ข่าว

ปปง.คาด'บอย-ปกรณ์'ส่งมอบ'ลัมโบกินี'

ปปง.คาด'บอย-ปกรณ์'ส่งมอบ'ลัมโบกินี'

15 ม.ค. 2558

เลขาธิการปปง.เผย'บอย-ปกรณ์' ส่งหนังสือโต้แย้งสิทธิลัมโบกินี คาดสัปดาห์หน้าส่งมอบรถพร้อมเข้าชี้แจง ยึดทรัพย์'เสี่ยโจ้'50ล้าน'พงษ์พัฒน์'อีก25ล้าน

                สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) วันที่ 15 ม.ค.2558  พ.ต.อ.สีหนาท  ประยูรรัตน์  เลขาธิการปปง. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการยักยอกทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง (สจล.) ว่า ปปง. อยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมเครือข่ายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครือข่ายล็อต 2 ที่มีขนาดใหญ่กว่าเครือข่ายเดิมที่ยึดและอายัดทรัพย์ไว้ก่อนหน้านี้  โดยการตรวจสอบของปปง. สามารถระบุชื่อบุคคลได้ชัดเจน  และรู้ว่าบุคคลใดเป็นผู้กระจายเงินไปยังใครบ้าง  แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็น “บอส” ตามที่เรียกกันหรือไม่  สำหรับรถลัมโบกินี่ของนายปกรณ์  ฉัตรบริรักษ์ หรือ บอย  ที่ปปง.มีคำสั่งยึดและอายัดไว้  อยู่ระหว่างรอให้นายปกรณ์นำมาส่งพร้อมให้ปากคำคาดว่าในสัปดาห์หน้า   ขณะนี้มีการส่งเอกสารโต้แย้งมาแล้วแต่ปปง.ต้องรอให้มีการชี้แจงด้วยตัวเองอีกครั้ง  หากพบว่าไม่เกี่ยวข้องก็จะมีคำสั่งเพิกถอนภายหลัง



ยึดทรัพย์'เสี่ยโจ้'50ล้าน'พงษ์พัฒน์'อีก25ล้าน


                พ.ต.อ.สีหนาท  ประยูรรัตน์  เลขาธิการปปง.  แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 1/2558 ว่า ที่ประชุมมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีสำคัญ 3 คดี คดีแรกมีมติให้ยึดทรัพย์ของนายสหชัย  เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ปัตตานี ในคดีค้าน้ำมันเถื่อน โดยตรวจสอบพบว่านายสหชัยมีทรัพย์สินเป็นที่ดิน 33 แปลง ในจ.สงขลา และปัจฃตตานี มูลค่า 50 ล้านบาท ซึ่งถือครองในชื่อนางอัญญมาลย์  ชาวไร่อ้อย  ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงสั่งอายัดและเรียกให้ผู้ถือครองทรัพย์สินเข้ามาชี้แจง ทั้งนี้การยึดทรพัย์ของนายสหชัยถือเป็นครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาเคยแต่ถูกดำเนินคดีอาญาและออกหมายจับแต่ไม่เคยถูกยึดทรัพย์   รวมถึงการเข้าค้นของเจ้าหน้าที่ทหารที่พบตู้เสร็จได้รับรายงานว่าไม่พบทรัพย์สินในตู้เซฟ พบเพียงเอกสารสำคัญ เช่นโฉนดที่ดิน บัญชีรายชื่อ และบัญญชีจ่ายส่วยที่เป็นเอกสารสำคัญในการดำเนินคดี

                พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า คณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินของพล.ต.ท.พงษ์พัฒน์  ฉายาพันธุ์  เพิ่มเติมอีก 25 ล้านบาท  เป็นทรัพย์สินประเภทเครื่องลายคราม วัตถุโบราณ ธนบัตรต่างประเทศ  ดังนี้ 1 ธนบัตรสกุลดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา จำนวน 2,087 ฉบับ เป็นเงินไทย5,493,017.36 บาท 2  ธนบัตรไทย จำนวน 1,674,680 บาท 3 ธนบัตรสกุลปอนด์ จำนวน 37,080 ปอนด์ เป็นเงินไทย 1,858,508.92 บาท 4 ธนบัตรสกุลยูโร จำนวน 27,180 ยูโร เป็นเงินไทย 1,096,261.20 บาท 5ชุดเชี่ยนหมากทองคำ น้ำหนักประมาณ 2 กรัม จำนวน 16 ชิ้น ราคาประเมิน 490,000 บาท 6 สร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำ 1 องค์ จำนวน 1 เส้น ราคาประเมิน 137,000 บาท 7 ตลับหงส์พุฒตาล 4 ฤดู จำนวน 1 ชุด ราคาประเมิน 40,000 บาท 8 จานเชิงลายผักกาด จำนวน 1 ชิ้น ราคาประเมิน 60,000 บาท 9 ชามรองป้านลายสิงโต จำนวน 1 ชิ้น ราคาประเมิน 25,000 บาท 10 กระโถนลายดอกไม้ช่องกระจก จำนวน 1 ใบ ราคาประเมิน 50,000 บาท 11 ชามฝาลายก้านแยก จำนวน 1 ชุด ราคาประเมิน 50,000 บาท 12 กระโถนลายมังกรแดง จำนวน 1 ใบ ราคาประเมิน 60,000 บาท 13 จานดอกบัวสมัยจักรพรรดิเถียนหลง จำนวน 1 ใบ ราคาประเมิน 100,000 บาท 14 ชามรองป้านลายสิงโต จำนวน 2 ใบ ราคาประเมิน 30,000 บาท 15 ชามฝาพุ่มข้าวบิณฑ์พื้นดำ จำนวน 4 ชุด ราคาประเมิน 220,000 บาท 16 ชามเทพพนมพื้นในเขียวอยุธยา จำนวน 3 ใบ ราคาประเมิน 120,000 บาท 17 จานเชิงเบญจรงค์ จำนวน 4 ใบ ราคาประเมิน 140,000 บาท 18 ชามฝาดอกดาวเรืองลายนอกใน จำนวน 2 ชุด ราคาประเมิน 110,000 บาท. นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนกว่า 80 รายการ เช่น งาช้างแกะสลัก, กำไลงาช้าง, ชุดเครื่องประดับคล้ายทองคำ, พระเลี่ยมทองล้อมเพชร, นาฬิกาคล้ายทองฝังเพชร อยู่ระหว่างการประเมิน

                เลขาธิการปปง. แถลงต่อว่าคณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติให้อายัดสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงินตามสัญญาขายอ้อยที่นางลำวย  ศรีใหม่ และนางภริดา  พลสม  ทำไว้กับโรงน้ำตาลครบุรี จ.นครราชสีมา เนื่องจากเป็นอ้อยที่ปลูกในที่ดินสาธารณประโยชน์  เข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผลประโยชน์ที่ได้จากการตัดอ้อยในที่ดิน 1,000 ไร่ มูลค่าอ้อยเป็นเงินประมาณ 10 ล้านบาท จึงต้องถูกยึดเพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน