก็ไม่ต้องนำเข้า ยืนยันว่า ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น 
 
 
 
ประชุม 'กนพ.' เล็งเปิด 'เขต ศก.พิเศษแม่สอด' ก่อน 
 
 
                           พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 1/2558 ว่า เป็นการหาความชัดเจนหลังจากมีการประกาศพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ว่าในพื้นที่ทั้งหมดไม่ใช่ใครก็ได้จะมาได้ประโยชน์ จะไปซื้อที่ดินแล้ววันหนึ่งที่ดินขึ้นราคาแล้วขาดทุนก็ช่วยไม่ได้ ซึ่งตนได้บอกว่า จะให้บริษัท หรือกิจการ ที่เข้ามาในกติกา ของการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไม่ใช่ทั้งหมดไปซื้อที่แล้วให้คนมาเช่า วันหน้าก็โดนเก็บภาษีอีก โดยในปีนี้จะมีการเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ อ.แม่สอด จังหวัดตาก ก่อน โดยตรงไหนที่พร้อมจะเริ่มทำก่อน เช่น เป็นศูนย์กระจายสินค้า เป็นโกดัง เพราะถ้าทำเป็นโรงงานนั้นยังไม่แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในข้อตกลงการค้า ซึ่งเราต้องหาพื้นที่ควบคุมให้ได้ก่อน คือ ไปตั้งด่านรับซื้อสินค้ามาแล้วไม่ต้องนำเข้ามาในประเทศให้เป็นปัญหา
 
                           นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การทำพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ใช่นำโรงงานเข้ามาแล้วเสร็จเลย มันต้องมีไฟฟ้า ประปา ซึ่งเส้นทางคมนาคมใช้เงินอีกกว่าแสนล้านบาท ก็ยังไม่รู้จะพอหรือไม่ ยังไม่รวมรถไฟ และท่าเรือ ซึ่งต้องใช้เวลาถึงปี 2565 ทั้งนี้ระยะแรก คือ กำหนดพื้นที่ให้เห็นคร่าวๆ ว่ามีพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งไม่ใช่ว่าราคาในพื้นที่นั้นจะขึ้นทั้งหมด เพราะเป็นแค่จุดเดียว โดยวันนี้ถ้าจะให้เกิดขึ้นก่อนต้องใช้พื้นที่ของรัฐและสาธารณประโยชน์ เพื่อชักจูงให้บริษัทของเราและต่างชาติมาลงทุน ไม่เช่นนั้นไปซื้อที่ไม่ไหว เพราะราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะขึ้นจาก 5 เป็น 10 เปอร์เซนต์ เราต้องลดลงมาให้เขาซื้อได้ เราจะไปไหนไม่ได้ ภาคเอกชนต้องช่วยเรา ประชาชนที่มีที่เยอะต้องช่วยเรา ถ้าเก็บที่ไว้มาก วันหน้าก็เสียภาษีมาก แบบนี้ถึงจะเรียกว่า เป็นการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายที่ดินที่ถือครอง จะให้เราไปยึดที่ดินแล้วแจกคนจนนั้นทำไม่ได้ 
 
 
 
ยันเดินหน้าประชาสัมพันธ์งานกับประชาชน
 
 
                           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงแนวทางการประชาสัมพันธ์การทำงานของรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมาตนพูดทุกเรื่อง พอพูดมากก็หาว่ารู้ทุกเรื่อง ซึ่งตนเป็นคนสั่งทุกเรื่อง ก็ต้องรู้ทุกเรื่อง เราทำงานเชิงรุกมาตลอด และสื่อมวลชนช่วยถ่ายทอดให้ถึงประชาชน วันนี้ตั้งแต่เช้ามาพูดแต่เรื่องฟ้องร้อง ถอดถอน ทำให้ไม่เป็นที่น่าสนใจไม่ได้หรือ คดีอื่นมีตั้งหลายคดี คดีอาชญากรรม ปล้นธนาคาร ไปดูให้เขาสิ
 
                           นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดการทำตลาดน้ำคลองเปรมประชากร ว่า เป็นแนวคิดของตน ก็ดูไปเรื่อยๆ เนื่องจากเห็นน้ำในคลองเปรมฯ นั้นใสดี จึงน่าจะมีการพายเรือขายของ
 
                           ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดนี้จะทำจริงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เอาจริง ที่พูดนั้นทำหมด