ข่าว

บทสนทนา 'คสช.-ธุรกิจ' เรื่องที่ต้องติดตามการบ้าน

บทสนทนา 'คสช.-ธุรกิจ' เรื่องที่ต้องติดตามการบ้าน

15 ม.ค. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : บทสนทนา 'คสช.-ธุรกิจ' เรื่องที่ต้องติดตามการบ้าน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                               เมื่อนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำทีมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ใช้เวลาบ่ายถึงหัวค่ำเกือบ 4 ชั่วโมงเต็มๆ ในการพูดคุย หารือ กับตัวแทนภาคเอกชนระดับประเทศ ทำให้ใครต่อใครที่กำลังกังวลกับ "เศรษฐกิจในเวลานี้และอนาคต" ต้องติดตาม 
 
                               ขณะที่ HSBC ประเทศไทยได้เปิดเผยรายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2558 มีมุมมองว่า เศรษฐกิจไทยมีข่าวดีคือไม่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยทั้งในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปี 2557 เติบโต 1.1% ต่อไตรมาสแต่ข่าวร้ายที่มากับข่าวดีคือ อัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังต่ำมาก แม้ว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2557 การบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างจำกัดอันเป็นผลจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง และรายได้เกษตรกรที่ต่ำ ขณะที่การส่งออกยังไม่สดใสในช่วงที่ผ่านมา  
 
                               ข่าวกึ่งดีกึ่งร้ายคือแม้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเริ่มต้นปี 2558 จากระดับต่ำ แต่เศรษฐกิจน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น เป็นลำดับ โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการลงทุนภายในประเทศ และการท่องเที่ยว การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและการจ้างงานให้เพิ่มขึ้น เรื่องนี้จะช่วยให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคเอกชนปรับตัว ดีขึ้น และส่งเสริมให้มีการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 
 
                               เก็บตกจากการหารือข้อเสนอของภาคธุรกิจส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว ที่ต้องการให้ปรับเพิ่มคือ การใช้จ่ายภาครัฐ แม้เงินจะลงไปทั้งหมดแล้วแต่อาจติดค้างหรือค้างท่อ ในระดับจังหวัด หรือหน่วยภาคปฏิบัติ เพราะมีบางส่วนวิตกในเรื่องการทุจริตต้องตรวจสอบกันหลายขั้นตอน 
 
                               ต่อข้อมูลที่ระบุว่าทุกส่วนล้วนเป็นห่วงการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ดังนั้นภาคธุรกิจอย่าคิดหรือกังวลในเรื่องของการเมือง อยากให้มองในเรื่องอื่นๆ ด้วย เพราะเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ แม้การเมือง ก็เป็นเรื่องสำคัญแต่ก็ไม่ใช่สำคัญที่สุด (พูดง่ายๆ คือเลิกสนใจเรื่องการเมืองไปบ้างก็จะดี หัวข้อข่าวมีแต่ ถอดถอนหรือไม่ จะปรองดองกันอย่างไร ถ้าทุกฝ่ายยอมรับความจริงว่า "ทำผิดต้องถูกลงโทษ" มันก็จะจบและเป็นคำตอบของตัวปัญหาเอง) 
 
                               ในสาระข้อมูลที่เผยแพร่ออกมาระบุว่า ทาง คสช. และท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้ภาคธุรกิจช่วยประสานกับสื่อมวลชนว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญมาก การเสนอข่าวควรคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบและระมัดระวัง ไม่ควรชี้นำว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ควรเสนอข้อมูลให้สังคมตระหนักถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นๆ อย่างครบถ้วน 
 
                               ผมชอบคำที่ให้ข้อมูลออกมาว่า "ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงกฎอัยการศึก แต่กลับมองไปในทิศทางตรงกันข้าม อย่างกลุ่มท่องเที่ยวระบุว่า การขยายตัวของห้างสรรพสินค้าที่มีกลุ่มนักช็อปปิ้ง ที่มีวงเงินสูง มีการเติบโตค่อนข้างมากและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทั้ง กทม. และต่างจังหวัด และเมืองสำคัญๆ รู้สึกสบายใจว่ามีความปลอดภัยเกิดขึ้นไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ความปลอดภัยถือเป็นตัวชี้ว่าการท่องเที่ยว จะดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องของข้อกฎหมายหรือกฎอัยการศึก" 
 
 
 
 
 
 
---------------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : บทสนทนา 'คสช.-ธุรกิจ' เรื่องที่ต้องติดตามการบ้าน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)