
มากกว่าเก่ง หัวต้องไว ใจต้องใหญ่
17 ม.ค. 2558
มากกว่าเก่ง หัวต้องไว ใจต้องใหญ่ : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ [email protected]
แม้ คริสเตียโน โรนัลโด ปีกวัย 29 ปี ดูจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่มีค่าออกเทนสูงกว่าใครๆ ปรากฏตัวอยู่ในทีมไหน ไม่ว่าจะเป็น ทีมชาติโปรตุเกส หรือ รีล มาดริด, แมนฯ ยูไนเต็ด และ สปอร์ติง ลิสบอน ก็ขับเคลื่อนให้ทีมนั้นเดินหน้าไปอย่างเร่าร้อนรุนแรง
ในยุคสมัยที่เขายังอยู่กับ "ปีศาจแดง" สื่อหลายสำนักมักให้คำทำนายชีวิตของเขาว่า ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะเลือกอะไร เพราะหากเขาค้นหาชื่อเสียง เขาจะสูญเสียวิญญาณ หากเขาค้นหาความคิดสร้างสรรค์ เขาก็จะพบและมีมัน เพราะชื่อเสียงบ่อยครั้งที่มันทำหน้าที่เป็นแอกอันหนึ่ง แอกที่ต้องแบกรับไว้ตลอดกาล
สมัยที่ โรนัลโด ได้รับ "บัลลงดอร์ 2008" หรือรางวัลลูกบอลทองคำครั้งแรกในชีวิต ที่ขณะนั้นยังมีสถานะเป็นเพียงนักฟุตบอลยอดเยี่ยมยุโรปแห่งปี จัดโดย "ฟรองซ์ ฟุตบอล" นิตยสารฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดฉบับหนึ่งของโลก เขาเคยกล่าวว่า เมื่อเขามองมันทุกครั้งเขาจะนึกถึงเพื่อนและครู ที่ให้อภัยเขาในวันนั้นด้วย
เพราะหลังเสร็จศึก ฟุตบอลโลก 2006 หนทางข้างหน้าใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เหมือนว่างเปล่า สำหรับ โรนัลโด เพราะ สื่อเมืองผู้ดี บางคนถึงกับเขียนประชดประชันปีกวัย 23 ปีขณะนั้นว่าหลักคำสอนในคัมภีร์ส่วนตัวของเขาอยู่ตรงข้ามกับกรอบความคิดในแบบดั้งเดิมที่พวกเราถูกทำให้เชื่อว่า เงื่อนไขและปัจจัยของการที่ใครสักคนจะประสบความสำเร็จ ก็คือ ความสุจริต และการอุทิศทุ่มเท
เนื่องจากการขยิบตาหลัง เวย์น รูนีย์ หัวหอกทีมชาติอังกฤษ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในรอบก่อนรองชนะเลิศ แทนความหมายภารกิจลุล่วง ซึ่งมันคงไม่มีความหมายใดต่อ "รูน" หาก "รอน" ไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยกัน โรนัลโด จึงขยิบตาเป็นพันๆ ครั้ง ในสารพัดรายการโทรทัศน์อังกฤษ ราวกับว่าเขานับถือชัยชนะเป็นพระเจ้า และเชื่อในการฉ้อฉล ฉกฉวย เอาเปรียบ หักหลัง และการใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ นานา
ถ้าหัวใจของ โรนัลโด อ่อนแอ เขาจะก้าวต่อไปได้อย่างไร เพราะหลังจากนั้นแฟนฟุตบอลทุกทีมที่ไม่ใช่ "เรดเดวิล" ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา โห่เขาทุกครั้งที่จับบอล เหมือนกับว่าเขาจะไม่เจอสิ่งเหล่านี้เพียงแค่ชั่ววัน หากต้องเจอจนวันตาย
แต่การวางตัวของ เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด แม้ส่วนหนึ่งจะเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและเพื่อทีม แต่ก็ใช้ได้จริง เพราะชีวิตมนุษย์แสนสั้น เกิดขึ้นดำรงอยู่และผ่านไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว การอยู่กับบาดแผล ความเจ็บปวด และการสูญเสีย มิใช่สิ่งที่ต้องคร่ำครวญหวนไห้ หากชีวิตปรารถนาความเข้าใจและดื่มดำไปกับวันเวลาที่มีความสุขอย่างรู้เท่าทันต่างหาก
"ลูกบอลทองคำ 2014" ที่เขาได้ในวันนี้มีสถานะแตกต่างออกไป เพราะเป็นการควบรวมกับรางวัล "ฟีฟ่า อวอร์ด" นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของโลกจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เข้าไว้ด้วย ซึ่งทำให้ โรนัลโด ได้รางวัล "ฟีฟ่า บัลลงดอร์" นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลก 2 สมัยติด แต่เป็นครั้งที่ 3 ของทั้ง "ฟีฟ่า" และ "บัลลงดอร์"
แต่ท่าทีของเขาไม่เปลี่ยนแปลง การพูดของ โรนัลโด ในการรับรางวัลทำให้รู้ว่า คำกล่าวหาของ ชูเซ มูรินโญ ในสมัยยังเป็น ผู้จัดการทีมเชลซี รอบแรกระหว่างปี 2004-2007 ที่ว่า "โรนัลโด เป็นคนไร้การศึกษา" นั้นไม่เป็นความจริง เมื่อ โรนัลโด ถูกถามว่าประตูไหนที่สำคัญกับชีวิตของเขา โรนัลโด ตอบว่า "ประตูถัดไป"
หรือแม้แต่เขาไม่ใช่คนทิ้งเพื่อน เห็นได้จากการตกรอบแรก ฟุตบอลโลก 2014 เมื่อปีก่อน โดยเฉพาะนัดแพ้ เยอรมนี 0-4 สำหรับเกมเปิดสนามกลุ่ม จี และเสมอ สหรัฐอเมริกา 2-2 เขาไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ที่จะให้ร้ายเพื่อนร่วมทีม สีหน้าไม่พอใจ ล้วนมาจากการไม่พอใจในแต่ละจังหวะการเล่นของตัวเอง จากเด็กที่เคยโดนโห่ใน "ยูโร 2008" ว่าไม่ทุ่มเทให้ชาติเท่ากับสโมสร กลับมาพิสูจน์ตัวเองในฐานะกัปตันทีมชาติสำเร็จ ไม่มีใครกล่าวโทษเขาได้เต็มปากสำหรับการตกรอบแรก "บราซิล 2014"
ด้วยวัย 29 ปี อีกไม่กี่เดือนเขาก็จะก้าวข้ามวัยไปสู่หลัก 30 ซึ่งเขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคู่ต่อสู้ร่วมรุ่นหลายคน โรนัลโด ให้เกียรติเพื่อนร่วมทีม ให้เกียรติถ้วยรางวัล หรือแม้แต่ให้เกียรติคู่ต่อสู้ เห็นได้ว่าในนัดแพ้ เยอรมนี ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่า "อินทรีเหล็ก" จะเป็นแชมป์โลก โรนัลโด เข้าไปจับมือพูดคุยกับผู้เล่น ดอยช์ หลายคน ในขณะที่ แกเรธ เบล เพื่อนร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" โดนแฟนๆ ไม่พอใจต่อการไม่ส่งบอลให้ โรนัลโด ซึ่งเขาได้กล่าวปกป้อง เบล อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู
สิ่งเหล่านี้อาจมากพอว่า ทำไมทั้ง มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูแชมป์โลก และลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมรองแชมป์โลก ถึงไม่ได้รับรางวัล เพราะตัวรางวัลเลือกมาจากโค้ชและกัปตันทีมชาติสมาชิกฟีฟ่า ดังนั้นถ้าคุณเป็นโค้ช คุณก็อยากได้นักฟุตบอลที่โตเต็มวัยทั้งฝีเท้าและหัวใจเช่นเขาอยู่ในทีม
------------------------
(มากกว่าเก่ง หัวต้องไว ใจต้องใหญ่ : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ [email protected])



