
เงินทองต้องรู้ : ครูคนใหม่
16 ม.ค. 2558
เงินทองต้องรู้ : ครูคนใหม่ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
เนื่องจาก ‘เงินทองต้องรู้’ ฉบับวันนี้ ตรงกับ ‘วันครู’ จึงขออนุญาตเริ่มต้นด้วยการส่งกำลังใจให้คุณครูทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคุณครูในโรงเรียน หรือคุณครูนอกโรงเรียน คุณครูที่ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนทั้งทางตรงและทางอ้อม และคุณครูที่ทำเพราะหน้าที่หรือทำแม้จะมิใช่หน้าที่ก็ตาม
หลายปีมาแล้ว จำได้ว่า ละครของค่ายบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ได้ผลิตละครเทิดพระคุณครู ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นละครที่ทำจากชีวิตจริงของคนที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง ที่ล้วนได้รับการขัดเกลาจาก “ครู”
จริงๆ มีการผลิตหลายตอน แต่ที่จำได้แม่นยำ (แต่อาจจะไม่ถูกต้องตรงเป๊ะตามบททุกประการ) คือ ตอนที่เป็นของ คุณนก นิรมล เมธีสุวกุล ที่จำได้เพราะในขณะที่หลายๆ คนมีครูเป็นแรงผลักดันให้ก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จ เปลี่ยนแปลงจากเด็กที่เรียนไม่เก่ง ไม่ตั้งใจเรียน แต่กรณีของคุณนก นิรมล นั้นแตกต่างกัน ด้วยตัวเธอเองมีเป้าหมายแน่ชัดในชีวิตว่า เธออยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร ทำให้เธอมุ่งมั่นกับทางเดินทางตามเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง
คนที่ไม่มีเป้าหมาย อาจต้องการเข็มทิศ ต้องการแรงขับเคลื่อนและแรงผลักดันจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะ “ครู” แต่สำหรับคนที่มีเป้าหมายชัดเจนแล้วอย่าง “คุณนก นิรมล” เธอก็มีแรงขับเคลื่อนและแรงผลักดันอีกรูปแบบ นั่นคือ เธอเรียนรู้จากทุกอย่างรอบๆ ตัวเอง และเปิดโอกาสให้ทุกอย่างทำหน้าที่เป็น “ครู”
แม้ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ ก็ยังน่าเชื่อได้ว่า ผู้หญิงเก่งคนนี้ยังเรียนรู้และให้โอกาส “ครู” ของเธอได้ทำงานอย่างไม่มีวันหยุดหย่อน
เป็นเรื่องจริงที่ว่า ถ้าเราไม่จำกัดหรือตีกรอบขอบเขตของคำว่า “ครู” ไว้แค่ในห้องเรียน และยอมเปิดโอกาสให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวอยู่เสมอ เราก็จะมี “ครู” เพิ่มขึ้นทุกๆ วันไป จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่มีข้อยกเว้นแม้กระทั่งการเรียนรู้และการแสวงหา “ครู” สำหรับการวางแผนทางการเงินให้แก่ตัวเอง
ผ่านปีใหม่ไปครึ่งเดือน คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะทางเฟซบุ๊ก Kwanchanok Wutthikul Fanpage หรือทางอีเมล หรือทางรายการวิทยุ ก็คือ “จะซื้อกองทุนอะไรดี” ส่วนคำตอบที่ตอบบ่อยที่สุด คือ ให้ลองคลิกไปเลือกเองที่เว็บไซต์ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน www.aimc.or.th งานนี้ต้องบอกว่า คนตอบ (หมายถึงตัวเอง) ก็สักแต่ว่า ตอบจริงๆ เพราะพอลองคลิกเข้าไปดูเองแล้ว พบว่า คนที่ต้องการเลือกกองทุนสำหรับการลงทุนจริงๆ ไม่น่าจะได้ประโยชน์มากนักจากเว็บไซต์นี้ จึงจำต้องแสวงหาจนเจอ “ครูคนใหม่”
“ครูคนใหม่” เป็นเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนหรือ บลน. รายแรกของประเทศไทย ชื่อว่า บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เว็ลธ์ เมจิก จำกัด ยอมรับว่า ทำงานข่าวมาครบ 22 ปี เพิ่งเคยเจอบริษัทที่ขึ้นต้นด้วย “บลน.” ขนาดจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวใหญ่โต แต่ทุกเรื่องในโลกนี้ห้ามปักใจเชื่อจนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ ก็เลยเดือดร้อนต้องยกโทรศัพท์ไปสอบถามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า บริษัทนี้ได้รับอนุญาตถูกต้อง ใช้อ้างอิงได้หรือไม่ คำตอบคือ “ได้” และเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
บลน.เว็ลธ์ เมจิก จัดทำข้อมูลผ่านเว็บไซต์ http://www.wealthmagik.com ลองคลิกเข้าไปดูแล้ว พบว่าเหมาะกับนักลงทุนแบบไทยๆ มาก เพราะการจัดวางข้อมูลไม่ซับซ้อน และมีข้อมูลที่นำไปใช้งานต่อได้อย่างพอเพียง ทั้งสำหรับคนที่เริ่มต้นและยังไม่รู้ว่า กองทุนรวมคืออะไร และกับคนที่มีความรู้ความเข้าใจอยู่แล้ว แต่อยากมีข้อมูลในการตัดสินใจเลือกกองทุน
ก่อนจะไปดูว่า ในเว็บไซต์นี้ มีกองทุน “แนะนำ” กองไหนบ้าง ขอแนะนำเทคนิคก่อนตัดสินใจโดยสำรวจตัวเองก่อนว่า “เรื่องใหญ่” ที่สุดของเราคืออะไร ถ้าเรื่องใหญ่ที่สุดเป็นเรื่องของผลตอบแทนจากการลงทุน ก็ให้เลือกจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1-3 ปีของกองทุนเป็นอันดับแรก เมื่อเลือกได้แล้ว ก็ให้พิจารณาถึงวิธีการซื้อขายว่า เราถนัดซื้อขายออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตหรือถนัดไปทำธุรกรรมที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ ถ้าชอบซื้อขายออนไลน์ ก็เลือกกองทุนหรือ บลจ. ที่มีความพร้อมในการให้บริการผ่านเว็บไซต์แบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ถ้าชอบซื้อขายผ่านแบงก์ ก็ให้เลือกกองทุนที่สามารถซื้อขายผ่านแบงก์ที่อยู่ใกล้เรา เอาแบบเดินทางสะดวก ที่จอดรถสบาย
ในทางกลับกัน ถ้า “เรื่องใหญ่” เป็นเรื่องของช่องทางในการซื้อขายมากกว่าสนใจเรื่องผลตอบแทน ก็เลือก บลจ.ที่ซื้อขายผ่านแบงก์ใกล้ตัว พอได้ บลจ.เป้าหมายแล้ว ก็ค่อยไปส่องว่า บลจ.นี้มีกองทุนอะไรภายใต้การบริหารที่ให้ผลตอบแทนดีๆ บ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลตอบแทนหรือช่องทาง ทั้งหมดนั้นนับเป็นเรื่องรอง เพราะเรื่องหลักเรื่องแรกคือ เราต้องเลือกนโยบายลงทุนให้ได้ก่อนว่า จะลงทุนในหุ้น หรือลงทุนในตราสารหนี้ หรือต้องการลงทุนแบบได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ไม่ต้องใช้แบบสำรวจความเห็น ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่า คนส่วนใหญ่ร้อยละ 99 มักจะเลือก “ผลตอบแทน” เป็น “เรื่องใหญ่” (แต่สารภาพตรงนี้เลยว่า ตัวเองเลือกจากช่องทางเป็นอันดับแรก เลือกแบงก์ที่ใกล้ที่สุด จากนั้นถึงไปส่องว่า ผลตอบแทนของกองทุนของ บลจ.ที่สามารถซื้อขายผ่านแบงก์นั้นได้เป็นอย่างไร) พอเลือกผลตอบแทนเป็นหลัก ก็ลองคลิกไปดูที่เว็บไซต์ของเว็ลธ์ เมจิก จะเห็นว่า 10 อันดับแรกของกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดย้อนหลัง 3 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มกราคม 2558) พบว่า กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สมอลแค็พ ของ บลจ.อเบอร์ดีน ให้ผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ยที่ 24.25% ต่อปี ตามมาด้วย กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม ของ บลจ.บัวหลวง ที่ให้ผลตอบแทน 24.02% ต่อปี
กองทุนเปิดรุ่งโรจน์หนึ่ง และ กองทุนเปิดสินภิญโญห้า ของ บลจ.เอ็มเอฟซี เหมือนกัน ให้ผลตอบแทนเท่ากันที่ 22.55% ต่อปี กองทุนเปิดธนภูมิ บลจ.เอ็มเอฟซี 22.43% ต่อปี กองทุนเปิด วรรณเอเอ็มเซ็ท 50 บลจ.วรรณ 22.24%
อีก 4 กองทุนที่เหลือ เป็นของ บลจ.เอ็มเอฟซี ทั้งหมด ได้แก่ กองทุนเปิดสินภิญโญสี่ 22.20% กองทุนเปิดสินภิญโญแปด 22.14% กองทุนเปิดสินภิญโญเจ็ด 22.07% และกองทุนเปิดนครหลวงไทย 22.03% ต่อปี
ถ้าเลือกผลตอบแทนอย่างเดียว ปัญหาก็เกิด เพราะทั้ง บลจ.อเบอร์ดีน บลจ.เอ็มเอฟซี หรือแม้แต่ บลจ.วรรณ ไม่ใช่ว่าจะสามารถซื้อขายผ่านสาขาของแบงก์ได้อย่างกว้างขวางเหมือน บลจ.อื่น (แต่อาจจะซื้อขายออนไลน์ได้สะดวกไม่แพ้กัน) ดังนั้น คำแนะนำเพิ่มเติม คือ อาจจะลดความคาดหวังเรื่องผลตอบแทนสูงสุด และเพิ่มความสะดวกสบายให้ตัวเอง ด้วยการลองเลือกกองทุนจาก บลจ.อื่นๆ ดูบ้าง
ฝากการบ้านให้ไปเช็กกับ “ครูคนใหม่” ด้วยการเข้าไปที่เว็บไซต์แล้วลองหาหัวข้อกองทุนยอดฮิต ลองพิจารณาดูว่า “ชาวบ้าน” เขาสนใจกองทุนไหนกันมากๆ เผื่อจะได้คำตอบจาก “ครูคนใหม่” ว่า “จะซื้อกองทุนไหนดี”
-------------------------
(เงินทองต้องรู้ : ครูคนใหม่ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



