ข่าว

"ชิงชัย  มงคลธรรม"ติงนักการเมืองหากินกับรัฐวิสาหกิจ

"ชิงชัย มงคลธรรม"ติงนักการเมืองหากินกับรัฐวิสาหกิจ

09 ก.ค. 2552

เมื่อวันที่  9  กรกฎาคม   ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์   เครือข่ายคนไทยรักชาติ  นำโดยนายวิโรจน์  พูลสุข  ประธานเครือข่ายฯ  จัดเสวนาการเมืองภาคประชาชนในหัวข้อ  “รัฐวิสาหกิจแหล่งธุรกิจการเมือง”  โดยมีนายชิงชัย  มงคลธรรม  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ในฐานะรักษาการประธานบริหารขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ   นายวิทยา  ศรีจันทร์  เลขาธิการเครือข่ายคนไทยรักชาติ  น.ต.ถนิต  พรหมสถิต  ประธานบริหารสมัชชาเกษตรกรแห่งชาติ นายสุรศักดิ์  อินทรประสิทธิ์  ตัวแทนสหภาพรัฐวิสาหกิจ   ร่วมเสวนา 

นายชิงชัย กล่าวว่า  รัฐวิสาหกิจถือเป็นสมบัติของชาติ ที่มีไว้เพื่อต่อสู้กับธุรกิจภาคเอกชน  โดยมีรัฐบาลเป็นเจ้าของแทนประชาชน   ซึ่งไม่ให้ใครเข้ามายึดครอง  แต่วันนี้นักการเมืองหลายคนจ้องที่จะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ เนื่องจากเล็งเห็นประโยชน์มหาศาลที่มีอยู่ในรัฐวิสาหกิจต่างๆ  อาทิ  น้ำมัน  ไฟฟ้า  ทำให้มีการลงขันกันตั้งพรรคการเมืองก่อนส่งคนของตนเองเข้าไปปล้นรัฐวิสาหกิจแล้วหลายประเภท 

ด้านนายวิทยา  ศรีจันทร์   อดีต ส.ส.พะเยา  พรรคประชาธิปัตย์  ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายฯ   เห็นว่า  การคอร์รัปชั่นของนักการเมืองทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติขาดความเชื่อมั่น และส่งผลกระทบต่อการจัดสรรทรัพยากรที่ผิดรูปแบบ  เช่น  การฮั๊วการประมูล  การล็อคสเปคการสรรหาบุคลากรเข้าไปบริหารในองค์กรต่างๆ   โดยมีการส่งคนของตัวเองเข้าไปทำหน้าที่  มีการใช้เงินซื้อตำแหน่ง   ทำให้เกิดการกอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวก  เป็นเหตุให้ผลประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับต้องลดลง  วันที่ 10 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.30 น. ตนจะไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบเพื่อให้ตรวจสอบการคัดสรรกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน)

พล.ต. ณ  พล คชแก้ว  ประธานชมรมไทยมั่นคง  อดีตคณะกรรมการบริหาร บ.ทีโอที จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นสมบัติของแผนดิน ซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่าเป็นล้านล้านบาท อาทิ บ.ทีโอที จำกัด (มหาชน) บ.กสท.โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) บ.ไปรษณีย์ จำกัด(มหาชน) แล้วมีการแสวงหาผลประโยชน์จากการสัมปทาน โดยส่งคนของตัวเองเข้าไปเป็นผู้บริหาร เป็นกรรมการบอร์ด โดยในส่วนของสัมปทานคลื่นวิทยุโทรทัศน์ เคยมีการกำหนดให้นำรายได้มาจัดตั้งเป็นกองทุนวิทยุชุมนุม เพื่อให้วิทยุชุมนุมดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ไม่มีการดำเนินการ ประชาชนจึงไม่ได้รับผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้