ข่าว

‘บิ๊กตู่’ยันพร้อมแก้ปัญหาทั้ง‘คน-ช้าง’เขาใหญ่

‘บิ๊กตู่’ยันพร้อมแก้ปัญหาทั้ง‘คน-ช้าง’เขาใหญ่

13 ม.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’ยันพร้อมแก้ปัญหาทั้ง‘คน-ช้าง’เขาใหญ่ ไม่คิดยุบธ.อิสลาม-ดันพ.ร.บ.ฮาลาล-สั่งแก้หนาว-แล้ง

                เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการสั่งการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมดูแลเรื่องช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ว่า สั่งมาตลอด ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมได้ชี้แจงว่า ช้างมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งตนได้แนะนำให้ไปดูจุดที่ช้างเดินข้ามถนน ว่าเป็นจุดไหนบ้างแล้วให้คนไปเฝ้าได้หรือไม่ ทั้งนี้ก่อนที่ประชาชนจะขับรถขึ้นไปทางอุทยานฯ ได้มีการแจกเอกสารที่เป็นข้อปฏิบัติและคำแนะนำระหว่างการเดินทางว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อเจอช้างแต่ก็ไม่อ่านกัน หรืออ่านแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม เขาห้ามบีบแตรก็กลับไปบีบแตรเรียกช้าง แล้วจะให้ทำอย่างไร ตอนนี้กำลังหาทางอยู่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงระหว่างเส้นทางช้างกับคน และถ้าถามคนที่อยู่รอบนอกส่วนใหญ่ก็เห็นใจช้าง ขณะที่คนก็บอกต้องดูแลคนด้วยเพราะอาจจะได้รับอันตราย แล้วรัฐบาลที่อยู่ตรงกลางจะทำอย่างไรเพราะต้องดูแลทั้งช้างและคน ขณะนี้ถือว่าหลายมูลนิธิดูแลช้างและสัตว์ต่างๆ ดีขึ้นทำให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ก็มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ขึ้นมาอีกเพราะมีพื้นที่น้อย ซึ่งรัฐบาลนี้ยินดีรับฟังทุกฝ่ายแต่ก็อยากให้ดูด้วยว่าตรงไหนมีผลดีผลเสียมากกว่ากัน


ไม่มีแนวคิดยุบธนาคารอิสลาม


               พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารจัดการหนี้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ว่า ต้องหาทางทำอย่างไรให้หนี้เสียเป็นหนี้ดี ซึ่งมีขั้นตอนการบริหารหนี้อยู่แล้ว ต้องตัดหนี้เสียออกไปแล้วหากองทุนมาหมุนเพิ่ม ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ต้องทำรายรับรายจ่ายและตั้งกรรมการเอาคนมาบริหารใหม่ภายใต้การดูแลคณะกรรมาการซุปเปอร์บอร์ด ซึ่งมีคณะกรรมการขับเคลื่อน 11 คณะที่ตั้งมาก่อนหน้านี้ เพื่อทำงานเป็นมหภาค และเจาะลงไปข้างล่าง

               ผู้สื่อข่าวถามว่าความหมายคือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจะไม่ถูกยุบใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีแนวคิดที่จะยุบ เพียงแต่ต้องแก้ไขปัญหาให้ได้ และตนคิดถึงพี่น้องชาวอิสลาม ทำอย่างไรจะให้เกิดผลประโยชน์โดยตรงให้ได้ ไม่ใช่นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น วันนี้สหกรณ์ทั้งหมดมีปัญหาถูกสอบและดำเนินคดีอยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นการให้กู้โดยไม่มีคนค้ำประกัน หรือกู้เกินจำนวน ซึ่งเรื่องคดีความต้องไปว่ากัน อย่ามาไล่ตนให้ไปนั่งจับทุกคนมันไม่ไหว วันนี้ต้องไปไล่ทุกเรื่อง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดขึ้นในรัฐบาลตนเอง

ดันพ.ร.บ.ฮาลาล

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทยกับการออกพระราชบัญญัติ ฮาลาล ซึ่งเป็นกฎหมายที่ควบคุมการผลิตอาหารฮาลาลเหมือนในต่างประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า ตนยังไม่เห็นพ.ร.บ.ฮาลาล ยังไม่มีผ่านตามา แต่ยืนยันรัฐบาลจะผลักดันพ.ร.บ.ฮาลาล วันนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พ.ร.บ.ฮาลาล อยู่ที่ผู้ประกอบการยังสร้างไม่ได้ ที่ผ่านมาเปิดอาหารและสินค้าฮาลาลที่ จ.ปัตตานี ยังไปไหนไม่ได้คนลงทุนไม่ขยายการลงทุน และวันนี้จะเปิดไปในทางเหนืออีก ตรงไหนที่ทำได้จะทำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการและตลาด ซึ่งมีคู่แข่งขันเยอะพอสมควร แต่เราต้องผลักดันให้ได้ขอให้ใจเย็นๆ


สั่งการทุกกระทรวงแก้ภัยหนาว ภัยแล้ง


               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยหนาวว่า ขณะนี้มีผู้เดือดร้อนมากมาย ซึ่งตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปดูแลแล้ว ส่วนงบประมาณแก้ไขปัญหาภัยแล้งก็ได้จัดสรรไปแล้ว รวมทั้งงบประมาณที่จัดสรรให้ทุกจังหวัดในการซื้อผ้าห่ม อาหารเพื่อดูแลผู้ประสบภัย ซึ่งในบางพื้นที่ก็หนาวทุกปีอยู่แล้ว แต่ก็อยู่ได้เหมือนประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งต้องมีการช่วยเหลืออยู่แล้ว


เผยส่งตัวแทนหารือสนช.-สปช.15 ม.ค.

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงการมอบหมายให้ตัวแทนรัฐบาลคือนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปพูดคุยกับทาง สปช.และ สนช.ในวันที่ 15 ม.ค. ว่า ก็เป็นการไปสอบถามว่ามีการดำเนินการไปถึงไหนอย่างไร และเมื่อมีการรายงานเข้ามาตนก็จะรับฟังทั้งเหตุและผลว่าสิ่งที่มีการรายงานเข้ามาเป็นอย่างไร เป็นเรื่องการทบทวน และรายงานความคืบหน้า ซึ่งอาจมีบางอย่างที่ต้องสอบถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นก็ถือเป็นการรับฟัง แต่ทั้งหมดยังไม่ได้ข้อยุติ จะมีการสรุปข้อยุติในช่วงปลายปี ก็ต้องรอฟังและพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการตามหรือไม่ ถ้าไม่ หรือมีการทะเลาะกันมากก็ตั้งขึ้นมาใหม่

               ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่บังเอิญวันที่ 15 ม.ค.ที่ตัวแทนรัฐบาลจะไปพบกับทาง สนช.และ สปช.นั้นใกล้กับวันพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐทนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วจะมาโยงกันทำไม ทุกคนมีแผนงานของตัวเองอยู่แล้วขอร้องว่าอย่าเอาไปโยงกัน

               "อย่างวันนี้เดี๋ยวก็มีการนำไปเชื่อมโยงอีกว่าระหว่างที่ สนช.กำลังพิจารณาเรื่องการถอดถอน กระทรวงพาณิชย์ก็ไปแจ้งความเรื่องการรับจำนำข้าว เป็นการไล่ล่า ซึ่งตามข้อเท็จจริงมีการเตรียมการมานานแล้ว ซึ่งมีการมาถามผมเช่นกัน ซึ่งก็ได้ให้คำแนะนำไปแล้วว่าให้ทำตามตารางโรดแม็ปที่วางไว้ หากบังเอิญมาเจอกันก็ไม่เป็นไร ขอร้องว่านำมาพันกันจนเกิดความขัดแย้ง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

               เมื่อถามว่าแต่วันนี้มีความคิดเห็นที่แตกต่างภายใน สนช.เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่สิ้นสุดแล้ว กับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (กฎหมายลูก) จะถือว่าสิ้นสุดด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ ว่า “ก่อนหน้านี้ก็กล่าวหาว่าผมตั้ง สนช.มาสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง แล้วมาบอกว่ามีความเห็นต่าง แล้วจะให้ทำอย่างไร มาบอกให้ผมตัดสินในฐานะที่เป็นหัวหน้า คสช.ไม่ได้ วันนี้ต้องฟังฝ่ายกฎหมายว่าจะมีความเห็นอย่างไรก่อน แล้วพวกสื่อในฐานะประชาชนมีความคิดว่าอย่างไร”

               เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสรุปว่าเรื่องการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ และนายนิคม ไวรัชพานิช ยังสามารถทำได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “วันนี้ก็ยังพิจารณาอยู่ไม่ใช่หรือ ยังไม่มีการลงมติรอให้มีการลงมติมาก่อน สนช.ก็จะบอกมาเองว่าทำได้หรือทำไม่ได้แล้วค่อยไปว่ากัน ถ้ารัฐธรรมนูญไม่อยู่จะใช้อะไรเป็นเครื่องมือถอดถอน ก็ต้องมาดูว่าพฤติ กรรมเป็นอย่างไร เพราะบางครั้งพฤติกรรมกับกฎหมายก็ขัดแย้งกันอยู่ ทุกคนก็เห็นว่าบางเรื่องผิดแต่กฎหมายก็ปล่อยคนไปจำนวนมากเพราะมีทั้งทนาย มีการต่อสู้คดี ซึ่งคดีนี้ก็เหมือนกับคดีอื่นๆ ก็ต้องดูว่าเป็นอย่างไร บางคนไม่ผิดก็ถูกให้ติดคุก ถ้าเรามองทุกอย่างเป็นธรรมชาติก็ไม่มีความขัดแย้ง แต่ถ้ามองเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมันไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนอื่นด้วย ผิดคือผิด กฎหมายพิจารณาว่าผิดก็ต้องถูกลงโทษ  แต่ถ้ากฎหมายบอกว่าไม่ผิด ไม่มีการลงโทษแต่จิตสำนึกก็ต้องรู้ว่าผิดหรือถูก”

               ผู้สื่อข่าวถามว่าทาง คสช.มองว่ากรณีดังกล่าวผิดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอบแล้วว่าให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาถ้ากฎหมายใช้ไม่ได้แล้วควรเอาอะไรมาใช้อย่างมีเหตุและผล วันนี้ก็ต้องถามประชาชนด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหายในขณะนี้คือความขัดแย้ง ถ้าไม่มีความขัดแย้งทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น ทุกอย่างต้องการความมีเสถียรภาพ

               “ประชาธิปไตยผมบอกเสมอว่าให้รอนิดหนึ่งก็จะออกมาตามโรดแม็ป วันนี้เราต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ทั้งภาคเศรษฐกิจภายในประเทศ การส่งออก การสร้างนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ใหม่ๆ แต่ที่ผ่านมาพูดแล้วไม่ทำ วันนี้รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สิ่งไหนทำได้ก็ทำ ขอร้องอย่ามากล่าวหาว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะตนเข้ามาบริหารงานมันไม่ใช่ มันเป็นระเบิดเวลามานานแล้ว หรือที่เรียกว่ากับดักประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยคือการเลือกตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหาร ตัดสินใจ มาทำให้เกิดประโยชน์ ก็ต้องถามกลับว่าทำได้แค่ไหน ถ้าทำได้ดีผมคงไม่ต้องเขามาจนเหนื่อยขนาดนี้ ไม่ต้องมาแก้ปัญหาทุกวัน ดังนั้นจึงต้องวางอนาคตให้ดี อย่ารังเกียจผม เพราะเข้ามาทำหน้าที่ก็รับทุกเรื่องส่วนจะดีหรือไม่นั้นไม่ทราบแต่ก็ได้ทำ เพราะที่ผ่านมาทำบ้างไม่ได้ทำบ้าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

               เมื่อถามว่าคิดว่าวันนี้จะนำพาประเทศก้าวข้ามกับดักประชาธิปไตยไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดอยู่และคิดว่าต้องทำได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องอยู่ที่พวกท่าน ตนไม่สามารถทำได้หากประชาชนและทุกฝ่ายไม่ให้ความรวมมือ “ไม่มีใครทำได้ ผมคิดหรือสั่งให้ตาย ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย ไม่ให้ความร่วมมือกับผมสักเรื่อง มีแต่คำถามเลือกตั้ง แล้วผมจะทำได้อย่างไร อีกฝ่ายก็มาพูดให้ระวังการทุจริตอยู่นั้นแล้วทำไมตอนอยู่ไม่ทำกัน ส่วนเป็นใครไม่รู้ แต่คนไม่ดีผมไม่เคารพอยู่แล้ว คนดีมีอีกเยอะแยะ แต่คนไม่ดีก็มีอยู่ ถ้าก่อนหน้านี้เขาไม่ทำแต่พอผมเข้ามาแล้วมาทำแต่กลับถูกโจมตีว่าทำทำไม อย่างนั้นผมไม่ทำไม่ดีกว่าหรือนั่งเสวยสุขไปเรื่อยๆ มีการเลือกตั้งผมก็กลับไปนอนสบายที่บ้าน ไม่ต้องเหนื่อยไม่ต้องโดนด่าด้วย วันนี้จะผิดหรือถูกผมไม่รู้ แต่ประเด็นคืออะไรคือตัวปัญหา หรือก่อให้เกิดปัญหาสิ่งนั้นต้องสอบสวน รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกาล เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและสานต่องานเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลต่อไป ซึ่งยังมีเรื่องอีกมาก”



เผย25ภาคธุรกิจเข้าใจรัฐบาล

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการหารือร่วมกับ 25 หน่วยงานภาคธุรกิจ เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมาว่า เป็นการรับฟังความคิดเห็นว่าขณะนี้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีปัญหาด้านใดบ้าง และได้อธิบายให้ภาคธุรกิจเข้าใจว่ารัฐบาลได้ดำเนินการด้านได้ไปแล้วบ้าง เพื่อให้เข้าใจว่าการทำงานของรัฐบาลมีทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อเตรียมส่งต่อการปฏิรูปในอนาคต อย่างไรก็ตามวันนี้หลายๆเรื่องที่รัฐบาลได้ทำมีทั้งการสั่งการได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบต่างๆ ซึ่งสามารถสั่งการโดยอำนาจของ คสช.ได้เลย แต่บางเรื่องเป็นการแก้ไขปัญหาเดิม ซึ่งเกิดจากกฎหมายที่ไม่มีความทันสมัย โดยเราต้องออกกฎหมายแล้วจึงดำเนินการ อย่างไรก็ดีขณะนี้เราเป็นรัฐบาลแล้ว จึงไม่สามารถใช้อำนาจของ คสช.ในการดำเนินการได้ในบางเรื่อง ส่วนกฎหมายบางอย่างที่ยังออกไม่ได้ก็ต้องรอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณา ซึ่งภาคธุรกิจเกิดความเข้าใจเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามจะมีการหารือในลักษณะดังกล่าวเรื่อยๆ

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งการค้าปลีก-ส่ง การลงทุน การค้าในประเทศ ต่างประเทศและอื่นๆ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่ทางภาคธุรกิจยังไม่รับทราบ จึงได้ประสานไปยังฝ่ายโฆษกฯเพื่อประชุมในการสร้างความรับรู้ ให้ทุกคนได้รับทราบว่าในแต่ละภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจในและต่างประเทศได้มีความเกี่ยวพันธุ์ไปยังประชาคมโลก ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การส่งออก การหาตลาดเพิ่ม เรียนว่าวันนี้เศรษฐกิจในประเทศมีปัญหาแน่นอน เพราะในระดับล่างที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้จัดระเบียบทั้งเรื่องรถ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตู้ หรือธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ซึ่งพอมีการจัดระเบียบทำให้เงินเหล่านี้หายไปมากพอสมควรทำให้คนทำงานเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ซึ่งอาจไม่ได้ผิดกฎหมายมาก เช่น ขายของผิดที่ เมื่อมีการจัดระเบียบจึงทำให้เงินตรงนี้หายไป อีกทั้งมีการประเมินว่า ธุรกิจผิดกฎหมาย อาทิ บ่อนการพนันขณะนี้ลดลงทำให้คนมีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลต้องหารายได้เข้ามาทดแทน ซึ่งกำลังหาทางแก้ไขปัญหาอยู่

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการค้าการลงทุนภาคธุรกิจได้ขอให้รัฐบาลเร่งในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งก็ได้สั่งให้คณะกรรมการบริหารงานจังหวัด (กบจ.) ไล่ติดตามดูว่าแผนงานต่างๆในระดับจังหวัดมีความคืบหน้าอย่างไร เพื่อให้ฝ่ายธุรกิจเข้ามาเกี่ยวเชื่อมโยงในโครงการต่างๆ อย่างเช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ โครงการสาธารณูประโภคจะต้องเร่งดำเนินการให้ได้เพราะจำเป็นต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยงบประมาณของรัฐ ส่วนกฎหมายที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจเราก็ได้รับข้อเสนอมาว่าจะมีการปรับปรุงโดยให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา ซึ่งบางอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้เลยโดยใช้กฎกระทรวง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาการจัดตั้งหน่วยงานเกี่ยวกับอีไอเอในพื้นที่ต่างๆเพื่อให้เกิดความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษมีปัญหาหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะกฎหมายผังเมืองในการทำเขตอุตสาหกรรม โดยตนได้พูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าจะหาทางออกอย่างไร ทั้งนี้เศรษฐกิจพิเศษจะมีเรื่องอุตสาหกรรมอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีหลายอย่างเข้าด้วยกัน ซึ่ง ครม.ได้เสนอให้เป็นศูนย์แลกเปลี่ยนสินค้าโดยอาจมีโกดังสินค้าเพื่อส่งต่อไปขายยังต่างประเทศและต้องมีความเชื่อมโยงในเส้นทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ถนน ทางรถไฟ

               “ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งหมด ซึ่งประเทศมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งความขัดแย้งและเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องที่สามารถดำเนินการได้เลยก็จะทำทันที ส่วนเรื่องข้อกฎหมายก็ต้องใช้เวลา โดยต้องทำให้ได้ในเวลา 1 ปี ปัญหาเหล่านี้ที่ผ่านมาไม่ได้รับการแก้ไขเลย รัฐบาลต้องฟังเสียงจากทุกภาคส่วน เมื่อวานนี้เป็นความก้าวหน้าที่เราสร้างความรับรู้ให้กับเขา ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความลื่นไหลในการทำงานด้านเศรษฐกิจ วันนี้อย่างเอาสิ่งที่ก่อนเราจะเข้ามา มาพูดให้พันกัน ก่อนหน้านี้เราเข้ามามันมีปัญหาทุกอย่างทั้งกฎหมาย ระเบียบ วิธีดำเนินการ การขับเคลื่อน การบูรณาการ การประสานงาน วันนี้เราเอาปัญหามาเรียบเรียงใหม่ แล้วมาแก้ไข เราเป็นรัฐบาลเฉพาะการจริงๆ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


ผนึก”ประวิตร”ยันไม่มีซื้อขายตำแหน่งขรก. 


               พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงและสั่งการในที่ประชุมครม.ถึงข่าวหนาหูเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่สื่อนำเสนอในทำนองทำให้ทำให้สังคมไม่เชื่อมั่นในภาครัฐโดยเฉพาะการแต่งตั้งที่ระบุว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หลัก 8แสนบาทถึง30ล้านบาท และระบุว่าต้องวิ่งเต้นที่ใครถึงจะได้ตามลำดับทั้งที่พลเอกประวิตรและพลเอกประยุทธ์ ซึ่งทั้งสองท่านได้ชี้แจงว่าไม่มีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน กระบวนการที่มีอยู่แล้ว อย่างตำรวจมีคณะกรรมการกตร. มีการแบ่งมอบงานว่าระดับไหนใครมีอำนาจในการแต่งตั้ง และเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาแต่ละส่วนจะเสนอมา กตร.เพียงจะติงและให้ข้อเสนอแนะตามหลักกฎหมายว่าได้หรือไม่ แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนการแต่งตั้งของผู้บังคับบัญชาแต่ละส่วน จึงยืนยันว่าไม่มีเรื่องเหล่านี้ ขอให้ทุกส่วนช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาต้องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องการยุติความขัดแย้ง เรื่องอะไรที่จะไปแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการ ตำรวจ ทหาร เพื่อเอาเป็นพวกเป็นกลุ่มตามที่มีข่าวนั้นไม่เป็นเรื่องจริง และถ้าใครจะร้องเรียนแบบทางลับที่พลเอกประวิตรและนายกฯขอให้มีหลักฐานให้หาตัวมาด้วยว่าวิ่งเต้นกับใครอย่าพูดลอยๆ เพราะจะทำให้สังคมเกิดความสับสน