ข่าว

เกมกินรวบ

เกมกินรวบ

13 ม.ค. 2558

เกมกินรวบ : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

              คล้ายกระโดดออกมาจากโลกอื่น ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ว่า การก่อเกิดขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมนั้น มันได้มาจากเลือด จากเนื้อวีรชนเดือนพฤษภาคม 2535

              ถึงแม้เขาเหล่านั้นจะไม่ได้ตั้งใจให้ความเคลื่อนไหวขับไล่นายกรัฐมนตรีที่มาด้วยการรัฐประหาร เป็นจุดเปลี่ยนผ่านนำไปสู่การปฏิรูปสื่อครั้งใหญ่ครั้งนั้นก็ตาม

              การใช้สื่อรัฐหรือสื่อภายใต้การกำกับรัฐ บิดเบือนข้อมูล ข่าวสาร ทั้งที่ประชาชนชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ โดยกล่าวหาว่า ประชาชนก่อการจลาจลเผารถ เผาสถานีดับเพลิง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ และสถานที่ราชการ เป็นความชอบธรรมที่ทำให้รัฐบาลใช้กำลังทหาร ตำรวจ ใช้กระสุนจริง ปราบปรามประชาชนอย่างเด็ดขาด ผู้คนล้มตาย สูญหายจำนวนมาก ในเวลานั้นผู้ชุมนุมมีเพียงโทรศัพท์มือถือเป็นอาวุธในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ความเชื่อ ซึ่งก็ไปถึงคนในวงจำกัด

              ตลอดวันที่ 18 พฤษภาคม 2535 รัฐบาลใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตำรวจตระเวนชายแดน 1 กองพัน พร้อมรถเกราะติดปืนกล 4 คัน กำลังทหารไม่ต่ำกว่า 1 กองพล กับอีก 5 กองพัน ระดมยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เที่ยงคืนวันนั้น ข่าวด่วนจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง สถานีวิทยุทุกสถานี ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวทหารยิงประชาชนว่าไม่เป็นความจริง 

              หลังเหตุการณ์ กระแสการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสื่อ โดยเฉพาะสื่อรัฐ สื่อสัมปทานรัฐ ก็ดังกระหึ่ม การปิดข่าว การบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ในห้วงเดือนพฤษภาคม เป็นพลังขับเคลื่อนให้นำไปสู่การเสนอหลักการใหม่ ที่ตราไว้ครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 2540 ให้มีองค์กรอิสระขึ้นมาจัดสรรคลื่นความถี่ โดยถือว่าคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม เป็นสมบัติสาธารณะ ภายใต้คณะกรรมการที่เรียกชื่อว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) จำนวน 11 คน

              ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็เปิดโอกาสให้มีทีวีเสรี หรือไอทีวี โดยผ่านการประมูล เป็นสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่ที่เกิดขึ้น หลัง 22 ปี ที่ไม่มีทีวีช่องใหม่เกิดขึ้นเลย ถัดจากนั้นก็มี ไทยพีบีเอส และทีวีดิจิทัล 24 ช่อง สถานีวิทยุชุมชนอีกนับพันสถานี ตามมา น่าเสียดายที่เมื่อมีการสรรหา กสทช.ชุดแรก กรรมการหลายคนดูคล้ายเป็นตัวแทนของกองทัพ ที่สูญเสียผลประโยชน์จากการจัดสรรคลื่นความถี่ และเข้ามาเพื่อรักษาผลประโยชน์มากกว่าการตระหนักในภารกิจจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อทลายกำแพงการผูกขาดข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานรัฐ ในขณะที่ กสทช.เพียงบางคนเท่านั้น ที่พยายามรักษากติกา และผลักดันการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

              ความไม่เป็นเอกภาพของ กสทช. การจัดการปัญหาหลายเรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งภายใน ปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณผิดประเภท รายงานของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ที่พบกรณีการใช้จ่ายเงินส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่เนืองๆ การบริหารจัดการ การแต่งตั้งที่ปรึกษา อนุกรรมการชุดต่างๆ ที่ไม่ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ

              รวมทั้งการที่กรรมการบางคน เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคน มีความแนบแน่นกับกลุ่มอำนาจ ทำให้ภาพของ กสทช. กลายเป็นภาพขององค์กรซ่อนเงื่อน ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการที่อำนาจภายนอก จะอ้างเป็นเหตุผลในการเข้ามาแทรกแซงและบิดเบือนเจตนารมณ์ในการก่อเกิด กสทช.

              วิทยุและโทรทัศน์เป็นขุมทรัพย์มหาศาล ที่หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกองทัพที่ครอบครองและเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ที่ให้สัมปทาน ให้เช่าเวลา กับเอกชน เป็นผลประโยชน์ทั้งที่บันทึกไว้ และไม่ได้รายงานอีกจำนวนมาก การดึง กสทช.กลับไปอยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร ในยุครัฐบาลทหาร ภายใต้ภาพของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่ง ไม่ว่าจะพยายามอธิบายในรายละเอียดอย่างไร แต่มันคือการกินรวบ กสทช.และยึดความเป็นองค์กรอิสระโดยสิ้นเชิง

              จะมีประโยชน์อันใด เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำลังทำงานปฏิรูปสื่ออย่างเหน็ดเหนื่อย และยืนยันหลักการแต่แรกว่า ไม่ว่าปัญหาภายในของ กสทช.จะเป็นอย่างไร ก็ต้องมีการจัดการปรับแก้ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น การแยกงานประมูล ออกจากการกำกับดูแลเรื่องเนื้อหา แต่ กสทช.ยังต้องเป็นองค์กรอิสระต่อไป

              แต่มีมือที่มองไม่เห็นสอดแทรกเข้ามาทำการปฏิรูปสื่อเสียเอง และยังมีข่าวร้ายว่าความปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้าย กำลังคืบคลานเข้าไปแก้ไข พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ให้กลับไปอยู่อุ้งมือตำรวจ เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484 ที่ยกเลิกไปแล้ว

              ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณอันตราย ที่จะต้องต่อต้าน คัดค้านกันจนสุดกำลัง