ข่าว

จับแล้วแท็กซี่หื่นข่มขืนไกด์ลูกสาวนายพัน

จับแล้วแท็กซี่หื่นข่มขืนไกด์ลูกสาวนายพัน

09 ก.ค. 2552

รวบแท็กซี่หื่นลวงข่มขืน-ถ่ายคลิปไกด์ลูกพ.ท.สารภาพถ้าชอบพอผู้โดยสารจะขับรถพาออกนอกเส้นทางไปในที่เปลี่ยวและขู่มีอาวุธก่อนข่มขืนและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเพื่อข่มขู่เหยื่อ ระบุเคยถูกจับคดีข่มขืนเมื่อปี 51 แต่ศาลให้รอลงอาญา 2 ปี ตำรวจเชื่อก่อเหตุมาแล้วหลายคร

กองปราบปรามเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่9 กรกฎาคม พล.ต.อ.จุมพลมั่นหมาย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ไถงปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ต.ปัญญามาเม่น รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.ประยนต์ลาเสือ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายทองมีค้อนจตุรัส อายุ 37 ปีคนขับรถแท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่4 ถ.มิตรภาพอ.สีคิ้วจ.นครราชสีมาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1996/2552 ลงวันที่9 กรกฎาคม ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและพาบุคคลอื่นไปเพื่อการอนาจาร พร้อมของกลาง รถยนต์แท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพูคาดฟ้า ทะเบียน ทน 1721 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ2 เครื่องและกระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบโดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่ 2 ถ.สามัคคีซ.21 ต.ท่าทรายอ.เมืองจ.นนทบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่8 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีนายทหารบกยศ พ.ท. ได้พาน.ส.หนึ่ง(นามสมมติ) อายุ 25 ปีบุตรสาว ซึ่งมีอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยว เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินหลังบุตรสาวถูกคนขับรถแท็กซี่ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ไทรน้อยจ.นนทบุรีโดยขณะก่อเหตุคนร้ายได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อข่มขู่ไม่ให้แจ้งความไม่เช่นนั้นจะนำภาพลับไปเผยแพร่

หลังทราบเรื่องพ.ต.อ.พรศักดิ์ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีรเดชธรรมสุธีร์ รอง ผกก.ช่วยราชการกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.สุทธิเวชบุญยรัตกลิน สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.อ.สิทธิชัยการินทร์ ร.ต.อ.ศักดิ์ชัยไกรวีระเดชาชัย ร.ต.อ.กริชวรทัต รอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสรวมทั้งตรวจสอบจากแผนประทุษกรรม และพฤติกรรมศาสตร์ในคดีลักษณะเดียวกันนี้ที่เคยรวบรวมไว้

นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้เสียหายเกี่ยวกับตำหนิรูปพรรณของคนร้ายพร้อมทั้งให้ชุดสืบสวนติดตามผู้ต้องสงสัยที่เคยก่อคดีลักษณะดังกล่าวมาแล้ว จนกระทั่งพบผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ซึ่งเคยมีประวัติก่อคดีข่มขืนในพื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้วจ.ปทุมธานีเมื่อปี 2551 ประกอบกับเส้นทางการเดินรถและจุดที่ก่อเหตุเป็นเส้นทางที่ใกล้เคียงกับที่คนร้ายคดีนี้ก่อไว้ จึงได้สะกดรอยและถ่ายภาพผู้ต้องสงสัย และรถแท็กซี่ที่ใช้เอาไว้ จากนั้นได้นำภาพผู้ต้องสงสัยมาให้ผู้เสียหายชี้ยืนยัน ซึ่งผู้เสียหายก็ชี้ยืนยันได้อย่างถูกต้อง จึงนำหลักฐานประสานพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินไปขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาและติดตามจับกุมตัวมาได้

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเคยทำงานเป็นคนงานที่โรงงานแห่งหนึ่ง ต่อมาได้เปลี่ยนอาชีพมาขับรถแท็กซี่ ทั้งนี้ตนเคยถูกจับกุมคดีข่มขืนมาแล้วในพื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้วจ.ปทุมธานีเมื่อปี 2551 ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจำคุกแต่ให้รอลงอาญา 2 ปีหลังจากนั้นก็ได้ก่อเหตุลักษณะนี้อีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำในคดีนี้ โดยแต่ละครั้งที่รับผู้โดยสารมานั้นไม่ได้เจาะจงว่าเป็นใคร หากรู้สึกชอบพอก็จะขับรถพาออกนอกเส้นทางไปในที่เปลี่ยว และขู่ผู้โดยสารว่ามีอาวุธแต่จริงๆ แล้วไม่ได้พกพาอาวุธใดๆ แต่ระหว่างก่อเหตุก็จะใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเอาไว้เพื่อข่มขู่เหยื่อ

ภายหลังจับกุมตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธินดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลเนื่องจากเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้น่าจะก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง หากผู้เสียหายรายใดเชื่อว่าได้รับความเสียหายจากผู้ต้องหารายนี้สามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โดยข้อมูลทุกอย่างจะปกปิดเป็นความลับ

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.วีระงามเลิศ สารวัตรเวร สน.พหลโยธินได้เชิญตัว น.ส.หนึ่ง ผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะสเก็ตช์ภาพคนร้าย โดยภายในสำนวนการสอบสวน ผู้เสียหายให้การว่า หลังจากถูกคนร้ายพาไปข่มขืนแล้ว ระหว่างทางที่กำลังจะพากลับมาส่งที่เดิม คนร้ายได้ถามผู้เสียหายว่า มีเงินขึ้นรถกลับบ้านไหม ผู้เสียหายก็บอกว่า มีอยู่ในเอทีเอ็ม 400 บาทจากนั้นคนร้ายก็จอดแวะที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง แล้วผู้เสียหายก็ส่งบัตรพร้อมกับบอกรหัสให้คนร้ายกดเงินมาให้จำนวน 400 บาทก่อนที่คนร้ายจะพาผู้เสียหายมาส่งไว้ที่ปากซอยลาดพร้าว 1 เช่นเดิม"พ.ต.ท.วีระกล่าว

พ.ต.ท.วีระกล่าวอีกว่า ในสำนวนการสอบสวนยังระบุด้วยว่า ระหว่างที่คนร้ายขับรถออกนอกเส้นทาง ผู้เสียหายยังโทรศัพท์ไปถามเส้นทางกับแฟนเก่า เมื่อแฟนเก่าของผู้เสียหายรู้ว่าไม่ใช่เส้นทางที่จะกลับบ้าน จึงรีบบอกให้ผู้เสียหายลงรถทันที แต่ผู้เสียหายก็ยังส่งโทรศัพท์ให้คนร้ายคุย ก่อนที่จะวางสายแล้วปิดโทรศัพท์ทันที กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว