
สปช.คาดคลื่นลมแรง'ปชช.'วิจารณ์หนัก
สปช.ระดมสมองหา'ทิศทาง-เป้าหมาย'ไทย คาดพบคลื่นลมแรงเหมือนนำเรือออกกลางสมุทร เหตุ 'ปชช.'วิจารณ์หนัก
ที่โรงแรมเอเชีย เมื่อเวลา 09.30น.สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการวิสัยทัศน์ประเทศไทย ในหัวข้อ “กำหนดทิศทางและเป้าหมายของประเทศ” โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธานการสัมมนา พร้อมกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การบ้านที่สปช.ได้ คือเน้นการทำข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาสปช.ทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ทันเวลาที่จะต้องส่งข้อเสนอก่อนวันที่ 19 ธ.ค. และเราก็ทำได้ทัน จากนั้นเป็นการเน้นงานปฏิรูป
ประธานสปช. กล่าวว่า ขอย้ำว่า สปช. มีเป้าหมาย 6 ประการ คือ 1.การปฏิรูปต้องมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เหมาะกับสภาพสังคมไทย 2.ปฏิรูปแล้วต้องมีการเลือกตั้งที่สุจริตเป็นธรรม 3.มีกลไกป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น 4.ปฏิรูปเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม 5.กลไลรัฐที่ให้บริการประชาต้องทั่วถึง และ 6.ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดเป็นธรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปฏิรูประยะสั้นหรือระยะยาวต้องมีสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมโยงจากการสัมมนาครั้งที่ผ่านมา เพื่อประเมินผลและต่อยอดนำไปสู่การมองอนาคตในอีก 20 ข้างหน้า
นายเทียนฉาย กล่าวว่าเชื่อว่ากลับจากการสัมมนาครั้งนี้ จะช่วยร้อยเรียงในรายละเอียด ถึงขั้นที่บอกได้ว่ากมธ.ปฏิรูปอาจจะไม่เหลือไม่ถึง 18 คณะ เพราะเริ่มมีประเด็นที่สอดคล้องกันจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ หรืออาจจะเกิดกมธ.คณะใหม่ก็ได้
นายเทียนฉายกล่าวต่อว่า ในเดือนเม.ย.กมธ.ยกร่างฯ คงจะยกร่างรธน.มาให้เราดู เราคงวุ่นวายกับการพิจารณารับร่างแรก ต่อมาเดือน พ.ค. เราต้องกลับมาทำประเด็นปฏิรูปใหม่ และเดือน ก.ย.คงเข้าสู่การปฏิรูปเป็นเรื่องเป็นราว ดังนั้น เราต้องมีสมาธิกับร่างรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ ซึ่งจะพบว่าปีนี้เราจะมีเวลาไม่กี่เดือนที่จะทำเรื่องปฏิรูป ถ้ายังคงวิธีทำงานอย่างที่เป็นอยู่น่ากลัวจะเหนื่อยมาก เพราะวันสุดท้ายของการปฏิรูปคือวันที่ 31 ธ.ค. ซึ่งเกรงว่าจะทำไม่ทัน
“ต้นปฏิรูปเป็นคนละต้นกับต้นปรองดอง สมมติชื่อว่าต้นการศึกษาจะมีกิ่งปฏิรูปอะไรบ้างก็ต้องออกมาได้แล้ว อย่างน้อย ต้น กิ่ง แขนง ก็ต้องออกมาให้ชัดเจน เพื่อจะได้กำหนดการปฏิรูปว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนที่เริ่มมีความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก ก็ขอให้กรุณาเตรียมตัวเตรียมใจ เราไม่มีหน้าที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ดังนั้นเรื่องนี้ไมได้เป็นสาระหลักของการปฏิรูป ขอให้มองไป 20 ปีข้างหน้า ไม่ใช่แก้ปัญหาปีนี้ ระหว่างนี้อย่าเอาปัญหาระยะสั้นมาเป็นธุระ ไม่เช่นนั้นเราจะทำงานปฏิรูปไม่ได้ ขอให้มองอดีตแล้วมองข้ามเลย” นายเทียนฉาย กล่าว
นายเทียนฉาย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าสปช.ฟังเสียงประชาชนมาตลอดเวทีต่างจังหวัดก็เปิดอยู่ เราไม่ทิ้งประชาชน เพราะการปฏิรูปครั้งนี้เป็นของประชาชน และความเห็นของประชาชนเองที่กลับเข้ามาเป็นวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นวิธีทำงานของสปช. อย่างไรก็ตาม วันนี้เราเอาเรือออกมหาสมุทรแล้ว คงตรงกับที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยพูดว่าหลังจากนี้คลื่นลมจะแรงมากขึ้นจะราบเรียบเหมือน 3 เดือนก่อนคงเป็นไปไม่ได้



