
โอบามาถูกตำหนิที่ไม่ร่วมเดินแสดงพลังในฝรั่งเศส
12 ม.ค. 2558
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ถูกนักการเมืองและสื่อตำหนิที่ไม่ไปร่วมการเดินขบวนแสดงพลังร่วมกับผู้นำอื่นๆ ในฝรั่งเศส
บรรดาผู้นำคนสำคัญของสหรัฐ ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมครั้่งประวัติศาสตร์ในกรุงปารีสของฝรั่งเศสนายอีริค โฮลเดอร์ รัฐมนตรียุติธรรม ที่แม้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายที่กรุงปารีส แต่ไม่ได้ร่วมเดินขบวน และออกรายการคุยข่าวทางโทรทัศน์ภาคเช้า ในขณะที่การชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนฝรั่งเศสเพิ่งจะเริ่มขึ้น ส่วนประธานาธิบดีบารัก โอบามา และรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี แม้ว่าจะไม่มีภารกิจสำคัญใดๆ และนายจอห์น
แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ อยู่ระหว่างการเยือนอินเดีย และเป็นการไปเยือนก่อนล่วงหน้าอีกด้วย ส่วนคนที่เข้าร่วมมีเพียงนางเจน ฮาร์ทลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปารีสเท่านั้น
นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคล ของเยอรมนี, นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลและนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ได้ไปร่วมการเดินขบวนครั้งประวัติศาสตร์ ที่มีผู้นำโลกกว่า 40 คน จากยุโรป, แอฟริกา, ตะวันออกกลางและรัสเซียเข้าร่วม และแม้กระทั่งคู่ปรปักษ์กันก็ยังมาแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอลและประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์, ประธานาธิบดีเปรโตร โปโรเชนโก ของยูเครนกับ
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ที่ต่างก็ปล่อยวางความขัดแย้งแล้วคล้องแขนกัน ในระหว่างการเดินขบวนไปยังปลาซ เดอ ลา คองคอร์ด ร่วมกับประธานาธิบดีฟรังซัวส์ออลลองด์ ของฝรั่งเศส เพื่อต่อต้านการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายที่สั่นคลอนกรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับผู้นำคนอื่นๆ ที่ร่วมเดินขบวนแสดงพลังพร้อมกับประชาชนอีกกว่า 1 ล้านคน ได้แก่ นายกรัฐมนตรีอันโตนิส ซามาราส ของกรีซ, นายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราฮอย ของสเปน, นายกรัฐมนตรีนางเฮลเลอร์ ทอร์นนิ่ง ชมิดท์ ของเดนมาร์ก, นายฌอง โคล้ด จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป, นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานสหภาพยุโรป, กษัตริย์อับดุลลาห์ ที่ 2 และราชินีราเนียแห่งจอร์แดน, นายกรัฐมนตรีแมทเทโอ เรนซี ของอิตาลี, นายกรัฐมนตรีอาห์เหม็ด ดาวูโตกลู ของตุรกี ประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาคาร์ ไคตา ของมาลี
บรรดานักการเมืองฝ่ายค้าน หรือแม้กระทั่งฝั่งพันธมิตรเอง ก็ยังตำหนิประธานาธิบดีโอบามา ที่ไม่ไปร่วมงาน หรืออย่างน้อยก็ควรจะส่งสมาชิกในฝ่ายบริหารไปแทน นายนิวท์ กริงกริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรครีพับลีกัน ได้ทวิตข้อความว่า น่าเศร้าที่บรรดาผู้นำโลกจาก50 ชาติ ไปร่วมแสดงความสมัครสมานสามัคคีกันที่ปารีส แต่ประธานาธิบดีโอบามาไม่ได้ไป
นายเบน ไวท์ ผู้สื่อข่าวขอวโพลิติโค ก็ทวิตข้อความว่าประธานาธิบดีโอบามาควรไปร่วมการเดินขบวนที่ยิ่งใหญ่ที่ปารีส และเกรตา แวน ซัสเทอเรน พิธีกรของฟ็อกซ์ นิวส์ บอกว่า นี่เป็นเรื่องที่น่าอดสู ประธานาธิบดีโอบามาอยู่ที่ไหน ทำไมเขาไม่ไป และสจ๊วต แอนเดอร์สัน คอลัมนิสต์ของนิตยสารฟอร์บส์ บอกว่า การไม่ร่วมแสดงพลังที่ปารีสเมื่อวันอาทิตย์ เป็นการพลาดโอกาสของประธานาธิบดีโอบามา ในการแสดงความเป็นผู้นำ เพื่อพิสูจน์ให้คนอเมริกันได้ร่วมมีส่วนในการต่อสู้กับการก่อการร้ายเหมือนกันคนอื่นๆ ในโลก และอเมริกายืนเคียงข้างพันธมิตรในการต่อสู้ซึ่งน่าเสียดายที่โอกาสแบบนี้คงหาไม่ได้อีกหลายปี
ส่วนนายโฮลเดอร์ มีภาพเขาจับมือกับเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส และออกรายการ "ดีส วี้ค" ของเอบีซี นิวส์ในเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการเดินขบวนที่ฝรั่งเศส ที่เริ่มเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งไม่แน่ชัดว่า เป็นการออกอากาศสดจากปารีส หรือมีการบันทึกเทปรายการล่วงหน้า แต่มีรายงานจากเว็บไซต์ บัซฟีด ระบุว่า นายโฮลเดอร์ออกจากเดินทางจากปารีสกลับวอชิงตัน ดีซี ทันที หลังการประชุมสุดยอด
นายแคร์รี่ ถูกระบุว่า ไปเยือนอินเดียที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง เพื่อเตรียมการสำหรับการเยือนของประธานาธิบดีโอบามาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนเอกอัครราชทูตฮาร์ทลีย์ ที่แม้จะไปร่วมในนามของสหรัฐ ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักแม้กระทั้่งในหมู่ชาวอเมริกันด้วยกันเอง ด้าน CNN รายงานว่า การเดินขบวนครั้งนี้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการวางกำลังตำรวจและหน่วยเสริมทหาร 2,300 นาย ทั่วกรุงปารีส ขณะที่ผู้นำแต่ละคน ได้รับการคุ้มกันจากตำรวจหน่วยซุ่มยิงตำรวจนอกเครื่องแบบ และหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย ถนนทุกสายและลานจอดรถถูกปิด



