
เพกีดาขบวนการต้านกระแสอิสลามในเยอรมนี
11 ม.ค. 2558
"เพกีดา" ขบวนการต้านกระแสอิสลามในเยอรมนี
เยอรมนีกลายเป็นประเทศยุโรปล่าสุด ที่เผชิญกับกระแสประท้วงต่อต้านกระแสอิสลามผ่านทางการหลั่งไหลเข้าไปของผู้อพยพและผู้ขอลี้ภัยจากสงครามซีเรียและที่อื่นๆ และปรากฏชัดเจนผ่านการชุมนุมของ "เพกีดา" ที่จัดเดินขบวนป่าวประกาศปกป้องค่านิยมตะวันตก เป็นประจำทุกวันจันทร์ตลอด 3 เดือนมานี้ ได้กลายเป็นจุดสนใจและเป็นข่าวพาดหัวทั่วโลก เมื่อมีผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นเรือนหมื่น และส่อเค้าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มมีเสียงแสดงความไม่สบายใจจากนักการเมืองในประเทศที่มีอดีตขมขื่นด้านเหยียดเชื้อชาติ
และทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของเพกีดา ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ศาสนา คนดังในแวดวงต่างๆ นักวิชาการและประชาชนทั่วไป ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ต้องออกมาแสดงพลังแข่งบ้างว่า ชาวเยอรมันส่วนใหญ่ไม่ได้ยอมรับกับการแสดงออกที่สื่อถึงการเหยียดเชื้อชาติศาสนาและเผยแพร่ความเกลียดชัง
เพกีดามีแผนจัดเดินชุมนุมเดินขบวนใหม่วันจันทร์ที่ 12 มกราคมนี้ ซึ่งนักสังเกตการณ์กำลังจับตาว่าอาจเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดจนทะลุหลักสองหมื่นเป็นครั้งแรก เพราะแรงกระเพื่อมจากเหตุนองเลือดในกรุงปารีส ซึ่งเพกีดาจะใช้เป็นตัวอย่างตอกย้ำว่าจุดยืนของพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง จึงน่าจะทำความรู้จักกันว่า เพกีดาคืออะไร
PEGIDA เป็นตัวย่อของชื่อขบวนการภาษาเยอรมันที่แปลได้ว่า "ชาวยุโรปรักชาติต่อต้านอิสลามานุวัตรในตะวันตก" เป็นกลุ่มรณรงค์ของพวกแนวคิดเอียงขวา เริ่มจัดชุมนุมเดินขบวนเพื่อต่อต้านปรากฏการณ์ที่พวกเขาเรียกว่า การแผ่ขยายอิทธพลของศาสนาอิสลามครอบประเทศยุโรป ซึ่งจะบั่นทอนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมตะวันตก ขณะเดียวกัน ก็มีเรื่องร้องเรียนทั่วไปเกี่ยวกับนโยบายรับผู้ขอลี้ภัยและผู้อพยพของรัฐบาล
ประกาศเจตนารมณ์ 19 ข้อของเพกีดาที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม เรียกร้องให้เยอรมนีเพิ่มความเข้มงวดในการรับผู้อพยพ และปกป้องวัฒนธรรมคริสต์ในโลกตะวันตก พวกเขาไม่ได้ต่อต้านแค่การครอบงำทางศาสนา แต่ยังประณามสื่อว่าล้วนแต่โกหก และต่อต้านชนชั้นนำทางการเมืองที่พยายามนำพหุวัฒนธรรมาเจือจางวัฒนธรรมหลัก แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ต่อต้านชาวมุสลิม ต่อต้านเฉพาะลัทธิสุดโต่งและอิสลามนิยม
แต่ขณะเดียวกัน เพกีดาก็รับหลักการเสรีนิยมอย่างน่าประหลาดใจ เช่น การเลือกเพศของตนเอง ทั้งยังไม่ได้ปฏิเสธสิทธิของผู้ลี้ภัยของผู้หนีภัยสงครามและผู้ที่เผชิญการคุกคามทางการเมือง และเรียกร้องให้ต่อต้านอุดมการณ์การเมืองรุนแรงอีกด้วย จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่คิดคล้ายกันส่วนมากกล้าออกมาแสดงตัว เพราะเชื่อว่าการรวมตัวของพวกเขาคือการต่อต้านพวกสุดโต่งและอาชญากรเท่านั้น ไม่ได้ต้านต่างชาติหรือมุสลิมแบบเหมารวม แต่ฝ่ายตรงข้ามและนักวิชาการส่วนใหญ่ มองว่าการพูดแบบมีเหตุมีผลต่อหน้า เป็นแค่เกาะอำพรางแนวร่วมขวาจัดเท่านั้น
ใครคือแกนนำ...
ลุทซ์ บาคมานน์ เป็นผู้นำทางพฤตินัยและก่อตั้งเพกีดา
บาคมานน์อายุ 41 ปี เป็นนักออกแบบกราฟฟิก และมีประวัติต้องโทษคดีอาญา เคยติดคุก 3 ปีฐานลักขโมย นอกจากนี้ ยังเคยทำความผิดคดียาเสพติด แต่เจ้าตัวกล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องในอดีต และฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองพยายามจะใช้ประวัติแต่หนหลังมาพยายามทำลายความน่าเชื่อถือ
ทำไมถึงเป็นข่าว..
เหตุที่เพกีดาเป็นข่าวใหญ่ เพราะนานวันเข้า มีชาวเยอรมันเข้าร่วมชุมนุมมากขึ้นทุกที นับจากก่อตั้งเมื่อตุลาคมปีที่ผ่านมา เมื่อจัดชุมนุมเดินขบวนครั้งแรกในเมืองเดรสเดน ทางตะวันออก มีผู้เข้าร่วมไม่กี่ร้อยคน แต่พอถึงเดือนธันวาคมในเมืองเดียวกันนี้ มีผู้ออกมาร่วมถึง 1.75 หมื่นคน นอกจากนี้ เพกีดายังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอันธพาลและกลุ่มนาซีใหม่
เหตุใดคะแนนนิยมจึงดีวันดีคืน
...เยอรมนีไม่ต่างจากหลายประเทศในยุโรป ที่เผชิญกระแสต่อต้านผู้อพยพและการผงาดขึ้นมาของบรรดากลุ่มขวาจัด
สงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในอิรักและซีเรีย ทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่หลายแสนคน จำนวนมากได้ไปลงหลักปักฐานในยุโรป ซึ่งหลายประเทศยังต้องดิ้นรนกับปัญหาเศรษฐกิจของตัวเอง อัตราว่างงานสูง อยู่กับมาตรการรัดเข็มขัด รัฐบาลตัดงบรายจ่ายและงานหายากขึ้น ทำให้บางฝ่ายหันไปโทษผู้อพยพและอาศัยกลุ่มอย่างเพกีดา ระบายความคับแค้นใจ
ในปี 2556 มีผู้ขอลี้ภัยในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 64% การขานรับของรัฐบาลด้วยการสร้างศูนย์ผู้ลี้ภัยเพิ่ม ถูกประท้วงและเผชิญความรุนแรงรวมถึงจุดไฟเผา
ในทัศนะของนักรัฐศาสตร์อย่างนายแวร์เนอร์ ชิฟฟาวเออร์ นักชาติพันธุ์วิทยา มหาวิทยาลัยเวียดรีนา ในแฟรงเฟิร์ต ซึ่งเป็นประธานสภาเพื่อผู้อพยพ มีความเห็นว่า ความนิยมในเพกีดา สะท้อนถึงความแตกแยกร้าวลึกในสังคมเยอรมนี เรื่องการรับผู้อพยพจำนวนมาก และประเทศควรต้องมีคณะทำงานระดับประเทศเพื่อส่งเสริมความหลากหลาย
นักรัฐศาสตร์เชื่อว่า เพกีดา สะท้อนความเข้าใจผิดๆ ที่เกิดขึ้นในวงกว้างเกี่ยวกับการรับผู้อพยพ
ผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า ชาวเยอรมันราว 40% เชื่อว่าพวกที่ขอลี้ภัยโกหกว่าเผชิญการคุกคามในประเทศบ้านเกิด และผู้ถูกสำรวจกว่าครึ่งต่อต้านการสร้างมัสยิดในละแวกบ้าน กับมี 40% ที่คิดว่าคนที่มีพ่อแม่เป็นชาวเยอรมันเท่านั้นที่ถือว่าเป็นชาวเยอรมันที่แท้จริง
นักวิจัยเห็นพ้องกันว่า การแก้ไขความเชื่อเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่มีทางแก้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคนที่แทบไม่เคยติดต่อหรือปฏิสัมพันธ์กับชาวต่างชาติหรือผู้อพยพด้วยแล้ว มีแนวโน้มที่จะมีทัศนะแบบสุดขั้ว นักวิชาการจึงเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติประกอบด้วย นักรัฐศาสตร์ สมาชิกจากภาคประชาสังคม และการเมือง ร่างแนวทางผสมผสานความหลากหลายและหลักสูตรโรงเรียน ซึ่งเคยเป็นแนวทางที่สร้างผลเปลี่ยนแปลงทางบวกในสหรัฐและแคนาดามาแล้ว



