ข่าว

‘บิ๊กตู่’วอนภาคธุรกิจอย่ากังวลการเมือง

‘บิ๊กตู่’วอนภาคธุรกิจอย่ากังวลการเมือง

12 ม.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’วอนภาคธุรกิจอย่ากังวลการเมือง ช่วยสร้างเชื่อมั่นสานสื่อเสนอข่าวรอบคอบ

              12ม.ค.2558 หลังการหารือร่วมระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และตัวแทนภาคธุรกิจเสร็จสิ้นโดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง พล.ประยุทธ์ โดยได้มอบหมายให้ตัวแทนภาคธุรกิจเป็นผู้ชี้แจงทั้งหมด จากนั้น เวลา 18.30 น.พล.ต.สรรเสริญ แก้วกําเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่นายกฯไม่ได้มาชี้แจงเองเป็นเพราะต้องการให้สื่อมวลชนเข้าใจการภาคธุรกิจ ซึ่งอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าสิ่งที่พูดมานั้นจริงหรือไม่ หลายเป็นเรื่องมโนไปเอง จึงให้ภาคธุรกิจพูดถึงข้อเสนอและสิ่งที่รับฟังจากนายกฯ

              "การพูดคุยวันนี้ภาคธุรกิจได้เสนอหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนแล้ว มีเพียงบางอย่างที่ต้องปรับเพิ่ม เช่น การใช้จ่ายภาครัฐ แม้เงินจะลงไปทั้งหมดแล้วแต่อาจติดค้างในระดับจังหวัด หรือหน่วยภาคปฏิบัติ เพราะมีบางส่วนวิตกในเรื่องการทุจริต ทั้งนี้นายกฯได้ขอให้ภาคธุรกิจช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นกับภาคธุรกิจด้วยกันเอง เพราะดีกว่าจะให้รัฐบาลเป็นผู้พูด" พล.ต.สรรเสริญ กล่าวและว่า

              ทุกคนเป็นห่วงการชะลอตัวของเศรษฐกิจแต่รัฐบาลก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ในขณะนี้ นอกจากนี้นายกฯยังได้ฝาก กับภาคธุรกิจด้วยว่าอย่าคิดหรือกังวลในเรื่องของการเมือง อยากให้มองในเรื่องอื่นๆด้วย เพราะเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญเพียงแต่ไม่อยากให้มองแต่กรณีการถอดถอน การสร้างความปรองดอง ต้องการให้ไปดูในเนื้อหาสาระว่าแต่ละส่วนมีการเสนอ ข้อมูลอย่างไร ขณะเดียวกันนายกฯ ได้ขอให้ฝ่ายธุรกิจช่วยประสานสื่อมวลชน ว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญ จึงต้องเสนอข่าวอย่างรอบคอบและระมัดระวัง อย่าชี้นำต้องให้สังคมตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่าที่มีการร้องในขณะนี้ ร้องในประเด็นอะไร และฝ่ายที่ตอบคำถามนั้น ตอบตรงหรือไม่ หากตอบตรง สนช.ก็เทคะแนนให้ แต่ถ้าไม่ตรงก็เทคะแนนให้อีกฝั่ง ต้องการให้ดูว่าการทำงานของแต่ละฝ่ายนั้นเป็นอย่างไร 

              เมื่อถามว่า ภาคธุรกิจเป็นห่วงบรรยากาศทางการเมืองอย่างไรบ้าง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ภาคธุรกิจมั่นใจว่าหลังจากภาคการดูแลความสงบเรียบร้อย มีทิศทางที่ชัดเจนว่ามีความสงบ ก็ทำให้เกิดความมั่นใจไปได้มากพอสมควร ส่วนการปฏิรูปการเมือง นายกฯได้เน้นย้ำว่าการปฏิรูปในทุกๆเรื่องของแม่น้ำทั้ง 5 สาย ทุกอย่างได้เดินไปตามโรดแมป ซึ่งนายกฯยืนยันว่าไม่ได้ต้องการที่จะเอนเอียงไปด้านหนึ่งด้านใด แต่ต้องการทำความจริงให้เป็นความจริง ขอให้มีความมั่นใจ

              เมื่อถามว่าภาคธุรกิจไม่ได้ขอให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึกใช่หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่กลับมองไปในทิศทางตรงกันข้าม อย่างกลุ่มท่องเที่ยวระบุว่า การขยายตัวของห้างสรรพสินค้าที่มีกลุ่มนักช๊อปปิ้งที่มีวงเงินสูง มีการเติบโตค่อนข้างมากและนักท่องเที่ยวที่เข้ามทั้ง กทม.และต่างจังหวัดและเมืองสำคัญๆรู้สึกสบายใจว่ามีความปลอดภัยเกิดขึ้นไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ความปลอดภัยถือเป็นตัวชี้นำว่าการท่องเที่ยวจะดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องของข้อกฎหมายหรือกฎอัยการศึก

              “สิ่งที่นายกฯเป็นห่วงมากที่สุดคือการสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยผ่านทางกลุ่มนักธุรกิจว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลทำหรือไม่ ซึ่งมุมมองในภาพรวมทุกฝ่ายมีความมั่นใจ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนทิศทางทางการเมืองจากนี้ไปจะดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกๆฝ่าย การมีเสถียรภาพต้องร่วมมือกันทั้งรัฐบาล ภาคธุรกิจและประชาชน

              ด้าน ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการหารือ ว่า นายกฯ รับปากจะดูแลในทุกเรื่อง และมีการสั่งการโดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงไป ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ที่จะต้องกำชับครม.ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง และได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมในส่วนของคณะกรรมการการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชนระดับจังหวัดซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ดูแลในเรื่องนี้ นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้รับปากที่จะดูแลในเรื่องของการดูแลพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติอยู่แล้ว

 

ภาคเอกชนสบายใจสถานการณ์บ้านเมืองปลอดภัย


              นางศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวหลังการหารือ ถึงการมีกฎอัยการศึกทำลายภาคธุกิจหรือไม่ ว่า เรื่องนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องใหญ่ ปีนี้พารากอนโตขึ้นร้อยละ 25 นั้นหมายความว่านักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัย ปีนี้ไปจ.ภูเก็ตหาตั๋วเครื่องบินไม่ได้ ไปจ.สมุยก็หาตั๋วเครื่องบินไม่ได้ เพราะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และการที่ทหารเข้าควบคุมนักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัย เราก็รู้สึกปลอดภัย แต่ที่นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัยคือ จะมีการตีกันอีกหรือไม่ ตรงนี้คือสิ่งที่เขากลัว เขาไม่ได้คิดเรื่องกฎอัยการศึก แต่นักท่องเที่ยวมาเป็นกรุ๊ปทัวร์เป็นอีกประเภทหนึ่ง ตนได้ไปดูงานที่ต่างประเทศก็มีนักลงทุนต่างระดับโลกอย่างเจ้าของคริสเตียนดิออ เขาบอกว่าเขาไม่ได้กลัวเรื่องกฎอัยการศึก

              “วันนี้เราอยู่ราชประสงค์ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเดินปิดถนน เรานอนหลับฝันดี เมื่อก่อนเรากลัวกันว่า ใครจะมาปิด ใครจะมาชุมนุม วันนี้เราไม่กลัว เรารู้สึกหน้าตาสดใสขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว” นางศุภลักษณ์ กล่าว