ข่าว

'โอบามา'ไม่ไปปารีสกลัวแย่งซีน!

'โอบามา'ไม่ไปปารีสกลัวแย่งซีน!

13 ม.ค. 2558

'สหรัฐ' ยอมรับความผิดพลาด ไม่ส่งจนท.ระดับสูงที่ปชช.รู้จักไปร่วมชุมนุมที่ปารีส 'โอบามา' อยากไปเอง แต่เกรงจะยุ่งยาก-แย่งความสนใจการจัดงาน

 
                               13 ม.ค. 58  ทำเนียบขาวยอมรับความผิดพลาดที่ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปร่วมชุมนุมต่อต้านการก่อการร้ายที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ที่ไม่ยอมเดินทางไปฝรั่งเศส เพื่อร่วมเหตุการณ์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้   
 
                               นายจอช เอิร์นเนสต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า เราควรจะส่งใครสักคนที่เป็นที่รู้จัก และยอมรับนับถือไปที่นั่น แต่ปรากฏว่า บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสหรัฐในวันนั้น คือ นางเจน ฮาร์ทลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐที่ไม่เป็นที่รู้จัก แม้แต่ในหมู่คนอเมริกันเอง ซึ่งโฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีโอบามา อยากจะไปด้วยตนเอง แต่เกรงว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยาก และแย่งความสนใจไปจากความมุ่งมั่นของการจัดงาน เนื่องจากจะต้องมีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยในระหว่างการเยือนให้กับประธานาธิบดี หรือแม้กระทั่งระดับรองประธานาธิบดีก็ตาม ซึ่งเป็นภาระ และยุ่งยากอย่างยิ่ง ทั้งยังจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป ที่อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ชุมนุมสาธารณะที่ยิ่งใหญ่แบบนี้
 
                               ประชาชนราว 1.5 ล้านคน ได้หลั่งไหลไปตามท้องถนนในกรุงปารีส เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อรำลึกถึงเหยื่อความรุนแรง 17 คน ที่ถูกสังหารในเหตุการณ์ที่เริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตั้งแต่การสังหารหมู่ที่สำนักงานของนิตยสารแนวเสียดสี ชาร์ลี เอ็บโด ก่อนจะสิ้นสุดในเหตุการณ์จับตัวประกันที่ โคแชร์ ร้านชำของชาวยิว ซึ่งการที่ประธานาธิบดีโอบามา , รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงในฝ่ายบริหาร ไม่ได้ไปร่วมการเดินขบวนที่มีผู้นำจากเกือบ 50 ประเทศ เข้าร่วม สร้างความไม่พอใจให้กับสื่อ และนักการเมืองในสหรัฐ ที่บางคนบอกว่า ประธานาธิบดีโอบามา ทำให้พันธมิตรอย่างฝรั่งเศส ผิดหวัง 
 
                               สิ่งที่ตอกย้ำความไม่พอใจมากขึ้นไปอีก คือ การที่นายอิริค โฮลเดอร์ รัฐมนตรียุติธรรม ที่อยู่ที่กรุงปารีสอยู่แล้ว เพื่อเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย แต่กลับไม่ไปร่วมการเดินขบวน ส่วนนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า อยู่ไกลถึงอินเดีย ทำให้ยากที่จะเดินทางไปเข้าร่วมได้ แต่ก็บอกว่า เขาจะเดินทางไปยังกรุงปารีส หลังเสร็จสิ้นการเยือนเอเชียใต้แล้ว 
 
                               แม้จะมีคำอธิบาย แต่ก็ไม่สามารถสยบเสียงวิพากษ์ตำหนิได้ โดยเฉพาะจากฝั่งรีพับลีกัน ศัตรูทางการเมืองของประธานาธิบดีโอบามา เช่น สองตัวเก็งที่เป็นไปได้ว่าจะสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลีกัน ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ปี 2016 อย่าง ส.ส.เทด ครูซ ที่บอกว่า ประธานาธิบดีของเรา ควรไปอยู่ที่นั่น เพราะเราไม่เคยลังเลที่จะอยู่เคียงข้างพันธมิตรของเรา ส่วน ส.ส.มาร์โก รูบิโอ บอกว่า เขาเข้าใจข้อโต้แย้งที่ว่า การรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีอาจรบกวนการจัดงาน แต่ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องผิดพลาดที่ไม่ส่งใครสักคนไป มีคนเหลือเฟือให้เลือก 
 
                               ด้านทางการฝรั่งเศส รวมทั้งสถานทูตฝรั่งเศสในวอชิงตัน ดีซี ยืนยันว่า พอใจต่อการขานรับของพันธมิตรแล้ว และขอบคุณสหรัฐที่ประธานาธิบดีโอบามา และนายแคร์รี ที่มีการติดต่อในระดับสูงทางโทรศัพท์ รวมถึงการลงนามของประธานาธิบดีในหนังสือไว้อาลัยที่สถานทูตจัดไว้ด้วย   
 
                               นายเจห์ จอห์นสัน รัฐมนตรีความมั่นคงภายในของสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งที่อาคารรัฐบาล และสนามบิน อันเป็นมาตรการปลอดภัยไว้ก่อน แต่ก็บอกว่า ไม่ได้มีการเจาะจง หรือมีข่าวกรองที่น่าเชื่อถือว่า มีการวางแผนโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายแบบเดียวที่กรุงปารีสเกิดขึ้นในสหรัฐ แต่ทางการในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ต่างก็เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการเพิ่มมาตาการด้วยการสุ่มตรวจผู้โดยสารและกระเป๋าถือจำนวนมาก ที่สนามบินหลายแห่ง และอาจมีการเพิ่มเติมมาตรการอื่นๆ อีก ถ้าจำเป็น ส่วนเหตุผลที่ต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เป็นผลมาจากการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ปารีส , ออตตาวา , ซิดนีย์ และที่อื่นๆ รวมถึงการที่องค์กรก่อการร้ายออกมาเรียกร้องให้แนวร่วมเปิดฉากโจมตีผลประโยชน์ของตะวันตก 
 
                               สหรัฐจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เพื่อหาแนวทางในการต่อสู้กับลัทธิหัวรุนแรงทั่วโลก ซึ่งนายจอห์นสัน บอกว่า กระทรวงความมั่นคงภายในจะยังคงเดินหน้าความพยายามในการเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาลฝรั่งเศสและรัฐบาลอื่นๆ ในการต่อต้านการก่อการร้าย เพื่อร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย และบุคคลต้องสงสัย พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวอเมริกันช่วยเป็นหูเป็นตา และให้ช่วยแจ้งเบาะแสเพื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ แต่ไม่ได้ห้ามไม่ให้เดินทาง หรือเข้าร่วมงานชุมนุมสาธารณะใดๆ เพียงแต่ให้ระมัดระวังตัว และพวกที่ต้องระวังตัวสูงเป็นพิเศษ ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง , ระดับรัฐ และระดับท้องถิ่น , เจ้าของและผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงระบบให้บริการสาธารณะอื่นๆ
 
 
 
 
 
 
---------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)