ข่าว

35พธม.ลั่น16 ก.ค. พร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหายึดสนามบิน

35พธม.ลั่น16 ก.ค. พร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหายึดสนามบิน

09 ก.ค. 2552

35 พธม.ลั่น 16 ก.ค. พร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหายึดสนามบินระบุเตรียมฟ้องกลับผู้เกี่ยวข้องทุกราย ไล่ตั้งแต่ นายกฯ ม.157 และ 200 ในฐานะประธาน กตร. พร้อมอุ้มกษิต ขึ้นเวทีครั้งเดียวไม่ควรมีเอี่ยวด้วยเปรยอาจจะต้องขายหมา 2 พันตัวของจำลองใช้หนี้บุกยึดสนามบิน

 ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 9 ก.ค. ได้มีการหารือร่วมระหว่างของกลุ่ม 35 คน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีบุกสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง โดยใช้เวลาในการหารือเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงยกเว้นนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศที่ติดภารกิจ ที่ล้วนถูกตั้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ก่อการร้ายจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง

ต่อมาเมื่อเวลา 17.50 น. นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ แถลงว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวผู้ก่อการร้ายจำนวน 36 คนโดยแบ่งเป็น 2 คดีคือ 1.การบุกเข้าไปที่สนามบินดอนเมือง2.การบุกเข้าไปที่สนามบินสุวรรณภูมิถือว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อหาที่เกินความจริง ขัดต่อกฎหมายอาญามาตรา 135 / 1 ที่ระบุว่าการก่อการร้าย คือต้องเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบสาธารณะ ระบบขนส่ง และระบบโทรคมนาคม ซึ่งขอยืนยันพันธมิตรไม่ได้ทำลายระบบดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องบิน หรือรันเวย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ แต่ยังตั้งข้อหาเท็จเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ

นายสุวัตรกล่าวต่อว่า ผู้ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาทั้ง 36 คนจะเดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียกที่สโมสรตำรวจในวันพฤหัสที่ 16 ก.ค. เวลา09.00 น. ซึ่งการไปในครั้งนี้ไม่ใช่การมอบตัวแต่จะไปใช้สิทธิในการโต้แย้งเพื่อสู้คดีเพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งจะมีการฟ้องกลับกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการแจ้งข้อหากับกลุ่มพันธมิตรฯทั้งหมด ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ใช้อำนาจโดยมิชอบและมาตรา 200 ที่ถูกเจ้าพนักงานกลั่นแกล้งนอกจากนี้จะมีการฟ้องกลับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถือเป็นจำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(กตร.) เพราะเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบแม้ว่าจะอ้างมอบให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบก็ตาม เนื่องจากการอ้างไม่รู้ ไม่เห็นย่อมไม่ได้ ดังนั้นพันธมิตรฯจะฟ้องกลับกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน

ทนายความพันธมิตรฯกล่าวอีกว่า กรณีการตั้งข้อกล่าวหานี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรกระทำ แต่เรื่องที่ควรทำกลับเพิกเฉย โดยเฉพาะการที่กลุ่มคนเสื้อแดงนำโดยสามเกลอหัวขวดดำเนินการล่ารายชื่อเพื่อถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่า ผิดกฎหมายชัดเจน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 ที่ระบุเอาไว้ว่าผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด คือ พ.ต.ท.ทักษิณหรือเป็นผู้ต้องหากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ โดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศนายสุวัตร กล่าวว่า เป็นการตั้งข้อหาที่เกินจริง เพราะนายกษิตขึ้นเวทีเพียงครั้งเดียวในฐานะนักวิชาการที่ถูกเชิญมา อยากถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าใช้มาตรฐานใดในการดำเนินคดี เพราะบางคนขึ้นเวทีหลายครั้งแต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่อัปลักษณ์มาก

สำหรับการที่คณะรัฐมนตรีมีมติฟ้องเรียกค่าเสียหายกับกลุ่มพันธมิตรฯ1.8 หมื่นล้านจากการบุกเข้ายึดสนามบิน นายสุวัตร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนที่จะชดใช้ค่าเสียหายได้หรือไม่ ขณะนี้พล.ต.จำลองศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ก็มีสุนัขอยู่ 2,000 ตัวอาจจะนำไปขายได้

ขณะที่นายนิติธร ล้ำเหลือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จากสภาทนายความ กล่าวว่า ในวันที่ 16 ก.ค.กลุ่มพันธมิตรฯที่ร่วมชุมนุมทุกคนจะเดินทางไปร่วมลงชื่อเพื่อรับทราบเป็นข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ด้านพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวยืนยัน จะฟ้องทุกคนที่เกี่ยวข้องในการตั้งข้อกล่าวหากับพันธมิตรฯ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงกระบวนการยุติธรรมการตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าว ถือว่าร้ายแรง เนื่องจากโทษของข้อกล่าวหาดังกล่าวมีแค่ 2 ทางคือประหารชีวิต และจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งตรงนี้พันธมิตรฯ ยอมรับไม่ได้ นอกจากนี้ขอยืนยันว่า ผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่มีใครกังวลในเรื่องนี้ เพราะเป็นข้อกล่าวหาเท็จ แต่ที่ต้องฟ้องกลับ เพราะเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่เกินจริง และต่อไปหากมีใครมาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญก็อาจจะโดนข้อกล่าวหาเช่นนี้ ซึ่งเราปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้

พล.ต.จำลองกล่าวทิ้งทายถึงการออกหมายจับพันธมิตรฯครั้งนี้ถือเป็นไม่ใช่การตีกัน หรือไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงออกมาชุมนุม แต่ถือเป็นการปรามประชาชนทั้งประเทศที่จะออกมาชุมนุมเรียกร้อง

ด้านนายสุริยะใสกตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวว่า การตั้งข้อกล่าวหากับนายกษิต เป็นสิ่งที่ควรทำความจริงให้ปรากฏ เพราะเห็นว่าการเสนอชื่อนายกษิตเข้ามาเป็นผู้ถูกกล่าวหาคนสุดท้าย น่าจะมีความไม่ชอบพากล ดังนั้นอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) รวมถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวว่ามีเงื่อนงำ มีการใช้อำนาจกลั่นแกล้งโดยมิชอบหรือไม่

ต่อข้อเรียกร้องที่ให้หลายฝ่ายนายกษิตลาออกจากรมว. ต่างประเทศเพื่อแสดงสปิริต เพื่อสร้างบรรทัดฐานการเมืองใหม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า นายกษิตไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากต้องการสร้างรูปแบบการเมืองใหม่จริง นายกษิตจะต้องอยู่ต่อ และต่อสู้ต่อความไม่เป็นธรรมที่ได้รับ