
เจ๊แดงเปิดบ้าน!แกนนำเพื่อไทยแห่อวยพร
สมชาย-เจ๊แดง เปิดบ้านแกนนำเพื่อไทยแห่อวยพร เชื่อยิ่งลักษณ์ แจงถอดถอนได้ อยากให้รัฐบาลบริหารงานให้ประชาชนมีความสุข สปช.เสนอตัดสิทธิคนซื้อเสียงตลอดชีวิต
เมื่อเวลา 10.00 น.12 ม.ค. ที่หมู่บ้านเบฟเวอร์รี่ฮิล แจ้งวัฒนะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้เปิดบ้าน ให้แกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยเข้าอวยพรปีใหม่ โดยมีแกนนำและผู้บริหารพรรคเดินทางมาอวยพรอย่างเป็นจำนวนมาก โดยจัดต้อนรับที่ร้านกาแฟภายในหมู่บ้าน จากนั้นนายสมชายได้เชิญสมาชิกร่วมพูดคุยที่อาคารสำนักงานของบุตรสาว
นายสมชายให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการพักผ่อน ไม่พยายามกระทบกับการเมืองและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตนเป็นคนอยู่ในกฎเกณฑ์กติกา รอให้บ้านเมืองกลับคืนสภาวะที่สามารถพูดคุยได้ ไม่ได้ทิ้งบ้านเมืองและประชาชน เราเป็นคนไทยยามสุขก็สุขด้วยกัน ยามทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน ตนไม่ทิ้งเพราะเคยดูแลประชาชนมาก่อน มีความรู้สึกผูกพันกันมา ตอนนี้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เข้ามารับผิดชอบบ้านเมืองจะทำหน้าที่ไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝากอะไรถึงผู้ที่กำลังจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ทำอย่างไรก็ได้ขอให้ทำมา แต่ขอให้เป็นกติกาที่สง่างามของประเทศไทย เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจะรับได้ อย่างที่คสช. เข้ามาดูแลบ้านเมืองเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งให้บ้านเมืองไปข้างหน้า เราก็รับได้และเข้าใจ ขอให้ทุกคนเห็นแก่บ้านเมือง ต่างชาติจะได้ไม่มาดูถูกเรา ตนไม่ได้อยากให้มีรัฐธรรมนูญเพื่อตนจะได้เลือกตั้ง แต่ขอให้เห็นแก่บ้านเมืองดีกว่า เห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้รับความยอมรับจากประชาชนจึงเชื่อเหลือเกินว่าจะทำให้รัฐธรรมนูญออกมาให้เป็นสากล ได้รับการยอมรับจากคนไทยและชาวต่างประเทศ” ต่อข้อถามที่ว่าห่วงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องชี้แจงเรื่องถอดถอนต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ห่วงอะไรเพราะเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงได้ ตนดูแล้วไม่มีอะไรที่เป็นความผิด ความจริงเป็นสิ่งที่ชี้แจงไม่ยาก ท่านเป็นคนมีหลักมีเกณฑ์เชื่อว่าท่านชี้แจงได้
อยากให้รัฐบาลบริหารงานให้ประชาชนมีความสุข
นางเยาวภา กล่าวอวยพรสมาชิกพรรคเพื่อไทยตอนหนึ่งว่า อยากให้รัฐบาลบริหารงานให้ประชาชนมีความสุข พวกเราอยู่ตรงไหนก็ได้ ขอเพียงแค่ให้ประชาชนมีความสุข พรรคเพื่อไทยก็มีความสุขแล้ว ก็ตัวเองก็พยายามทำตัวไม่ให้แก่เพื่อจะได้เห็นความสำเร็จของน้องๆ ที่จะช่วยกันทำให้ประชาชนมีความสุข
สปช.เสนอตัดสิทธิคนซื้อเสียงตลอดชีวิต
ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาวาระการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสปช. เรื่องระบบการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรมในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. อภิปรายว่า ต้องเข้าใจปัญหาเดิมของระบบการเลือกตั้งว่า ทำอย่างไรถึงจะขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ เพราะต้นตอของปัญหามาจากนักการเมืองที่ซื้อเสียงเข้ามาเพื่อให้มีเสียงข้างมากในสภาฯ และได้เป็นรัฐบาล ดังนั้น จึงมีการซื้อเสียงขึ้น เมื่อมีการลงทุนซื้อเสียงก็ต้องมีการถอนทุน เอากำไร และยังต้องหาทุนเพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก ซึ่งโจทย์ก็คือ ทำอย่างไรให้นายกรัฐมนตรีมีอิสระจากสภาฯ หากทำได้การเลือกตั้งก็จะไม่รุนแรง การทุจริตก็จะลดน้อยลง ทั้งนี้ หากเราสามารถจัดสรรอำนาจหน้าที่ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติได้ลงตัวก็จะได้ระบบการเมืองที่ดี ที่สำคัญคือ คนที่จะเป็นส.ส.ต่อไปในอนาคตต้องเป็นคนดีหรือทำคุณงามความดีมาก่อน คนเหล่านี้จะไม่ต้องใช้เงิน หากสามารถจัดสรรตรงนี้ได้การใช้เงินซื้อเสียงก็จะน้อยลง ส่วนกรณีที่มีแนวคิดให้มีศาลเลือกตั้งขึ้นนั้นตนไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากกต.ถูกแทรกแซง ทำงานอยู่บนผลประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้กกต.ถูกฟ้องร้องหรือถูกดำเนินคดี ดังนั้น สิ่งที่จะแก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือ ต้องกำหนดให้อำนาจการให้ใบเหลืองใบแดงกับผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้งทั้งหมดไปอยู่ที่ศาลยุติธรรม เว้นแต่จะเป็นเรื่องเฉพาะหน้า ที่ควรให้กกต.เป็นผู้ให้ใบเหลืองใบแดงได้เลย
ด้านนายสยุมพร ลิ่มไทย สปช. อภิปรายว่า ปัญหาการเลือกตั้งของประเทศไทยมี 3 ข้อคือ 1.การซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่ง 1 ปีจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเฉลี่ยประมาณ 4-5 ครั้ง จะมีการจ่ายเงินซื้อเสียงตกหัวละหนึ่งหมื่นบาท ถือว่ามากสำหรับคนชนบท 2.การทุจริตเลือกตั้งที่ทำเป็นขบวนการประกอบด้วย ผู้สมัคร หัวคะแนน ผู้ขายเสียง และเจ้าหน้าที่รัฐ และ3.กกต.ซึ่งมีความสงสัยเคลือบแคลงในการทำงานของกกต.ว่าตรงไปตรงมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวว่า ใบเหลืองเปลี่ยนเป็นใบขาวได้ หรือใบแดงเปลี่ยนเป็นใบเหลืองได้ถ้ามีการวิ่งเต้นและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกกต. อีกทั้งการทำหน้าที่ของกกต.นั้นล่าช้ามาก ในหลายพื้นที่จำเป็นต้องให้ผู้ได้รับเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน หรือบางพื้นที่ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่จนเกือบครบวาระ ใบเหลืองหรือใบแดงจึงจะออกมาได้ ทั้งนี้ ตนขอเสนอดังนี้ 1.การป้องปรามเพื่อให้มีการกระทำการทุจริตซื้อเสียงน้อยลงเป็นเรื่องที่ทำได้ หากมีการทำอย่างจริงจังจากผู้เกี่ยวข้อง และ 2.การกำหนดโทษของผู้ที่กระทำความผิด ในส่วนของผู้ซื้อเสียงหรือผู้สมัครอาจมีความจำเป็นที่จะต้องลงโทษอย่างรุนแรง การตัดสิทธิทางการเมือง 3-5 ปี อาจจะเบาไปเพราะจะกลับมาได้อีก ดังนั้น ต้องตัดสิทธิตลอดชีวิต และหัวคะแนนก็ต้องมีบทลงโทษ ต้องเอาตัวออกมาจากพื้นที่ ซึ่งสามารถทำได้ อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการ โดยเอาตัวมาประจำส่วนกลางแทน
นายสยุมพร กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งควรเป็นบทบาทขององค์กรกลาง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่ถูกแทรกแซง หากให้กกต.จัดการเลือกตั้งเองทั่วประเทศคงจะไม่ไหว เพราะการเลือกตั้งมีอยู่ตลอดปี ทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ นอกจากนี้ การจัดการเลือกตั้งนั้นเป็นเพียงงานรูทีน ควรให้หน่วยงานรัฐที่มีประสบการณ์มาทำ เนื่องจากทุกวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ทำอยู่แล้ว เพียงแต่กกต.มาประทับตราว่าเป็นผู้จัดเท่านั้น จากนั้นให้กกต.ไปทำหน้าที่ที่สำคัญกว่าคือ การตรวจสอบไต่สวนการเลือกตั้งแล้วให้ใบเหลืองใบแดง ทั้งนี้ สำหรับการสรรหากกต.นั้น ที่ผ่านมาได้กกต.มาจากตุลาการเป็นหลัก ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วควรจะมาจากบุคคลที่มาจากหลากหลายอาชีพ ไม่เช่นนั้นอาจจะได้กกต.ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่สามารถทำงานร่วมกับบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้
นายวันชัย สอนศิริ สปช. อภิปรายว่า ควรรณรงค์ให้มีการต่อต้านผู้ที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพื่อไม่ให้มีที่ยืนในสังคมเหมือนกับผู้ที่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสูบบุหรี่ในทุกพื้นที่ได้แล้วเพราะถูกต่อต้าน เปรียบเหมือนกับการไม่มีที่ยืนในสังคมเนื่องจากถูกสังคมรังเกียจ และควรตัดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งของพ่อ แม่ ลูก เมีย หรือญาติๆ ของผู้ที่มีคดีทุจริตจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงด้วย เพื่อป้องกันการเข้ามาทุจริตซ้ำซ้อน ต้องตัดวงจรอุบาทว์เหล่านี้ออกไป
ขณะที่พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ลุกขึ้นกล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้คณะกรรมธิการยกร่างฯ ไม่ได้เข้ามาร่วมรับฟังด้วย ดังนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อคิดเห็นของสมาชิกทั้งหมดเพื่อให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง 36 คนได้รับทราบข้อเสนอต่างๆ ด้วย
"ภูมิธรรม"ค้านตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีวิต
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีแนวคิดเกี่ยวกับการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและให้มีการตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตว่า จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เพราะสิทธิทางการเมืองเป็นของพลเมืองจะตัดสิทธิตลอดชีวิตไม่ได้ หากจะให้เหตุผลสกัดคนไม่ดีออกจากการเมือง ก็ต้องมีหลักเกณฑ์ว่าอะไรดีไม่ดีอย่างไร และที่สำคัญต้องทำให้สังคมโลกยอมรับด้วย ส่วนจะเป็นการสกัดผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง อย่างสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 หรือไม่ นั้นตนไม่กังวล แต่ปัญหา คือจะทำให้ นานาชาติยอมรับได้หรือไม่ เพราะตอนที่ตัดสิทธิ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ก็ไม่มีกฎหมายรองรับ
ผู้สื่อข่าวถามถึง การเข้าแถลงเปิดคดีทุจริตจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าเท่าที่ได้ฟัง เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้แจงได้เป็นอย่างดี ทำให้สังคมเข้าใจกระบวนการการทำงานในโครงการดังกล่าว และชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ขาดทุนแต่เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร โดยหลักการก็เห็นว่าไม่ควรมีปัญหาถึงขั้นถูกถอดถอนเพราะสังคมก็จับตาดูอยู่



