ข่าว

ไฟไหม้รง.กรุงเก่าวอดนับสิบล้านพนง.หนีอลหม่าน

ไฟไหม้รง.กรุงเก่าวอดนับสิบล้านพนง.หนีอลหม่าน

12 ม.ค. 2558

เพลิงไหม้โรงงานเมืองกรุงเก่าเป็นรายที่ 4 ในรอบปี เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คนงานนับพันวิ่งหนีอลหม่านสำลักควัน 12 ราย

 
 
          เมื่อเวลา 11.50 น.วันที่ 12 ม.ค. พ.ต.อ.ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งจากสายตรวจว่า ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารโรงงานบริษัท เอพีซีบี อิเลกทรอนิคส์(ประเทศไทย )จำกัด เลขที่ 139/2 ม.2 ต.คลองจิก อ.บางปะอิน ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงจากพื้นที่ข้างเคียงจำนวน 36 คันไปยังที่เกิดเหตุ
 
          พบว่า ที่บริเวณอาคารด้านหน้าโรงงานติดถนนอุดมสรยุทธและทางแยกเข้านิคมอุตสาหกรรม มีกลุ่มควันและเปลวไฟลุกไหม้อยู่ที่ชั้น 4 และ 5 ของอาคาร ส่งผลให้ควันสีดำกระจายไปทั่วบริเวณ เนื่องจากมีกระแสลมพัดแรง เจ้าหน้าที่ต้องประกาศเตือนให้สวมหน้ากากป้องกันควัน เนื่องจากเป็นควันจากสารเคมี จากนั้นรถดับเพลิงและรถกระเช้ากระจายกันระดมฉัดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบริเวณอาคารข้างเคียง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ใช้สายยางเข้าไปฉีดน้ำภายในอาคารในจะที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตั้งแต่ชั้นที่ 3 - ชั้นที่ 5 เป็นเวลานานกว่า 1 ช.ม. 
 
          เนื่องจากมีควันจำนวนมาก จึงต้องใช้วิธีทุบกระจกและผนังอาคารให้ควันระบายออกมายังด้านนอก จนกระทั่งสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ มีเพียงกลุ่มควันจากการเผาไหม้สารเคมีภายในห้องส่วนการผลิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนคนงานสามารถหนีออกจากจุดเกิดเหตุไปอยู่นอกโรงงานเกือบทั้งหมด แต่มีคนงานจากโรงงานข้างเคียงจำนวน 12 คน สูดควันพิษจนแสบจมูกและอาเจียน นำส่งรพ.บางปะอิน แพทย์อนุญาตกลับบ้านได้อาการปลอดภัย
 
          จากการสอบสวนเบื้องต้น พนักงานเปิดเผยว่า โรงงานดังกล่าวปกติมีคนงาน จำนวน 2 พันคน ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และแผงวงจรคอมพิวเตอร์ ระหว่างเกิดเหตุเป็นช่วงที่พนักงานจำนวนกว่า 400 คนลงมาพักเบรคเกือบทั้งหมด เหลือบางส่วนทำงานกระจายกันอยู่ที่ชั้น 3 และ 4 ปรากฏว่า เกิดเพลิงไหม้ที่ฝ่ายการผลิตที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นส่วนที่มีสารน้ำยาเคมี แล้วเกิดเปลวไฟลุกไหม้ลามไปที่ชั้น 5 และลงไปที่ชั้น 3 
 
          นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ และได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ข้างเคียงในเรื่องผลกระทบจากควัน ซึ่งพบว่ามีเพียง 12 รายเท่านั้น ที่นำส่งรพ. ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบคาดว่า ค่าเสียหายไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ในโรงงานรายที่ 4 ทำให้ต้องประสานกับอุตสาหกรรมจังหวัดและโรงงานในการเพิ่มความเข้มในมาตราการความปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะมาจากความประมาทส่วนหนึ่งด้วย