ข่าว

‘วิค’ธีร์รัฐ ท่องโลกสร้างแรงบันดาลใจ

‘วิค’ธีร์รัฐ ท่องโลกสร้างแรงบันดาลใจ

15 ม.ค. 2558

ขอเวลานอก : ‘วิค’ ธีร์รัฐ ท่องโลกสร้างแรงบันดาลใจ : เรื่อง วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ /ภาพ สมศักดิ์ เนตรทอง ,ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน

 
             "ช่วงที่เราได้ลงไปดำน้ำ ค่อยๆ ดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเลมันเหมือนเราได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลย ข้างล่างมันสวยงามและเงียบสงบ ไม่มีใครมาวุ่นวาย ไม่ต้องสนใจใคร มันเป็นเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง เป็นช่วงที่ได้คิดอะไรอย่างเต็มที่จริงๆ"
 
             หนุ่มสาวที่คร่ำเคร่งและทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่ตลอดทั้งปี เมื่อถึงวันหยุดพักผ่อนก็ต้องหันไปรีแลกซ์ด้วยกิจกรรมในรูปแบบที่ตัวเองชอบกันบ้าง และการเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยเชื่อว่าจะเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองได้กลับมาเริ่มต้นลุยงานอีกครั้ง เช่นเดียวกับดีไซเนอร์หนุ่มวัย 30 ต้นๆ "วิค" ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน เจ้าของแบรนด์ 'วิคธีร์รัฐ' ที่ยอมรับว่าเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ในแต่ละปีต้องจัดเวลาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือไปกับครอบครัวและไปกับเพื่อนร่วมงาน ทั้งยังมีทริปพิเศษอื่นๆ ที่เพื่อนๆ ชักชวนกันไปนอกรอบอีกหลายครั้งในรอบ 1 ปี
 
             ในวันที่พบกันภายในออฟฟิศย่านบางจาก "วิค" ธีร์รัฐ ลูกชายคนกลางของ คุณพ่ออภิชาติ ว่องวัฒนะสิน กับ คุณแม่บุญพร้อม ชินพิลาศ เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบด้านการออกแบบเสื้อผ้าสตรี มาจาก เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์ คอลเลจ ออฟ อาร์ต แอนด์ ดีไซน์ ประเทศอังกฤษ ก็มีผลงานออกมาให้วงการแฟชั่นชื่นชมทันทีเมื่อปี 2005 โดยเริ่มต้นจากเวที แอล แฟชั่น วีก ยัง ดีไซเนอร์ แต่หลังจากนั้นเกิดปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการ ทำให้เงียบหายไปจากวงการราว 1-2 ปี แล้วกลับมาผงาดในวงการแฟชั่นอีก โดยเขารับหน้าที่ดูแลในเรื่องการออกแบบทั้งหมด แต่ในส่วนอื่นๆ จะมีหุ้นส่วนเข้ามาช่วยกันดูแล
 
             "ในแต่ละคอลเลกชั่นเราทำการบ้านกันตลอด จนตอนนี้แบรนด์เราเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างแต่มันเป็นสไตล์ที่ใส่ออกงาน ไม่สามารถใส่ไปเที่ยวหรือไปเดินเที่ยวลุยๆ ได้ ล่าสุดเราเลยทำแบรนด์ออกมาใหม่โดยใช้ชื่อ วิค'ส เป็นเสื้อผ้าลำลองผ้ายืดที่สามารถใส่ได้ทุกวันหรือทำกิจกรรมวันหยุดได้ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมากเพราะราคาก็ถูกกว่าแบรนด์ 'วิคธีร์รัฐ' เกือบครึ่งทีเดียว" เจ้าของแบรนด์ไทยชื่อดังเผย
 
             เมื่อเวลางานทุ่มเททำกันอย่างเต็มที่ เวลาพักผ่อนก็ต้องเต็มที่เช่นเดียว โดยทุกๆ ปีหนุ่มวิคจะเลือกพักผ่อนด้วยการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละครั้ง "แป้ง" อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ เพื่อนสนิทและเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนจะเป็นคนจัดการวางแผนการท่องเที่ยวให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ที่แปลกๆ ที่ยังไม่เคยไปมาก่อน เพื่อให้มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เจอกับบรรยากาศใหม่ๆ
 
             "ทุกครั้งเราจะไปกัน 5 คน นอกจากผมก็จะมีแป้ง พี่ชาย น้องสาว (วีร์กฤต-กุลกมล ว่องวัฒนะสิน) และเพื่อนผมอีกคนชื่อ ภัคณัฏฐ์ พรรังสรรค์ เรื่องเวลาเราไม่มีปัญหาเพราะเป็นธุรกิจของเราเอง แต่ก็พยายามไม่ให้นานเกินไป อย่างปีก่อนพวกเราตกลงเดินทางไปประเทศแทนซาเนียกันเป็นการเที่ยวแบบเอ็กซ์โซติก ครั้งนั้นประทับใจมากๆ กับที่พักซึ่งตกแต่งเป็นแคมป์โบราณกลางป่าเหมือนย้อนไปราวปี 1920 แต่ด้านในสวยและสะดวกสบายมากๆ ส่วนตอนที่ออกไปท่องป่าซาฟารีกันที่นั่นสัตว์ป่าเยอะมาก เดินไปมาใกล้ๆ รถเรา เห็นสิงห์โตตัวใหญ่กำลังกัดกินม้าลายพอดี เห็นชัดมากได้กลิ่นคาวเลือดด้วย" นักเดินทางตัวยงเล่าอย่างออกรส
 
             มีโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่ในหลายรูปแบบ เมื่อไม่นานนี้หนุ่มวิคยังไปเข้าคอร์สเรียนดำน้ำ ด้วยเขาหันไปสนใจความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเลที่แสนเงียบสงบ ซึ่งจากเรียนจบก็ได้ทดลองวิชาในหลายสถานที่ไม่ว่าจะเป็น ทะเลอันดามันแถวเกาะสิมิลัน สิปาดันประเทศมาเลเซีย และล่าสุดประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งที่นี่เองเขาได้เจอกับปลาหายากอย่าง โมลา โมลา หรือปลาแสงอาทิตย์ ที่บรรดานักดำน้ำใฝ่ฝัน
 
             "ในเวลาทำงานจะมีผู้คนจะติดต่อเข้ามาเยอะมาก ถามเรื่องนั้นถามนี้ตลอดเวลา อย่างไปเที่ยวต่างประเทศก็ต้องเปิดมือถือตลอด เพราะมันจะมีอะไรเข้ามาให้ต้องตัดสินใจต้องแก้ปัญหากันแบบวันต่อวัน แต่ช่วงที่เราได้ลงไปดำน้ำ ค่อยๆ ดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเลมันเหมือนเราได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลย ข้างล่างมันสวยงามและเงียบสงบ ไม่มีใครมาวุ่นวาย ไม่ต้องสนใจใคร มันเป็นเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง เป็นช่วงที่ได้คิดอะไรอย่างเต็มที่จริงๆ" หนุ่มผู้หลงใหลท้องทะเลเผย ทั้งยังบอกเพิ่มเติมอีกว่า ไปครั้งนี้ได้อะไรกลับมาหลายทีเดียว อย่างนอกจากประทับใจโลกใต้น้ำแล้ว ชายหาดขาวๆ ของมัลดีฟส์ รวมถึงองค์ประกอบโดยรอบอย่างเก้าอี้ชายหาดหรือผ้าเช็ดตัว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เขานำมาออกแบบชุดสวยๆ ในคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2014 ที่ผ่านมาด้วย
 
             อีกประเทศที่ดีไซเนอร์หนุ่มยอมรับว่าประทับใจไม่แพ้กันคือตุรกี เพราะเป็นเมืองที่สวยมากๆ และวางแผนอยากไปเที่ยวมานานแล้ว แต่ยังไม่ลงตัวในเรื่องของเวลา พอทุกคนจัดเวลาได้ก็พร้อมเดินทางทันที และเมื่อมีโอกาสไปสัมผัสจริงๆ ก็ไม่ผิดหวัง เพราะสถานที่ต่างๆ ที่ไปน่าประทับใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเมืองหินโบราณ บอลลูนที่แคปพาโดเชีย ปามุกกาเลซึ่งเป็นเนินเขาสีขาวของหินปูน เกิดจากน้ำพุร้อนที่แคลเซียมคาร์บอเนตมาตกตะกอน แต่ด้วยความที่นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันมาก เจ้าหน้าที่จึงไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านใน
 
             "ที่ถูกใจอีกอย่างคือทริปนี้แป้งจัดให้พวกเรานอนบนเรือสำราญ และด้วยความที่อากาศที่นั่นร้อนมากๆ ประมาณ 45 องศาทุกคนเลยลงความเห็นว่าจะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ทางเรือเขาเปิดเครื่องปรับอากาศให้ ซึ่งทางนั้นก็ตกลงแต่พอเอาเข้าจริงเปิดให้แค่วันละ 1 ชั่วโมง (หัวเราะ) ทุกคนจึงต้องออกมานอนกันที่กาบเรือ และตอนที่นอนเล่นนั้นเองก็มองไปรอบๆ เรือเห็นเชือกที่ผูกโยงกับเสาเรือ ก็เลยปิ๊งไอเดียจนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2015 ที่จะได้เห็นกันเร็วๆ นี้ด้วย ซึ่งมันเป็นผลพลอยได้ของการเดินทางท่องเที่ยว ที่จริงๆ เราตั้งใจแค่ไปพักผ่อนเปิดหูเปิดตา เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ แต่ทุกครั้งที่ไปก็จะมีผลพลอยได้กลับมาด้วยเสมอ" ดีไซเนอร์มากความสามารถกล่าวทิ้งท้าย