ข่าว

เปิดกระบวนการซัก'นิคม-สมศักดิ์-ปู'ก่อนถอดถอน

เปิดกระบวนการซัก'นิคม-สมศักดิ์-ปู'ก่อนถอดถอน

15 ม.ค. 2558

เปิดกระบวนการซัก'นิคม-สมศักดิ์-ปู' ก่อนถึงปลายทางถอดถอน : ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน

               งวดขึ้นมาทุกทีสำหรับคดีถอดถอน "สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา"-"นิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา" ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมิชอบ และคดี  "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี"  ออกจากตำแหน่ง ประเด็นการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทั้ง 2 คดีเป็นไปตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
 
               หลังจากมีการแถลงเปิดสำนวนคดีต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ก็เป็นคิวของกระบวนการซักถามคู่กรณี โดย สนช.ได้มีการนัดประชุม สนช.ในวันที่ 15 มกราคม ซักถาม "นิคม-สมศักดิ์" และวันที่ 16 มกราคม เป็นการซักถาม "ยิ่งลักษณ์" ซึ่ง สนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการซักถามจาก สนช.แต่ละคดีจำนวน 9 คน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นตัวแทนของ สนช.ในการซักถามข้อสงสัยต่างๆ
 
               ส่วนคำถามนั้น สนช.ได้ยื่นญัตติซักถามต่อคณะกรรมาธิการทั้ง 3 คดี ปรากฏว่า คดีของ "นิคม" ที่ สนช.ยื่นถาม ป.ป.ช. มีจำนวน 16 คำถาม ถามนายนิคม 17 คำถาม ส่วนคดี "สมศักดิ์" ถาม ป.ป.ช. 19 คำถามและถามนายสมศักดิ์ 9 คำถาม 

               ทั้งนี้ กรรมาธิการได้จัดกลุ่มคำถามแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ข้อเท็จจริง 2.ข้อกฎหมาย และ 3.ความเห็น ซึ่งการซักถามนั้นจะเน้นเรียงลำดับเหตุการณ์ให้สมาชิกเข้าใจในประเด็นเพื่อให้สามารถตัดสินใจในการลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนได้
 
               ขณะที่คดีของ "ยิ่งลักษณ์" มี สนช.ให้ความสนใจยื่นญัตติซักถามเป็นจำนวนมากถึง 61 คำถาม โดยขณะนี้ สนช.ได้ยื่นญัตติซักถาม 13 ราย ซึ่งเป็นคำถามต่อ ป.ป.ช.จำนวน 23 คำถาม และถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ 60 คำถาม

               ทั้งนี้ จะพิจารณาแยกคำถามโดยแบ่งเป็นประเด็นให้ชัดเจนเรียงลำดับเหตุการณ์และจัดกลุ่มคำถาม ส่วนที่อยู่นอกเหนือประเด็น หรือซ้ำก็จะตัดออกไป ซึ่งคาดว่าหลังจากที่กรรมาธิการซักถามขมวดประเด็นแยกเป็นกลุ่มๆ แล้ว เชื่อว่าน่าจะเหลือไม่กี่คำถาม และกรรมาธิการซักถามจะกำหนดตัวบุคคลในการซักถาม คาดว่าน่าจะมีไม่เกิน 5 คนในแต่ละคดี และจำนวนคำถามนั้นจะอยู่ในระหว่าง 20-30 คำถาม
 
               หากมองย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนสมัยวุฒิสภา มีคดีถอดถอนนักการเมืองเข้ามาให้วุฒิสภาถอดถอนทั้งคดีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ คนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งญัตติซักถามในคดีนั้นก็ไม่ได้มีจำนวนมากมายเหมือนเช่นปัจจุบันเพราะมีไม่เกิน 20 คำถาม ทำให้กระบวนการซักถามนั้นรวดเร็ว

               แต่ครั้งนี้ถือได้ว่า มีคำถามมากเป็นเท่าตัว อาจเป็นเพราะคนที่ถูกถอดถอนล้วนเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มอำนาจเก่า และคดีเป็นที่น่าสนใจ รวมถึงตัวบุคคลที่มีสถานะเป็นถึงอดีตนายกฯ และเมื่อเจาะลึกลงไปถึง สนช.ที่ยื่นซักถามในคดีของนายนิคม นายสมศักดิ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนใหญ่เป็นขั้วตรงข้ามของทั้ง 2 คน นั่นคือ กลุ่ม 40 ส.ว.

               ขณะที่ สนช.สายทหารดูเหมือนไม่สนใจคดี "นิคม-สมศักดิ์" เท่าไร แต่ได้ปรับโฟกัสพุ่งเป้าไปยังคดีของ "ยิ่งลักษณ์" มากกว่า เพราะเป็นกรณีที่มีคนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง รวมทั้งจะมีผลต่อสถานการณ์การเมืองอีกด้วย

               โดยพบว่า ในคดีจำนำข้าว มี สนช.ที่เป็นสายทหารยื่นญัตติซักถามถึง 4 คน ขณะที่ สนช.สายอื่นๆ ที่ยื่นซักถามก็มีความหลากหลายไม่เฉพาะกลุ่ม 40 ส.ว.เท่านั้น ยังมีกลุ่ม สนช.ที่เป็นอดีตข้าราชการ ร่วมวงด้วย
  
               อย่างไรก็ตามประเด็นคำถามทั้ง 2 คดีถูกกำหนดให้เป็นความลับ หากใครแพร่งพรายออกไป ถือว่า มีความผิด ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่ต้องการให้คู่กรณีได้รับทราบถึงคำถามเพื่อนำไปหาข้อมูลมาตอบ แต่ต้องการให้เป็นการตอบแบบสดๆ ในที่ประชุม สนช. เหมือนกับการสอบหากข้อสอบรั่วไหล คนที่สอบก็รู้คำถามและเตรียมคำตอบไว้แล้ว
 
               แต่ก็เป็นที่คาดหมายกันว่าในคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์คงไม่พ้นเรื่องตัวเลขของโครงการที่ทำความเสียหายหลายแสนล้านบาท เหตุผลใดที่ไม่สั่งยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว แนวทางกลไกป้องกันการทุจริต ขณะที่คำถามคดีถอดถอนนายนิคมและนายสมศักดิ์ ส่วนใหญ่จะซักถามนายนิคมและนายสมศักดิ์ เรื่องการทำหน้าที่ระหว่างการทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุม ข้อกฎหมายที่จะเอาผิดกับทั้ง 2 คนเนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในกรณีของนายสมศักดิ์นั้นจะมีเรื่องของการปลอมแปลงเอกสารซึ่งเข้าข่ายความผิดทางอาญารวมไปด้วย ที่นายสมศักดิ์ได้มีการสับเปลี่ยนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้แทนร่างเดิม
 
               สำหรับรูปแบบการซักถามนั้น กรรมาธิการซักถามทั้งหมดจะนั่งอยู่หน้าบัลลังก์ประธาน แล้วก็เริ่มซักถามคู่กรณี โดยจะถามผู้กล่าวหา (ป.ป.ช.) หรือนายนิคม นายสมศักดิ์  น.ส.ยิ่งลักษณ์ (ผู้ถูกกล่าวหา) โดยจะไล่ซักถามไปทีละข้อ แบบถาม-ตอบ จนจบคำถาม ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากนั้นก็ไปซักถามอีกฝ่ายหนึ่งต่อจนจบกระบวนการซักถาม โดยที่สมาชิก สนช. ไม่มีสิทธิ์ที่จะลุกขึ้นอภิปรายหรือสอบถาม มีหน้าที่เพียง "นั่งฟัง” เท่านั้น จากนั้นประธานในที่ประชุมก็จะกำหนดวันแถลงปิดคดี

               ลักษณะกระบวนการซักถาม เปรียบเหมือนการพิจารณาไต่สวนในชั้นศาล โดยกรรมาธิการซักถามทำหน้าที่คล้ายเป็นอัยการ ถามผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ขณะที่สมาชิก สนช.ที่มีหน้าที่เพียง "รับฟัง" ข้อมูล ก็จะเป็นเหมือนคณะลูกขุน ที่จะนำข้อมูลทั้งหมดของทั้ง 2 ฝ่ายไปประกอบการตัดสินใจตัดสินคดี หรือตัดสินใจลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอนหลังจากวันแถลงปิดคดี

               ทั้งนี้ ตามข้อบังคับการประชุม สนช.เมื่อซักถามเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันแถลงปิดคดีต้องไม่เกิน 7 วันนับแต่วันซักถาม โดยให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ และหลังจากวันแถลงปิดคดีแล้ว ก็ต้องกำหนดวันประชุมเพื่อลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนภายใน 3 วันนับแต่วันแถลงปิดคดี ซึ่งการลงมตินั้นให้เป็นการประชุมลับ
 
               กระบวนการถอดถอดได้เดินมาเกือบถึงจุดสุดท้ายแล้ว แน่นอนว่า  ห้วงเวลาจากนี้ไป จนถึงสิ้นเดือนมกราคม กระบวนการถอดถอดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็จะจบลง และเป็นตัวตัดสินอนาคตทางการเมืองของ "นิคม-สมศักดิ์-ยิ่งลักษณ์" !!!

กมธ.ซักถามคดีถอดถอน

คณะกรรมาธิการซักถาม คดีนายนิคม-นายสมศักดิ์ 

1.นายกิตติ วะสีนนท์

2.พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์

3.นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน

4.นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล

5.นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา

6.นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์

7.นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร

8.พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์

9.นายยุทธนา ทัพเจริญ

คณะกรรมาธิการซักถาม คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์

1.นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

2.พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง

3.พล.อ.ดนัย มีชูเวท

4.พล.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต

5.นายพรศักดิ์ เจียรณัย

6.นายมหรรณพ เดชวิทักษ์

7.นายสมชาย แสวงการ

8.พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร

9.นายสุธรรม พันธุ์ศักดิ์