ข่าว

 'วิษณุ'ระบุงานปรองดองต้องทำทุกหน่วยงาน

'วิษณุ'ระบุงานปรองดองต้องทำทุกหน่วยงาน

15 ม.ค. 2558

รัฐถกสปช.-สนช.วางแนวทางปฏิรูป 'วิษณุ'ระบุงานปรองดองต้องทำทุกหน่วยงาน

             เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 15 ม.ค.2558 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อหารือร่วมกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งประธานกรรมาธิการของ สปช.ทั้ง 18 คณะ ถึงแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับ สปช. โดยมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช.คนที่ 2 ร่วมประชุมด้วย

             ด้านนายสุวพันธุ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้นายวิษณุจะเป็นหัวหน้าทีมอธิบายถึงความคิดเห็นรัฐบาลที่มีต่อการทำงานของ สปช.ในการประสานงานระหว่างรัฐบาลกับ สปช.เพื่อผลักดันแนวทางปฏิรูปให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน 3 เดือน 6 เดือนหรือ 1 ปี ผลักดันกฎหมายสำคัญๆ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนออกมาโดยเร็ว นอกจากนี้จะหารือถึงแนวทางการประสานงาน โดยจะมีการกำหนดการหารือกันเป็นทางการ อย่างที่รัฐบาลดำเนินการกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยจะเป็นการพบปะพูดคุยเป็นการส่วนตัวระหว่างตัวแทนทั้งสองฝ่ายเพื่อให้การทำงานใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปของ สปช.ที่จะกำหนดกรอบการปฏิรูประบบราชการทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
ตั้งวิปสองฝ่ายประสานงานปฎิรูป

             ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขาฯ วิปสปช. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า เป็นการหารือเพื่อสร้างระบบการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ประชุมเห็นพ้องให้มีระบบคณะกรรมการประสานงานแต่ละฝ่ายขึ้นทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปฏิรูปดำเนินไปด้วยความรวดเร็วและเป็นรูปธรรม เพราะที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่เคยมีวิปคอยประสานงานกับวิปสปช. มีเพียงแค่ สนช.เท่านั้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความกังวลต่อประเด็นผลงานและความคาดหวังของประชาชนทั้งระยะ 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 1 ปี จึงขอให้ทุกภาคส่วนกำหนดกรอบการทำงานเพื่อเสนอให้ สปช.พิจารณาประเด็นดังกล่าว โดยมุ่งหวังว่ารัฐบาลและนายกฯ จะช่วยส่งเสริมสนับสนุน สปช.ตามความคาดหวังของประชาชน


"วิษณุ"ระบุงานปรองดองต้องทำทุกหน่วยงาน


             นายวิษณุ  ให้สัมภาษณ์กรณีศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูประบุว่าการปรองดองไม่เป็นไปตามเป้า ว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และยังไม่เคยได้รายงานจากศูนย์ฯ ดังกล่าว แต่ก็ไม่ทราบว่าเข้าที่ประชุมคสช.หรือไม่เพราะตนไม่ได้เข้าร่วม

             เมื่อถามว่าจะทำให้เกิดอุปสรรคขึ้นหรือไม่ในเรื่องการเดินหน้าปรองดอง นายวิษณุ กล่าวว่า เชื่อว่ายังคงต้องทำต่อไป และงานสร้างความปรองดองไม่ใช่งานมอบให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบ มีเพียงหน่วยงานในการช่วยประสานแต่งานปรองดองต้องช่วยกันทำทุกฝ่ายและทุกจังหวัด และตนเข้าใจว่าการปรองดองทำได้หลายวิธีอย่างน้อยการที่มีศูนย์ดำรงธรรมคอยรับเรื่องร้อวทุกข์และแก้ไขปัญหาก็ถือเป็นการสร้างความปรองดองเหมือนกัน แม้ว่าจะไม่ได้บอกว่าเป็นการสร้างความปรองดองแต่เราก็รู้ว่าสิ่งที่ตรงข้ามกับการปรองดองค่อความแตกแยก ซึ่งเกิดมาจากความเหลื่อมล้ำความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งจะต้องแก้โดยวิธีแตกต่างกันไป และจะออกมาเป็นความปรองดอง ความเข้าใจ 

             "จะบอกว่าล้มเหลวมันก็ต้องทำต่อไป ต่อให้ล้มเหลวจริงก็ต้องทำจะหยุดไม่ได้ ต้องเดินหน้า ความปรองดองเป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งวิธีการระหว่างทางก็ต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ และเท่าที่เห็นก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาในบางจุดบ้างแล้ว ผมเชื่อว่าศูนย์ดำรงธรรมช่วยได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าใครไม่สัมผัสจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่เมื่อรับทราบรายงานหลายแสนเรื่อง หลายเรื่องคลี่คลายและกลับไปด้วยความเข้าใจ ก็ถือว่าเป็นการปรองดองไประดับหนึ่งเพราะถ้าไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นการประทุในรูปการประท้วง เดินขบวนต่อต้าน แต่ปรากฎว่าตอนเงียบหายกลับไปแก้ไขปัญหากัน อย่างกฎหมายทวงหนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งหรือกฎหมายอื่นๆ เป็นส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะสำเร็จหรือไม่ก็เป็นงานที่ต้องทำเหมือนกินข้าวอร่อยไม่อร่อยก็ต้องกิน ก็ต้องทำต่อไป หยุดก็ไม่ได้ต่อให้ปรองดองแล้วก็ต้องทำต่อ" นายวิษณุ กล่าว

             เมื่อถามว่าจะเป็นการเร็วเกินไปหรือไม่สำหรับการปรองดอง นายวิษณุ กล่าวว่า ก็เป็นส่วนหนึ่งเมื่อความเจ็บปวดที่เกิดมานานเกินกว่าที่จะใช้วลาอันสั้นไปเยียวยาให้เกิดความปรองดองได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเท่ากัน ต่อข้อถามว่าในเรื่องการปรองดองรัฐบาลจะมีมาตรการอื่นเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการคิดและพิจารณาทั้งส่วนรัฐบาลและคสช. แต่อยากฟังทางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เผื่อจะมีข้อเสนอที่เฉียบรอบคอบและรัดกุมกว่า แต่ในวันนี้ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น เราก็อาจจะนำมารวมกันถ้าตรงกับที่เราคิดก็จะทำให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น อย่างไรก็ต้องในส่วนรัฐบาลมีหลายความคิดแต่บางิย่างก็ยังๆม่แน่ใจในผลกระทบ แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดในตอนนี้

             เมื่อถามว่าการปรองดองไม่จำเป็นนิรโทษกรรมไม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "ไม่จำเป็น เพราะมีหลายวิธีและอาจจะต้องใช้ทุกวิธีหรือหลายๆ วิธีพร้อมกัน ไม่ใช่เลือกเอาหนึ่งในหลายวิธี อาจจะห้าในสิบ หรืออาจจะทำทั้งสิบ" เมื่อถามต่อว่าสปช.มีการเสนอให้มีหารนิรโทษกรรมประชาชนทั้งหมดในทางกฎหมายจะนิรโทษกรรมโดยยกเว้นรายบุคคลได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ให้ถึงเวลาว่าจะต้องทำอย่างไรแน่ แล้วค่อยคิดกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรยังเร็วไปที่จะมาพูดกันตอนนี้