ข่าว

กมธ.ยกร่างฯลุยถกรายมาตราต่อวันที่3

กมธ.ยกร่างฯลุยถกรายมาตราต่อวันที่3

14 ม.ค. 2558

กมธ.ยกร่างฯ ลุยพิจารณารัฐธรรมนูญรายมาตราต่อวันที่ 3

 
           14 ม.ค.58 เมื่อเวลา 10.20 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการพิจารณาร่างรายมาตราตามการเสนอของคณะอนุ กมธ. ยกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตราแห่งรัฐธรรมนูญ ที่มีนางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เลขานุการ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานอนุ กมธ.ฯ ซึ่งได้ยกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตราเบื้องต้น เป็นวันที่สาม โดยได้พิจารณาในหมวด 2 ประชาชน ส่วนที่2 สิทธิ เสรีภาพของบุคคล ในส่วนของสิทธิมนุษยชนต่อเนื่องในมาตรา (1/2/2)10 โดย อนุ กมธ. ยกร่างบทบัญญัติฯ เสนอถ้อยคำว่า สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนความเป็นอยู่ส่วนตัว ย่อมได้รบความคุ้มครอง ทั้งนี้เป็นการยกบทบัญญัติในมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณา แต่เพิ่มข้อความว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” เข้าไป อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้มีการหารืออย่างกว้างขวาง และเพิ่มเติมในในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้อื่นจะนำไปแสวงหาประโยชน์ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศและโทรคมนาคม
 
           นอกจากนี้้ยังมีการเพิ่มเติมคำว่า "สิทธิที่บุคคลต่อการสมรส" ซึ่งในที่ประชุมเห็นว่าการรับรองสิทธิของพลเมือง นอกจากเรื่องสิทธิโดยทั่วไปสิทธิการสมรสย่อมต้องได้รับการคุ้มครอง เพราะการสมรสต้องเป็นการยินยอมของบถุคคล จึงจะเป็นสมรสได้ เมื่อเรากำหนดให้การสมรสเป็นสิทธิเพื่อให้เกิดการรับรองและปฏิบัติอย่างแท้จริง
 
           จึงทำให้มาตราดังกล่าว มีการแก้ไขจากถ้อยคำที่อนุ กมธ.ฯ เสนอ เป็นบทบัญญัติว่า “มาตรา (1/2/2) 10 วรรคแรก ระบุว่า “สิทธิของบุคคลในการสมรส ในครอบครัว ย่อมได้รับความคุ้มครอง” วรรคสอง ระบุว่า “สิทธิในเกียรติยศ ชื่อเสียง ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง การจำกัดสิทธิดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ หรือในกรณีที่เป็นบุคคลสาธารณ” และวรรคสาม ระบุว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนตามที่กฎหมายบัญญัติ และย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลโดยผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เฉพาะเพียงเท่าที่กฎหมายบัญญัติ”
 
           จากนั้นเป็นการพิจารณารายละเอียดในรายมาตรา (1/2/2) 11 ว่าด้วยเสรีภาพของบุคคลในที่อยู่อาศัย ซึ่งนำความของบทบัญญัติ มาตรา 33 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เดิมมาพิจารณา, มาตรา (1/2/2) 12 ว่าด้วยเสรีภาพในการสื่อสารของบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนำความในบทบัญญัติ มาตรา 36 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เดิมมาพิจารณา โดยที่ประชุม มีมติเห็นชอบและผ่านการพิจารณาโดยไม่มีการแก้ไขถ้อยคำใด
 
           ส่วนมาตรา (1/2/2) 13 ว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนา ซึ่งนำความในบทบัญญัติ มาตรา 37 วรรคแรกของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เดิมมาพิจารณา ทั้งนี้ กมธ.ฯ ขอให้เพิ่มเติมบทบัญญัติ โดยให้คืนวรรคสอง ของมาตรา 37 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ในร่างมาตรา (1/2/2) 13 เพื่อให้เสรีภาพของการนับถือศาสนาของบุคคลนั้นได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง ในท้ายสุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แก้ไข โดยยึดตามบทบัญญัติของมาตรา 37 ในรัฐธรรมนูญ 2550 เดิม