ข่าว

แนวที่ห้าของยุโรปศัตรูร้ายจากภายใน

แนวที่ห้าของยุโรปศัตรูร้ายจากภายใน

12 ม.ค. 2558

แนวที่ห้าของยุโรปศัตรูร้ายจากภายใน : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

               กรณีการบุกสังหารโหดที่ปารีสด้วยข้ออ้างล้างแค้นการหยามเหยียดทางศาสนานั้น สร้างความตระหนกให้ทั้งยุโรป แม้จะเตรียมใจกันไว้บ้างแล้วว่า ช่วงนี้คนคลั่งลัทธิก่อการร้ายได้ยาดี ทำให้ฮึกเหิมมากกล้าก่อเหตุในดินแดนชาติตะวันตกอย่างอุกอาจมาบ้างแล้ว แต่การตายถึง 12 คน ทำให้ชาติตะวันตกระส่ำระสาย แน่นอนที่ใครก็มุ่งเป้าไปที่พวกกลุ่มก่อการร้ายคลั่งศาสนา แต่สำหรับชาวฝรั่งเศสหรืออังกฤษแท้ยิ่งมองเขม็งไปยังผู้ที่มีเชื้อสายและนับถือศาสนาเดียวกับผู้ก่อการ คำว่า ”แนวที่ห้า” ได้ถูกนำมาพูดถึงอีก ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความเกลียดชังในแนวคิดระหว่างชาวพื้นเมืองที่มีต่อ “คนอีกกลุ่มหนึ่ง” ไม่ว่าผู้นั้นจะอพยพเข้ามาหรือเกิดบนแผ่นดินยุโรปเอง
    
               ศัพท์แนวที่ห้านี้เป็นศัพท์เก่า ใช้มากเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หมายถือกลุ่มคนที่บ่อนทำลายประเทศชาติจากภายใน เป็นศัตรูที่ไม่ได้มาจากสี่ด้านภายนอกประเทศ แต่แฝงตัวอยู่ในนี้เอง อาจวางระเบิด หรือกระจายข่าวลือ เพื่อช่วยเหลืองานของอริราชศัตรู ว่ากันว่าฝรั่งเศสที่แพ้สงครามฮิตเลอร์ เพราะคนฝรั่งเศสพวกที่นิยมนาซีให้การสนับสนุนทหารเยอรมันอย่างลับๆ เมื่อเกิดเหตุเพิร์ลฮาร์เบอร์ ฝรั่งอเมริกันก็ไม่ไว้ใจชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น มองว่าคงต้องเชียร์พวกเชื้อสายเดียวกันให้ทำอันตรายพวกตน จึงจับเข้าค่ายกักกันไว้ก่อนซะมาก โดยไม่ต้องไต่สวน ไทยสมัย จอมพล ป.ก็เคยเรียกสายของญี่ปุ่นที่มาหาข่าวในไทยว่าแนวที่ห้าเช่นกัน
    
               ไนเจล ฟาราจ ผู้นำพรรคอิสรภาพสหราชอาณาจักร ซึ่งเรียกร้องให้มีการระมัดระวังคนเชื้อสายอื่นที่มิใช่คนท้องถิ่นมาโดยตลอดได้แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ว่า ยุโรปมีไส้ศึกที่อาศัยอยู่ในดินแดนของพวกเขาแต่เกลียดพวกเขาและพร้อมจ้องทำลายตลอดเวลา คำว่าแนวที่ห้าที่เขาใช้นั้น ไปไกลกว่าคำว่า “ผู้ก่อการร้ายที่ถือกำเนิดในแผ่นดินยุโรปเอง” เพราะเหมือนเป็นการยืนยันว่ามีกลุ่มคนซึ่งยังไงก็ไม่เอาชาติ พร้อมที่จะทรยศหักหลังและทำลายชาติอยู่เสมอ โดยปะปนอยู่ในสังคม โดยสังคมทำอะไรไม่ได้ เพราะติดขัดคุณค่ายึดถือของตนเอง เช่น สิทธิมนุษยชนหรือการนับถือศาสนา
    
               ฝรั่งเศสนั้นมีชาวมุสลิมอยู่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ จำนวนมากข้ามฝั่งมาจากแอลจีเรีย ซึ่งเคยทำสงครามปลดแอกอย่างขมขื่นจากฝรั่งเศสมาก่อน อังกฤษก็มีชาวปากีสถานและบังกลาเทศอยู่เยอะมากและเข้ากันไม่ค่อยได้กับคนอังกฤษในตอนกลางของประเทศ วัตรปฏิบัติและความคิดที่ไม่เหมือนกับชาวพื้นเมืองยุโรปเลยกลายเป็นวงจรที่แก้ไม่ได้ ยิ่งฝรั่งระแวงมุสลิม มุสลิมก็ยิ่งอยู่กับโลกของตนเอง การยิ่งอยู่กับตนเองทำให้ยิ่งเคร่งในแนวทางของตน ก็ยิ่งต่างจากสังคมฝรั่ง ฝรั่งก็ยิ่งระแวง คิดวนกันอย่างนี้ แม้จะมีการพยายามสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันเพียงใด เหตุการณ์อย่างกรณีนี้และการระบาดของแนวคิดก่อการร้ายก็ยิ่งกระตุ้นให้ความแตกร้าวระหว่างกลุ่มชนชัดเจนยิ่งขึ้น
    
               ทางออกที่ชัดเจนยังไม่เห็น นอกจากแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการระวังเข้มบ้าง วางนโยบายระยะยาวด้วยการสอนสำนึกรักชาติ ยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการตามล่ารื้อรากกลุ่มก่อการร้ายบ้าง แต่ความไม่ไว้ใจกันระหว่างกลุ่มชนที่เริ่มเพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การแก้ปัญหาในการกระเทือนซางอีกฝ่ายมากขึ้น เช่น กีดกันโอกาสการใช้ชีวิต สร้างความเจ็บใจและเพิ่มแนวที่ห้าเรื่อยๆ