ข่าว

‘กกต.’ชี้‘กมธ.ยกร่างฯ’ต้องให้อำนาจกกต.ชี้ขาดขรก.

‘กกต.’ชี้‘กมธ.ยกร่างฯ’ต้องให้อำนาจกกต.ชี้ขาดขรก.

11 ม.ค. 2558

"กกต."ชี้ กมธ.ยกร่างฯให้มท.-ศธ.จัดเลือกตั้ง ต้องให้อำนาจกกต.ชี้ขาดขรก.ด้วย ไม่ใช่แค่ผู้กำกับ หวั่น เลือกตั้งหลังหมดยุคทหาร ล้มเหลว-ทุจริตมาก

 
 
          วันที่ 11 ม.ค.58 นายสมศักดิ์ สุริยมงคล ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต. ในฐานะอดีตรองเลขาธิการ กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงแนวคิดของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ที่จะปรับเปลี่ยนการทำหน้าที่ของ กกต. จากการบริหารจัดการเลือกตั้งเป็นการกำกับดูแลการเลือกตั้ง ว่า คำว่ากำกับดูแลการเลือกตั้งยังตีความได้กว้าง จะต้องมีนิยามที่ชัดเจนว่าเป็นการกำกับดูแลเพียงแต่ออกกฎระเบียบ แล้วปล่อยให้ข้าราชการไปจัดการเลือกตั้งเองเท่านั้น หรือให้อำนาจ กกต. ในการให้คุณให้โทษด้วย เพราะอำนาจในการบังคับบัญชาเป็นสิ่งสำคัญ อย่างที่การกำกับการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ออกกฎระเบียบให้ท้องถิ่นไปจัดการเลือกตั้ง แต่ยังมีอำนาจในการบังคับบัญชา หากทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ทำผิดกฎระเบียบ ต้องมีโทษทางอาญาและวินัย และ กกต. มีอำนาจทางปกครองที่จะเปลี่ยนตัว กกต. ท้องถิ่น ผอ.เลือกตั้งท้องถิ่นจนถึงกรรมการประจำหน่วยได้หรือไม่ ไม่ใช่แค่กำกับอยู่ข้ามนอก ออกกติกาแล้วไปทำปู้ยี่ปู้ยำยังไงก็ได้ แล้ว กกต. ควบคุมพฤติกรรมไม่ได้ มันก็เป็นแค่ตรายาง เวลาเลือกตั้งล้มเหลว มีทุจริตมาก กกต. ก็รับเคราะห์อย่างเดียว แบบนั้นไม่ต้องมี กกต. ก็ได้ ให้มหาดไทยจัดการไปเลยดีกว่า 
 
          นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า อำนาจที่ต้องมอบให้ กกต. คือต้องทำให้ กกต. กำกับการเลือกตั้งให้เกิดความเป็นอิสระและยุติธรรมได้ ต้องให้ข้าราชการที่จัดการเลือกตั้งเป็นกลางในการจัดการเลือกตั้ง ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลย์โดยมีภาคประชาชนเข้ามา ไม่ใช่มีเพียงข้าราชการเท่านั้น ส่วนอำนาจที่ กกต. จะใช้จริงๆ ก็คืออำนาจที่สามารถสั่งให้ข้าราชการคนนั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือให้ออกนอกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันต้องไปขอให้รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงเป็นคนสั่ง ซึ่งกว่าจะตั้งกรรมการสอบพิสูจน์มันเลยการเลือกตั้งไปแล้ว หรือสอบแล้วบอกว่าไม่ผิด กกต.ก็ทำอะไรไม่ได้ ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกจนไหม้ไปแล้ว มันจึงต้องมีอำนาจโดยตรง เพราะช่วงเลือกตั้งระยะเวลามันสั้นนิดเดียว ส่วนการสอบสวนลงโทษต่อไปอาจจะส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ ด้วยการกำหนดให้การละเว้น การทุจริตการปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งเป็นอีกฐานความผิดที่ ป.ป.ช. รับไปดำเนินการได้ 
 
          "ตอนนี้เรารู้ว่าข้าราชการทุกส่วนยืนเข้าแถวตามที่ทหารเป่านกหวีด แต่ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งครั้งเดียวเสร็จทำให้การเมืองใสสะอาดได้เลย มันยังต้องมีครั้งที่สองครั้งที่สาม แต่ครั้งที่สองไม่มีเสียงนกหวีดแล้ว ถ้าไม่ออกแบบมาให้ดีจะเกิดปัญหาทันที และถ้า กกต. ไม่มีกระบองในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นอิสระและเป็นกลางได้ ก็ไม่ใช่ กกต.ในคอนเซ็ปของนานาชาติ ถ้าย้อนดูปี 49 พอรัฐประหารแล้วจัดการเลือกตั้งครั้งแรก ต่างประเทศจะพากันเข้ามาขอสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เหมือนกันคราวนี้ต่างชาติก็ยิ่งเพ่งเล็งมาก การที่ไปออกแบบไม่ให้ กกต. มีบทบาทมีอำนาจอย่างที่ควรจะมี แล้วต่างชาติไม่ยอมรับกติกาที่เขียนมาและไม่รับรองการเลือกตั้ง การเลือกตั้งถึงมีไปก็ไม่มีความหมาย และมันจะกระทบต่อเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศชาติ"นายสมศักดิ์ กล่าว