
'บิ๊กตู่'ตั้ง'ประวิตร'ดันยุทธศาสตร์9ด้าน
'บิ๊กตู่'ตั้ง'ประวิตร'ดันยุทธศาสตร์9ด้าน สนง.เลขาฯคสช.คุมงานธุรการ-งบเบิกจ่ายการประชุม
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงนามในคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่2/2558 ลงวันที่ 9 ม.ค. เรื่อง แต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินการของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆให้เกิดการบูรนาการสอดคล้องรองรับกับยุทธศาสตร์ของ คสช.ทั้ง 9 ด้าน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิรูปและพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่เหมาะสมและยั่งยืน โดยนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติ
ทั้งนี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. เป็นประธาน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองประธาน มีกรรมการประกอบด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิช ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ถาวร มณีพฤกษ์ นายอำพน กิตติอำพล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ (โดย หัวหน้า คสช. แต่งตั้งขึ้นมาอีกไม่เกิน 3คน) พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ กรรมการและเลขานุการ
โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1.ติดตามและประเมินผลการดำเนินการของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของ คสช. 2.รายงานผลดำเนินการตามข้อ1.รวมทั้งความเห็นหรือข้อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขต่อหัวหน้า คสช. เพื่อพิจารณาสั่งการให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป 3.กำหนดแนวทางและมาตรการหรือกลไกในการประสานความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของ คสช. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
และ 4.ในกรณีที่เห็นสมควรอาจแจ้งต่อหัวหน้า คสช.เพื่อขอให้มีการประชุมร่วมกันของ คสช.และ ครม.เพื่อปรึกษาหารือหรือพิจารณาแนวทางดำเนินการเพื่อให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของ คสช. มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือช่วยเหลือในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตามความจำเป็น 6.เชิญข้าราชการเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อเท็จจริงความเห็น หรือข้อเสนอแนะ หรือเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น 7.ดำเนินการอื่นใดตามที่ หัวหน้า คสช.มอบหมาย
นอกจากนี้ให้สำนักเลขาธิการ คสช.อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานและรับผิดงงานธุรการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะทำงานตามคำสั่งนี้และให้พิจารณาการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการและการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการอื่นๆที่จำเป็นเพื่อให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักเลขาธิการ คสช.
“ประวิตร”ยันไม่ก้าวก่ายสนช.พิจารณาถอดถอน
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กำลังพิจารณาคดีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายนิคม ไวยพาณิช และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาว่า ต้องว่าไปตามกระบวนการ เรื่องดังกล่าวต้องถาม สนช. มาถามตนไม่ได้ ส่วนที่มองว่าจะมีการชี้นำนั้น ยืนยันว่าไม่มีการชี้นำอะไร สนช.ต้องว่ากันเองเพราะเป็นเรื่องของสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่าผลการพิจารณาของสนช.จะส่งผลถึงการทำงานของคสช.และจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็น เป็นเรื่องของ สนช. อย่าไปก้าวก่ายกัน เพราะมีการตั้ง สนช.มาเพื่อดูแลเรื่องกฎหมาย อย่าเอาการเมืองมาเกี่ยวกับกฎหมาย
เผยฝ่ายมั่นคงเฝ้าระวังก่อการร้าย
พลเอกประวิตร กล่าวถึงกรณีที่มีการประกาศแจ้งเตือนก่อการร้ายภายหลังจากที่เกิดเหตุกราดยิงที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสว่า ฝ่ายความมั่นคงของไทยเตรียมการเฝ้าระวังการก่อการร้ายทุกอย่างอยู่แล้ว รวมถึงเข้มงวดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นไม่ต้องห่วง ตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ต้องเฝ้าระวังในทุกพื้นที่ การข่าวไม่มีอะไรต้องกังวล แต่สิ่งที่ต้องกังวลอย่างเดียวคือเจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการเฝ้าระวังบริเวณสถานทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทยเป็นพิเศษหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ต้องดูแลทั้งหมด
ต่อข้อถามที่ว่า นิตยสารชาลี เอบโด ระบุว่าจะเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เคยเกิดขึ้นนั้น จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์มากขึ้นหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่มี อย่ามโน อย่าคิดไปแต่ในทางร้าย ยืนยันว่า รัฐบาลเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องดูแลในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนในทุกเรื่อง



