
ระดมนักวิชาการ-เกษตรกรถกดูแล'กล้วยไม้'ช่วงแล้ง
เปิดสวนสุวรรณภูมิออร์คิด จ.นครปฐม ระดมนักวิชาการ เกษตรกร ร่วมถกการดูแลกล้วยไม้ช่วงแล้ง ทั้งแนะเทคนิคการป้องกันการระบาดของเพลี้ยไฟ ราดำ เกสรดำ
นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตั้งแต่พฤศจิกายน-มกราคม เป็นช่วงต้นของฤดูแล้ง สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ฝนหยุดตกอุณหภูมิลดต่ำลง ความชื้นในอากาศน้อย ทำให้กล้วยไม้สังเคราะห์แสงได้น้อยลง ส่งผลให้การเจริญเติบโตช้า แทงช่อดอกน้อย และดอกตูมร่วง หากอุณหภูมิต่ำมากๆ จะส่งผลให้กล้วยไม้ใบเหลืองและร่วง
โดยเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำคลังความรู้การผลิตกล้วยไม้ที่สวนสุวรรณภูมิออร์คิด จ.นครปฐม มีผู้นำเกษตรกรและนักวิชาการร่วมระดมความคิด ได้ยกประเด็นเรื่องการดูแลกล้วยไม้ในฤดูแล้งขึ้นมาอภิปราย ทำให้ได้คำแนะนำดีๆ ที่เป็นประโยชน์มาถ่ายทอดสู่เกษตรกรรายอื่นๆ เพื่อนำไปปฏิบัติ ดังนี้
การปฏิบัติของเกษตรกรช่วงนี้ ควรรักษาความชื้นในสวน โดยขึงตาข่ายพรางแสงด้านข้างให้น้ำเพิ่มในช่วงบ่าย เพิ่มปุ๋ยไนโตรเจน เพื่อกระตุ้นการเจริญของต้น และเพิ่มปุ๋ยโพแทสเซียม เพื่อให้กล้วยไม้ทนต่อภาพอากาศหนาวเย็น อีกทั้งยังมีผลวิจัยพบว่า ช่วงฤดูแล้งการให้น้ำโดยวิธีฉีดฝอย 5-10 นาที ในเวลา 17.00 น. จะทำให้ปากใบเปิดนานขึ้น อัตราการสังเคราะห์แสงสูงขึ้น ส่งผลให้กล้วยไม้เจริญเติบโต และให้ผลผลิตมากขึ้นในเดือนมีนาคม
สำหรับแมลงศัตรูช่วงนี้ มักจะมีการระบาดเพลี้ยไฟ และบั่วกล้วยไม้ การป้องกันกำจัด นอกจากใช้สารเคมีสลับกลุ่มให้ถูกต้องแล้ว จำเป็นต้องควบคุมค่าความเป็นกรดด่างของน้ำให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสารเคมีป้องกันกำจัดแมลง ควรใช้สารป้องกันกำจัดในอัตราเพิ่มขึ้น และฉีดพ่นให้ทั่วถึง ส่วนโรคกล้วยไม้ที่พบมาก คือ ราดำ และเกสรดำ เป็นผลมาจากเพลี้ยไฟ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่เกษตรกรต้องระมัดระวังขณะนี้คือ อาจมีน้ำเค็มจากทะเลไหลเข้ามาในแหล่งน้ำที่ใช้อยู่ ซึ่งจะส่งผลให้กล้วยไม้เจริญเติบโตช้าและแสดงอาการใบไหม้ จึงต้องเตรียมกักเก็บน้ำไว้ล่วงหน้าและตรวจวัดค่าความเค็มของน้ำเป็นระยะๆ
อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน หรือที่กลุ่มส่งเสริมไม้ดอกและไม้ประดับ กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2579-1501



