ข่าว

'ไทย-กัมพูชา'สานต่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อน

'ไทย-กัมพูชา'สานต่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อน

17 ม.ค. 2558

'ธนะศักดิ์ - ฮอร์ นัมฮง' เป็น ปธ.ร่วมเจซี 'ไทย - กัมพูชา' ครั้งที่ 9 เห็นพ้องผลักดัน คกก.เทคนิค สานต่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ตามเอ็มโอยู ปี 44

 
                        17 ม.ค. 58  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนจังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจซี) ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 9 ตามคำเชิญของนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ในฐานะประธานร่วมการประชุมนี้ด้วย
 
                        ภายหลังการประชุม กระทรวงการต่างประเทศได้ออกเอกสารข่าวถึงผลการประชุมเจซี ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 9 ระบุว่า ที่ประชุมแสดงความพอใจกับพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในภาพรวมของสองประเทศ มีความเข้าใจและความปรารถนาดีต่อกัน และยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกสาขาสำคัญระหว่างกันด้วย
 
                        ในด้านการเมืองและความมั่นคง 2 ฝ่ายยินดีที่หน่วยงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนมีความร่วมมือที่ใกล้ชิด ทั้งไทยและกัมพูชา เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ตามแนวชายแดน และเห็นควรให้ใช้คณะกรรมการระดับประเทศที่ได้ตั้งขึ้นเป็นกลไกในการหารือเกี่ยวกับแนวทาง รูปแบบ และขั้นตอนการประสานงาน ซึ่งรวมถึงแผนปฏิบัติการในด้านการป้องกัน ยับยั้ง และการดำเนินการตามกฎหมายและการลงโทษกลุ่มผู้กระทำผิด รวมทั้งการลาดตระเวนโดยมีการประสานงานเข้มข้นในการสอบสวน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เกิดเหตุที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือการสูญเสียชีวิต ทั้งนี้ กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการระดับประเทศในเรื่องนี้เป็นโอกาสแรก
 
                        ในด้านเศรษฐกิจ ไทยและกัมพูชายินดีที่การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนให้มากขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มการเจรจาอนุสัญญาเพื่อการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนในเร็วๆ นี้ นอกจากนั้น ฝ่ายไทยได้เชิญธุรกิจของกัมพูชา ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พิจารณาใช้ตลาดทุนของไทยเป็นแหล่งระดมทุน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชา
 
                        อีกทั้ง สองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เป็นชายแดนแห่งสันติภาพ และความมั่งคั่ง โดยหนึ่งในนโยบายทางยุทธศาสตร์ที่ได้หารือกันคือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษใน บริเวณพื้นที่ชายแดนในจังหวัดบันเตียเมียนเจย - สระแก้ว และจังหวัดเกาะกง - ตราด สองฝ่ายได้หารือถึงมิติความร่วมมือและแผนปฏิบัติการอย่างครอบคลุม และยังได้เห็นพ้องให้เร่งรัดกระบวนการภายในในการยกระดับจุดผ่านแดน 4 จุดให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร และเห็นควรให้ใช้ประโยชน์จากเวทีการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการพัฒนา พื้นที่ชายแดนและการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม (JCBD) ให้มากที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว
 
                        "ที่ประชุมเจซี ครั้งที่ 9 ระบุว่า สองฝ่ายเห็นพ้องให้ผลักดันคณะกรรมการร่วมทางเทคนิค (JTC) สานต่อการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย - กัมพูชาในอ่าวไทย ตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราช อาณาจักรกัมพูชาในปี 2544 และกฎหมายระหว่างประเทศ" 
 
                        ในด้านสังคมและวัฒนธรรม ฝ่ายไทยยังแสดงความพร้อมในการสานต่อโครงการด้านสังคมและวัฒนธรรมในกัมพูชา ทั้งในด้านสาธารณสุข การศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพแก่แรงงาน ซึ่งมีเป้าหมายในการเพิ่มความเข้มแข็งให้ชุมชนในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน ลดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และเกื้อหนุนความสัมพันธ์ทวิภาคีในระยะยาว
 
                        ส่วนความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในระดับภูมิภาค สองฝ่ายได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมในภูมิภาค โดยเฉพาะการก่อสร้างเส้นทางต่างๆ ในภูมิภาค และทางรถไฟระหว่างอรัญประเทศ - ปอยเปต นอกจากนั้น สองฝ่ายยังได้แจ้งความคืบหน้าของพัฒนาการของการเปิดจุดผ่านแดนและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่บ้านหนองเอี่ยน - สตึงบท ให้อีกฝ่ายได้ทราบ และเห็นพ้องให้เร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2558 และแล้วเสร็จในปี 2561
 
                        "ไทยและกัมพูชา หวังว่าพัฒนาการของโครงข่ายการคมนาคมในลักษณะดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปีนี้"
 
                        นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดกิจกรรมเพื่อฉลองการครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชาในปี 2558 และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือถึงแผนกิจกรรมต่อไป
 
                        อย่างไรก็ตาม การหารือเป็นไปในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร สองฝ่ายได้ใช้โอกาสนี้หารือแนวทางในการสานต่อความร่วมมือที่ดำเนินมาให้เพิ่มพูนขึ้นในทุกสาขา เพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและเพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนสองประเทศ และของภูมิภาค