ข่าว

รอยสักฮิตแต่ยังผิดกฎหมายในเกาหลีใต้

รอยสักฮิตแต่ยังผิดกฎหมายในเกาหลีใต้

17 ม.ค. 2558

เวิลด์วาไรตี้ : รอยสักฮิต แต่ยังผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ : โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 
                รอยสักที่ครั้งหนึ่งเคยเสมือนตราสัญลักษณ์ของแก๊งอาชญากรรมในเกาหลีใต้ กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นดาษดื่นในบรรดาฮีโร่วงการกีฬา นักร้องเค-ป๊อป เหล่าคนดังที่มีแฟนหรือสาวกตามกรี๊ดมากมาย แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า การจะสักลายเก๋ๆ สักลายในประเทศนี้จะต้องกระทำโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น ดังนั้น ตราบใดที่ไม่มีการแก้ไขกฎหมายตามกระแสนิยม ทำให้บรรดาศิลปินสักทั้งหลายหมิ่นเหม่ถูกดำเนินคดีจากทางการท้องถิ่นอยู่นั่นเอง
 
                อัน ซอ ยอง โฆษกสมาคมแพทย์เกาหลี กล่าวว่า กฎหมายให้ความสำคัญกับความวิตกด้านสุขภาพ รวมถึงความเสี่ยงจากเชื้อไวรัสตับ หรือการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี สาเหตุของโรคเอดส์ หากเข็มไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม
 
                ขณะที่ จาง จุน ฮยอค เจ้าของร้านแทตทูอิซึ่ม(Tattooism) ในกรุงโซล กล่าวว่า หากต้องการสัก ต้องไปโรงพยาบาล เป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี
 
                อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมาย โดยเมื่อเดือนตุลาคม มอบหมายให้ทำการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการออกใบอนุญาตแก่ร้านสัก
 
                ในระหว่างนี้ บรรดาศิลปินสักยังประกอบอาชีพต่อไป จะว่าไปก็คล้ายกับผู้ค้าบริการทางเพศในโซล คือในทางเทคนิค ผิดกฎหมาย แต่ทางการมักไม่ได้เข้มงวดนักตราบใดที่ไม่ตรวจพบ
 
                ร้านสักส่วนใหญ่ในเกาหลี อย่างร้าน แทตทูอิซึ่ม ของจาง เป็นร้านใต้ดินทั้งในความหมายและรูปธรรม  ตำแหน่งแห่งหนของร้านรู้กันแบบปากต่อปากว่าอยู่ที่ไหน ประตูไม่มีป้ายบอก ศิลปินสักลายวัย 42 ปีผู้นี้ เคยเป็นนักศึกษาด้านแฟชั่นในโซล เมื่อไปสักมาครั้งแรกแล้วเห็นเพื่อนชอบมาก จึงเกิดความคิดว่านี่น่าจะเป็นอาชีพของเขาได้
 
                หลังจากไปฝึกอบรมในเม็กซิโกหลายปี จางกลับมาเปิดร้านสักแห่งแรกในโซล แต่เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกกฎหมาย จึงไม่อาจติดป้าย ไม่สามารถโฆษณา จึงพยายามหาลูกค้าด้วยการโพสต์ภาพผลงานทางอินเทอร์เน็ต พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์มือถือติดต่อ
 
                ปรากฏว่า 3 เดือนแรก ได้ลูกค้าประมาณ 10 คน ถึงอย่างนั้น ในช่วงแรกๆ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดี เพราะขณะนั้น มีร้านสักเพียง 10 ร้านในโซล ทุกคนรู้จักกัน และต่างให้กำลังใจกันและกัน แต่ตอนนี้ แข่งขันกันสูง
 
                ทัศนคติต่อเรื่องการสักในเกาหลีใต้เปลี่ยนไปเมื่อใดไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดกันว่าน่าจะเริ่มในราวปี 2546 เป็นผลที่ตามมาจาก อัน จุง ฮวาน ฮีโร่จากศึกฟุตบอลโลกที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพในปีก่อนหน้า โดยหลังจากทำประตูสำคัญในนัดฟาดแข้งกับญี่ปุ่น อัน จุง ฮวาน ถลกเสื้อเผยให้เห็นรอยสักที่ไหล่ มีข้อความบอกรักภรรยาของเขา
 
                จางกล่าวว่า หลังจากนั้น จู่ๆ บรรดานักกีฬา ดาราภาพยนตร์ และนักร้องเค-ป๊อป ต่างก็มีรอยสักกันหมด ธุรกิจกระเตื้องขึ้นและจำนวนร้านสักก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่กฎหมายห้ามยังคงอยู่
 
                ตำรวจบุกสุ่มตรวจค้นร้านสักของเขาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จางขึ้นศาลและถูกปรับ 3,000 ดอลลาร์ และจำคุก 1 ปีแต่ให้รอลงอาญา
 
                แต่ถึงจะมีการปราบปรามเป็นระยะ จำนวนร้านสักยังขยายตัวต่อเนื่อง อาทิ ร้านชื่อ "มาฟเวอริค" ในย่านอิแทวอน ซึ่งเป็นแหล่งชุมนุมของชาวต่างชาติในโซล กล้าขนาดติดป้ายนีออนหน้าร้าน ซึ่ง ลี ซอง เจ เจ้าของร้าน กล่าวว่า เป็นรูปแบบการขัดขืนเล็กๆ เพื่อบอกว่าตนอยู่ที่นี่เพื่อทำงานเท่านั้น ลีเผยว่า ลูกค้าของเขามาจากคนทุกกลุ่ม ไม่เว้นข้าราชการพลเรือน และระดับผู้บริหารที่ทำงานในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง แต่มักสักแบบให้ปกปิดได้ง่าย
 
                ด้าน ฟรานซิส คิม เชฟวัย 31 ปี กล่าวว่า รอยสักของเขามีทั้งคนชอบและไม่ชอบ หากเป็นรุ่นน้องก็จะชื่นชม แต่หากสูงวัยก็จะมองราวกับว่าเป็นแก๊งอันธพาล หรือพวกนอกแถว ขณะ ซู ฮยอน วุง นักศึกษาวัย 19 ปี เล่าว่าเมื่ออวดรอยสักครั้งแรก มารดาถึงกับร้องไห้ แต่ต่อมาก็ทำใจได้
 
 
 
 
-----------------------------------------
 
 
 
( ภาพ : AFP)