
ชาวไร่ขอคืนส่วนต่างราคาอ้อยอ้างใช้ลงทุน-รง.ค้านเพิ่มสำรองน้ำตาลโควตาก.
ชาวไร่อ้อยจี้รัฐคืนส่วนต่างราคากว่า2.5 พันล้านบาทอ้างต้องการนำไปลงทุน ด้านสมาคมโรงงานน้ำตาลทรายไม่เห็นด้วยสำรองโควตาน้ำตาลบริโภคในประเทศเพิ่มรองรับช่วงปลายปี เหตุ 5 เดือนยอดขายต่ำสุดในรอบ 5 ปี หวั่นราคาตกหากสินค้าล้นตลาด
นายชัยวัฒน์คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า สถาบันชาวไร่อ้อย 29 สถาบันต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งเสนอรัฐบาลพิจารณาทบทวนมติ ครม.เดิม ที่กำหนดให้นำเงินส่วนต่างระหว่างราคาอ้อยขั้นต้นกับราคาอ้อยขั้นสุดท้ายปี 2550/2551 ที่มีผลส่วนต่างถึงตันละ34 บาทวงเงิน 2,525 ล้านบาทให้แก่กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) นำไปชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)
"ชาวไร่ต้องการให้นำเงินดังกล่าวไปจัดสรรให้แก่ชาวไร่อ้อยแทน เนื่องจากมองว่ากองทุนมีรายได้เข้ามาปีละ 9,000 ล้านบาทจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายและมีการชำระหนี้ให้ ธ.ก.ส.ไปแล้วบางส่วนเหลือยอดคงค้างเพียง1.4 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะชำระหมดได้ตามแผนภายใน 2 ปีชาวไร่อ้อยจึงต้องการเงินของชาวไร่อ้อยที่อยู่กับโรงงานน้ำตาลในขณะนี้มาใช้" นายชัยวัฒน์กล่าว
ด้านนายประกิตประทีปะเสน ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายเปิดเผยว่า จากการหารือร่วมของผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทราย 47 รายทั่วประเทศในประเด็นที่มีผู้เสนอให้มีการสำรองน้ำตาลทรายโควตา ก. (สำหรับบริโภคในประเทศ) ไว้อีก2 งวดจำนวน 7.2 แสนกระสอบ จากมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเมื่อวันที่ 8 เมษายน2552 ที่กำหนดไว้19 ล้านกระสอบเพื่อป้องกันการขาดแคลนในช่วงปลายปีนั้น เป็นข้อเสนอที่สวนทางกับข้อเท็จจริง จึงจะยืนยันความเห็นต่อคณะกรรมการว่าปริมาณน้ำตาลทราย 19 ล้านกระสอบจะเพียงพอใช้บริโภคในประเทศอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ปริมาณการจำหน่ายน้ำตาลทรายในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวน7.89 ล้านกระสอบลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2551 กว่า4.5 แสนกระสอบและถือเป็นปริมาณการขายที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีและจากปริมาณน้ำตาลทรายค้างกระดานณ วันที่ 29 มิถุนายน2552 จำนวน1,135,967 กระสอบเทียบเท่าการสำรองเกิน 3 งวด(งวดละ360,000 กระสอบ) หากสำรองเพิ่มก็อาจก่อให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาดและมีผลกดดันต่อราคาขาย
น้ำตาลทรายบริโภคในประเทศนอกจากจะไม่ขาดแคลนยังมีโอกาสจะล้นตลาดด้วยซ้ำ แทนที่จะให้สำรองเพิ่มควรจะปรับลดปริมาณในโควตา ก. ลงและไปเพิ่มให้กับโควตาค. (ส่งออก) แทนเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ นายประกิตกล่าว



